advertisement

อัศวินโล่ทอง

โดย กิเลน ประลองเชิง 28 ก.ค. 2555 05:00

คุณผู้อ่านชายโทร.มาขอร้อง ให้ช่วยเขียนนิทานเรื่องตัวอุบาทว์... ชานหมากพระฤาษี ทำให้ผู้คนในพระมหานคร ทะเลาะเบาะแว้งกัน อีกสักครั้ง

เหตุเพราะในบ้านเขา กำลังมีเรื่องวิวาทบาดหมาง คลับคล้ายว่า ตัวอุบาทว์จะลง

ผมเปิดหนังสือ กิร ดังได้สดับมา พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ท่านเขียนไว้ถึง 108 เรื่อง จะฉายซ้ำเรื่องตัวอุบาทว์ ที่เพิ่งเขียนไปไม่นาน ก็ดูจะซ้ำซากสำหรับผู้อ่านท่านอื่น

ลองหาเรื่องใหม่...เรื่องที่ 14 ชื่อเรื่อง มองคนละมุม

กิร ดังได้สดับมา มีอัศวินสองคนสวมเสื้อเกราะถือทวน ควบม้าจากทิศตะวันออกคนหนึ่ง มาจากทิศตะวันตกคนหนึ่ง มาเจอกันใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทาง ยึดคนละด้านของต้นไม้ เอนหลังพักเหนื่อย

อัศวินตะวันออก มองขึ้นไปเห็นโล่แขวนอยู่บนคาคบไม้ ด้านหนึ่งของโล่สะท้อนแสงอาทิตย์ เขาเปรยขึ้น “ใครหนอ เอาโล่ทองมาแขวนไว้”

อัศวินตะวันตก แหงนมองตาม เขาเห็นโล่สีเงิน จึงพูดออกมาเสียงดังๆ “น่าขำจัง โล่เงินแท้ๆ ทำไมบางคนจึงเห็นเป็นโล่ทองไปได้”

ขึ้นชื่อว่าคนชั้นอัศวินยึดเกียรติยศศักดิ์ศรี จึงยอมใครไม่ได้ง่ายๆ แทนการเอนหลังลงนอนพักผ่อนให้สบาย สองอัศวินก็ลุกขึ้นมาโต้เถียงกัน

เอาชนะกันด้วยปากไม่ได้ อัศวินทั้งสองก็ท้ากันออกไปที่ลานโล่ง... ตัดสินกันด้วยการประลองเพลงทวน

สองอัศวินฝีมือสูสีคู่คี่ รบกันจนเหนื่อย ก็ยังไม่แพ้ชนะ จึงตกลงขอพักรบชั่วคราว แล้วก็เข้าไปหาโคนต้นไม้เดิม แต่คราวนี้ อัศวินตะวันออก เข้าไปเอนหลังพักด้านตะวันตก อัศวินตะวันตก ไปด้านตะวันออก

เมื่ออัศวินที่มั่นใจว่า โล่เป็นสีทอง มองไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเห็นเป็นโล่เงิน ขณะที่อัศวินที่เห็นโล่เงิน ก็กลับเห็นเป็นโล่สีทอง ความสงสัยตรงกัน อัศวินโล่ทองก็ปีนขึ้นไปเอาโล่ลงมา

ความจริงที่ประจักษ์ตรงหน้า โล่อันเดียวกันนั้น ด้านหนึ่งกะไหล่ด้วยทอง อีกด้านกะไหล่ด้วยเงิน

รู้ความจริงแล้ว สองอัศวินต่างก็ก้มหัวขอโทษกันและกัน บอกกันว่า เราแทบจะฆ่ากันตาย ด้วยเพราะมองคนละมุม

แล้วก็แยกย้ายกันไปทางใครทางมัน เหมือนจอมยุทธ์ในนิยายกำลังภายใน ประกอบวีรกรรมพิชิตคนพาล

เรื่องติดค้างใจผมเรื่องต่อมา หลังหนังสือชื่อ “ยารักษาเมือง” ที่สำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ เลือกเอาบางเรื่องในคอลัมน์ชักธงรบปี 2553 ไปพิมพ์ขาย ท่านผู้อ่านชายหญิงหลายท่าน ที่เคยตัดคอลัมน์ที่ชอบเก็บไว้ ตัดพ้อมาว่า หาซื้อหนังสือไม่ได้

ช่วงนั้นปลายงานสัปดาห์หนังสือ ผมก็ไปด้อมๆมองๆ ไม่เห็นวางบูธไหน ก็อายไม่กล้าโทร.บอกใคร...จนถึงวันนี้เพิ่งไปเจอในบูธบี 2 เอส ที่เซ็นทรัล ตั้งวางเด่นเป็นสง่า ในมุมหนังสือน่าอ่าน

ก็เกิดมีกำลังใจ คิดว่าต้องมาบอกกล่าว...กันต่อ

ขออนุญาตโฆษณานะครับ “ยารักษาเมือง” เป็นหนังสือประเภทของดีมีน้อย ความที่สำนักพิมพ์เขาพิมพ์ไว้จำนวนน้อยแค่สองพันเล่มเท่านั้น ถ้าเห็นหนังสือปกสีส้มบาดตา บาดใจ...อยู่ใกล้มือ ก็รีบไปซื้อกันเอาไว้...ไปช้า...จะหมดนะเอ้า!

ชื่อ “ยารักษาเมือง” ผมได้จากหนังสือ อ่านจิตวิทยา อ่านคน อ่านเรื่องเล่าจากอีสป ฉบับ ศ.ดร.ศรีเรือน แก้วกังวาล

เนื้อหา “ยารักษาเมือง” ขนานนี้ ชะงัดขนาดไหน จะมีสรรพคุณพอรักษาเมืองได้จริงหรือไม่ เพราะทะเลาะกันไม่เลิก บาดแผลของเมืองกำลังเปิดอ้า

อันดับเครดิตประเทศไทยที่เคยอยู่หน้า ปีนี้ไล่หลัง ทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ปีหน้ามีคนประชดว่า ไทยจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของกัมพูชา พม่า

ถ้าปล่อยอาการหนักถึงขั้นนั้น ยารักษาเมืองขนานไหน ก็คงรักษาไม่หาย แผลเรื้อรังถ้ามีเชื้อบาดทะยัก ประมาทไม่ได้ ถึงตายทีเดียว.


กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้