advertisement

โรคห่า

โดย กิเลน ประลองเชิง 14 ก.ค. 2555 05:00

ตอนสายวันพฤหัสฯ (12 ก.ค.) ท้องฟ้ามืดหมอง ฝนตกไม่ขาดสาย สลับด้วยเสียงฟ้าร้อง คุณสรยุทธ ชวนสองสาวที่เล่นละครเป็นนางเงือก มาอ่านข่าวเรื่องเล่าเช้านี้...เย้าเธอทำนองว่า เกิดเหตุอาเพศอะไรขึ้น

ฝนยังตกต่อไป ...จนผมเกิดอยากรู้ ที่คนโบราณพูดกันว่า “ฝนแสนห่า” ตกหนักสักแค่ไหน

ขนาด “ฝนพันปี” จนน้ำท่วมกรุง สมัยที่พลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม.หรือเปล่า?

ในหนังสือสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (วัดบวรนิเวศ จัดพิมพ์ในวาระครบ 200 ปีวันประสูติ 14 ก.ย.2552) มีพระนิพนธ์เรื่อง เครื่องวัดน้ำฝน (สะกดการันต์ ฯลฯ ตามต้นฉบับ)

ผิถ้าจะมีผู้สงไสย ถามเข้ามา ว่าฝนตกเรียกว่าห่าหนึ่ง จะเปนสักเท่าไร

อันนี้ถ้าจะพูดให้สั้นก็กลัวไม่เข้าใจ ครั้นจะพูดให้ยาวก็กลัวจะป่วยการ แต่เมื่อมีผู้ถามแล้ว ก็จำเป็นจะต้องกล่าวแก้ตามกาลที่สมควร.....คือเขาเอาบาตร์ฤาหอยโข่ง มาตั้งไว้กลางแจ้ง ถ้าได้น้ำเตม อันนั้นแล้ว เขาเรียกว่าได้ห่าหนึ่ง

แต่ทว่าตั้งทิ้งไว้อย่างนั้นแล้ว เหนจะไม่เตม เพราะว่าน้ำมากขึ้นแล้ว ก็จะกระเดนไปเสีย

ก็บาตร์ตกั่วที่สำหรับรองน้ำในพระบรมมหาราชวังครั้งเก่านั้น ปากกว้างแทงตลอดสิบสี่นิ้วกึ่ง สูงเก้านิ้ว กพุ้งโดยรอบคืบสิบนิ้ว จุน้ำ 12

ถนาน สี่ถ้วยใหญ่ สองถ้วยกลางๆ สองถ้วยยอดๆ....บาตร์หนึ่งเปนน้ำถึง 2016 เซน อันนี้ได้สอบแล้ว

แต่บางพวกเขาไม่รับ

ข้าฯได้คิดสอบลองดูอีก เอาบาตร์ข้าวพระ กับหอยโข่งใหญ่ใบหนึ่ง หอยโข่งเล็กใบหนึ่งมารองพร้อมกัน

บาตร์นั้นถือเอาประมาณน้ำได้  343 เซน...หอยโข่งใหญ่ได้  343 เซน หอยโข่งเลกได้ 336 เซน ผิดกัน 7 เซน

ข้าฯจึงมาขเนเข้าใจว่าฝนตกได้ 350 เซน ควรเรียกว่า ห่าหนึ่งแล้ว

อนึ่ง คำที่พูดว่าห่าๆๆ ข้าฯไม่รู้ถนัด ไม่เข้าใจ ได้เที่ยวไต่ถามสังเกตฟังมาช้านาน ก็ไม่มีผู้ใดชี้แจงให้หายสงไสย

จนถึงปีระกาความไข้ใหญ ข้าจึงคิดตัดสินเอาด้วยตนว่า คำที่เขาพูดว่าห่าๆนั้น จะมีสักขี่คำ จะมีเนื้อความยังไรบ้าง ก็ได้เหนคำเหล่านี้เป็นตัวอย่าง ครืคำว่า แม่ห่า ผีห่า โรคห่า ตายห่า ฝนห่าสองห่าฯ ทั้งปวงนี้

ถ้าพูดถึงของที่มีในคำมคธแล้ว เอาห่าไว้ข้างน่า ถ้าพูดถึงของที่มีในเมืองนี้แล้ว เอาห่าไว้ข้างหลัง แต่ทว่ามีเนื้อความนั้นเปนอันเดียวกัน มิได้ยักย้ายแย่งกันเลย คงเพ่งความเอาว่า ใหญ่กว่ามากกว่า เท่านั้นทุกแห่งไป

ด้วยเหตุดังนี้ ข้าฯจึ่งได้เข้าใจ ว่าเห็นจะออกจากมหา เป็นภาษาของคนที่พูดลิ้นเรา เช่นคนฮินดูฤาโยคีที่ได้เข้ามาอยู่ในเมืองนี้ เหมือนกาลใดเขาได้เหนไข้เจบเกิดมาก เขาก็จะพูดว่า โรคามหา หรือโรคมหา

ครั้นหูไทยปากไทยได้ยินเข้า ก็เอาไปเล่ากันว่า โรคที่เกิดเช่นนี้ เขาเรียกว่าโรคห่า

ในจดหมายเหตุบัญชีน้ำฝน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงจดไว้ว่า “ปีรกาเบญศก 1235 (พ.ศ.2416) ฝน

รดูได้ 6402 เซน ฝนแล้งได้ 392 เซน (เกินหนึ่งห่านิดหน่อย) เกิดความไข้ปวงใหญ่

ตรียัมปวาย เขียนไว้ในปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่ม 1 พระสมเด็จฯว่า เหตุที่พระสมเด็จวัดระฆัง จะขึ้นชื่อลือกิตติคุณ จนมีผู้นิยมเลื่อมไสกันเป็นอันมากนั้น ก็เนื่องด้วยเมื่อปีระกา (พ.ศ.2416) หลังเจ้าพระคุณสมเด็จฯสิ้นไปแล้วปีหนึ่ง)

ได้เกิดโรคระบาดขึ้นในเมืองไทย ซึ่งเรียกว่า ปีระกาป่วงใหญ่

เจ้าพระคุณสมเด็จฯได้ไปเข้าฝันชาวบางช้าง (อัมพวา) ว่า การแก้ไข้ ป่วงครั้งนี้ ให้อาราธนาพระสมเด็จฯสรงน้ำ ทำประสะน้ำมนต์ จัดดอกไม้ธูปเทียนบูชา แล้วดื่มน้ำมนต์นั้น ก็จะหายจากโรคนี้

ผมพิเคราะห์ความเรื่องปริมาณฝน ตามที่สมเด็จฯทรงบันทึก ช่วงเวลาที่เกิดป่วงใหญ่ในปีระกานั้น ฝนตกน้อย แค่ห่ากว่านิดหน่อย แต่โรคที่ถูกเรียกว่าห่านั้น ก็ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

เขียนถึงตรงนี้...เวลาก็สายไปเกือบห้าโมงเช้า...ฝนขาดเม็ดไปแล้ว แต่ฟ้าก็ยังครึ้ม มีเสียงฟ้าคราง...สะเทือนถึงในใจ ผมไม่มีทางรู้ วันศุกร์ 13 หรือวันต่อๆไป อะไรจะเกิดขึ้น

ก็ได้แต่ภาวนา ในบรรยากาศใกล้ๆสงครามกลางเมือง เจ้าโรคห่าที่ทำให้ผู้คนล้มตายสมัยโบราณ จะไม่ย้อนกลับมาระบาดซ้ำเติมคนไทยต่อไปอีก.


กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement