พระนเรศวรเป็นเจ้าของเรา เคยแสดงกฤดาภินิหาร ยกทัพไปยึดเมืองหงสาวดีของพม่าครับ แต่ก็เอาชนะพม่าไม่ได้ ต้องยกทัพกลับแบบมือเปล่า
หลังชนะสงครามยุทธหัตถี พม่าก็ครั่นคร้ามไทยเป็นนักหนา ฝ่ายพระเจ้าหงสาวดีนั้นไม่มีใจสู้อยู่แล้ว
แต่พระเจ้าตองอู พระนัดดาพระเจ้าหงสาวดี มีพระอาจารย์ดี ชื่อพระมหาเถรเสียมเพรียม ปลุกใจให้พระเจ้าตองอูเล่นกลศึก ส่งสาส์นมาทูลพระนเรศวรว่า ถ้ายกทัพไปหงสาวดี จะส่งทัพมาสมทบช่วยรบ
ส่งสาส์นแล้ว ก็ยกทัพเข้าหงสาวดี ทำทีเป็นอาสาช่วย พระเจ้าหงสาวดีก็เชื่อใจ เมื่อพระนเรศวรยกทัพไปถึง พระเจ้าตองอูได้ที ก็ปฏิวัติยึดอำนาจ
พงศาวดารเขียนถึงตอนนี้ว่า
“ฝ่ายพญาตองอูอยู่ในเมืองหงสาวดี ครั้นได้ยินข่าวว่าทัพหลวงเสด็จไป พญาตองอูก็เทเมืองหงสาวดีให้เผาค่ายเหย้าเรือนทั้งปวงเสียแล้ว ก็พาพระเจ้าหงสาวดีรุดหนีไปยังเมืองตองอู...
ฝ่ายทัพหลวง (ไทย) ไซร้ ครั้นถึงฝั่งสะโตง พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ตรัสใช้พระมหาเทพเป็นนายกองทัพม้าสองร้อยให้ยกไปก่อนทัพหลวง
แลตรัสใช้พญาเพชรบุรีให้ยกช้างม้าและพลสามพันหนุนทัพพระมหาเทพ
จึ่งยกทัพหลวงข้ามสะโตง แลเสด็จถึงเมืองหงสาวดี ในวันเสาร์แรม 14 ค่ำ เดือน 3 ตั้งทัพหลวงในตำบลสวนหลวง ...เสด็จเข้าไปนมัสการพระเมาะตาวในเมืองหงสาวดี
สภาพเมืองหงสาวดีขณะนั้นว่างเปล่า เหลือแต่เถ้าถ่าน หาประโยชน์อันใดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเสบียงอาหาร ผู้คน หรืออาวุธยุทโธปกรณ์
สมเด็จพระนเรศวรยกทัพตามไปตีเมืองตองอู แต่การรบที่ขาดเสบียงอาหารทำให้รบรุกเอาชัยได้ไม่ถนัด
สถานการณ์เป็นไปตามแผนการที่มหาเถรเสียมเพรียมเสี้ยมสอนพระเจ้าตองอู คือทัพพระนเรศวรขาดเสบียงอาหาร จากฐานที่มั่นเมืองหงสาวดี
พระเจ้าตองอูส่งสาส์นอ่อนน้อม แต่ภายในเมืองก็สั่งสู้เต็มที่ เอาชนะไม่ได้ สุดท้ายพระนเรศวรก็ต้องถอยทัพ”
ผมจำพงศาวดารตอนพระนเรศวรยึดเมืองหงสาวดีได้ติดใจ สภาพของเมืองที่ขาดผู้นำเข้มแข็ง ผู้นำถูกหลานมาหลอกยึดอำนาจ และสภาพเมืองที่ถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน เป็นเมืองร้างว่างเปล่าไร้ผู้คน
ไม่ว่าพระนเรศวร หรือผู้ยึดครอง...คนไหน ถึงยึดเมืองได้ ก็หาประโยชน์จากเมืองหงสาวดีไม่ได้
คิดถึงบ้านเมืองใกล้ๆพม่านะครับ เจ้าเข้าครองคนใหม่ เขาตั้งใจขุดรากถอนโคน...ทุกเสาหลักสำคัญ เหมือนตั้งใจจะไม่ให้เหลือไว้สักหลักเดียว
ราษฎรในบ้านเมืองที่ไม่มีขื่อไม่มีแป ปกครองยาก เกิดเหตุทะเลาะเบาะแว้งเชื่อใครไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีตัดสินกันเอง เหมือนเมืองคาวบอย ใครชักยิงเร็วกว่า ยิงแม่นกว่าก็ชนะ ใครช้าก็ตาย
สถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้หนักหนาสาหัสกว่าบ้านเมืองที่ถูกเผา บ้านเรือนมีแรงมีกำลังก็ปลูกใหม่ให้สวยอย่างไรก็ได้ แต่จิตใจคนที่เปลี่ยนไป ตกต่ำไปเป็นคนบ้านป่าเมืองเถื่อน...
กว่าจะฟื้นคืนให้เหมือนเดิมได้ ก็ยาก
ใครอยากเป็นผู้นำบ้านเมืองแบบนี้ ไม่ใช่คนปกติแล้วละครับ ผมว่า ถ้าไม่โง่! ก็บ้า!
กิเลน ประลองเชิง




















