advertisement

ของวิเศษของขุนตึง

โดย กิเลน ประลองเชิง 19 ต.ค. 2554 05:00

รู้จักเฉลว (ตาเหลว ตาแหลว) กันบ้างไหม...ไม้ไผ่หรือหวายสาน หักหรือขัดกันเป็นมุม เหมือนตาชะลอม มีหลายรูปแบบ แบบที่นิยมทำเป็นรูปดาว มีตั้งแต่ 3 แฉก 5 แฉก 8 แฉก ถึง 12 แฉก บางทีก็เหมือนเข่งปลาทู

คนไทยสมัยก่อน ใช้เป็นสัญลักษณ์ สื่อความหมาย ปักบนหม้อยา (ต้ม) กันภูตผีมาข้าม กันไม่ให้คนมาเปิดดูหม้อยา ปักบนผืนดินแสดงอาณาเขตจับจองที่ดินทำนา ชาวเขา อีก้อ มูเซอ ม้ง กะเหรี่ยง ใช้แสดงเขตหวงห้าม ฯลฯ

ที่มาของการทำเฉลว มาจากตำนานล้านนา...กษัตริย์หิรัญนครเงินยาง พระองค์หนึ่ง นามว่า ขุนเติง ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ วันหนึ่งไปปัสสาวะลงในบ่อหิน

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ธิดาพระยานาคแปลงกายเป็นลิงมาเที่ยวเล่น และกินน้ำในบ่อนั้น แล้วก็เกิดตั้งครรภ์

ธิดาพระยานาค ใช้ฤทธิ์สอดส่องก็ทราบว่า เจ้าของน้ำที่ทำให้ นางตั้งครรภ์ คือขุนเติง จึงหลงรักขุนเติง แปลงกายจากนางลิงเป็นหญิงงาม

แต่การเป็นหญิงรักผู้ชาย จะเดินเข้าไปหาชายนั้นดูจะไม่ควร ธิดาพระยานาคเนรมิตกวางทอง ไปล่อขุนเติงให้ไล่ตาม และก็ได้พบกันรักกัน ครองคู่กันอยู่ในวิมานเนรมิตของธิดาพระยานาค

ได้สามีแล้ว แต่ธิดาพระยานาคก็ยังอยากเล่นซน จึงแปลงร่างเป็นลิง วิงเล่นบนต้นไม้ เนรมิตม่านบังระหว่างวิมานกับต้นไม้ไว้ แต่ลิงก็เล่นกันเพลินจนเกินไป ส่งเสียงดังจนขุนเติงรำคาญ จึงกรีดม่านดูพบความจริงก็เสียใจ

เอ่ยปากบอกลานางลิง กลับเมือง

นางลิงเข้าใจไม่ห้าม รีดลูกในท้องออก เอาใบตองตึงห่อ รีดนม ใส่กระบอกไม้ สั่งขุนเติงว่า เมื่อไปถึงเมืองให้เอาเด็กออกให้นม และให้ตั้งชื่อลูกว่าขุนตึง

ขุนตึงเจริญวัย อายุได้ 16 ปี ก็ออกเที่ยวป่า เจอนางลิงแปลงผู้เป็นมารดาโดยบังเอิญ ธิดาพระยานาคพาลูกชายไปหาพระยานาคผู้เป็นตา ตอนลากลับ พระยานาคทำขวัญหลาน ด้วยการให้ของวิเศษ สองสิ่ง

สิ่งแรก หม้อแกงตองบ่จ่าย สิ่งที่สอง ขอขวักไขว่แปลงเมือง

หม้อแกงตองบ่จ่าย แค่นำไปตั้งบนเตา ก็จะมีอาหารเลี้ยงคนนับหมื่นนับแสน ขอขวักไขว่แปลงเมือง หากนำไปแขวน แล้วกวัดแกว่งจะบังเกิดเป็นบ้านเมือง

ระหว่างขุนตึงเดินทางกลับเมือง ก็ใช้ตะขอวิเศษเนรมิตเมือง แล้วใช้หม้อวิเศษเลี้ยงคนทั้งเมือง

เมืองขุนตึงเจริญใหญ่โต สัตว์ป่าบริวารนางลิงก็ตามมาอาศัย นับวันก็มากเข้าๆ แย่งกันกัดกินพืชไร่ของชาวเมือง ขุนตึงแก้ปัญหาด้วยการไปตามพระยาแหลว (เหยี่ยว) มาดูแล

พวกสัตว์กลัวพระยาแหลว ก็ถอยไป แต่พอพระยาเหยี่ยวไม่อยู่ก็กลับมา ขุนตึงปรึกษามารดา ได้รับคำแนะนำให้สานตอกให้เป็นรูปดวงตาแหลว (ตาเหยี่ยว) ปักไว้ สัตว์เข้าใจว่าพระยาแหลวยังอยู่ ก็ไม่กล้ารบกวนอีก

เฉลว หรือตาแหลว เป็นของที่ทำได้ง่าย ได้ผลทางใจ ทั้งชาวเราชาวเขา จึงนิยมใช้กันจนถึงวันนี้

ส่วนตะขอวิเศษ และหม้อวิเศษที่เนรมิตเมืองได้ เนรมิตอาหารเลี้ยงคนทั้งเมืองได้ เป็นของสำหรับผู้นำที่มีบุญญาบารมี ถึงจะมีผู้แสวงหาก็ยังหาไม่ได้ จึงไม่มีผู้นำคนไหน ได้นำมาใช้กันในวันนี้

วันนี้ ผู้คนทั้งบ้านเมืองเรายังทุกข์ร้อนกันนักหนา ฟังนิทานปลอบใจไปพลางๆ ระหว่างนี้ก็ต้องรอผู้นำสมัยใหม่ท่านใช้ปัญญาระดมคนเก่ง คนมีกำลังคน คนมีกำลังเงิน ช่วยกันแก้ปัญหา จนกว่าน้ำจะลด

ปัญญาบารมีนี่ พระท่านว่า มีพลังยิ่งใหญ่กว่าบารมีอื่นใดทั้งหมด ตะขอวิเศษหม้อวิเศษก็ยังสู้ไม่ได้.


กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement