• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการบนมือถือ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
Thairath

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2556
ค้นหาข่าว
Twitter
Facebook
Facebook
คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว
  • ข่าวในพระราชสำนัก
  • การเมือง
  • กีฬา
  • บันเทิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิทยาการ
  • เศรษฐกิจ
  • การศึกษา
  • ต่างประเทศ
  • ข่าวทั่วไทย
  • ทันโลก
  • มองเอเชีย
  • พิลึกโลก
  • รู้หรือไม่
  • โลกมองไทย
  • เลาะรั้วอาเซียน
เรื่องเด่น :
จีนเปิดสะพานแขวนใหม่ 'ยาว-กว้าง' สุดในโลก หลังสร้างนาน 7 ปี | ผู้นำเช็กลาออกเซ่นพิษกิ๊กเหลิงอำนาจ | 'นาซา' เลือกนักบินอวกาศชุดใหม่ เป็นผู้หญิงครึ่งหนึ่ง |

เพื่อนบ้านที่จะรวยที่สุดในอนาคต

อินโดนีเซียเป็นสาธารณรัฐที่มีพื้นที่ ประชากร และทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน มีความหลากหลายทางสภาพภูมิศาสตร์ ขนบธรรมเนียม ประเพณี มีวิถีของสังคมในประชาชาติของผู้คนแต่ละหมู่เหล่าอย่างสลับซับซ้อน ประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซียมีความยิ่งใหญ่ ยาวนาน การที่เราชาวไทยจะเข้าไปค้าขายหรือไปลงทุน จะต้องทราบแก่นแท้ของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ของอินโดนีเซียมากพอสมควรเสียก่อน

อินโดนีเซียที่มีประชากร 240 ล้านคน มากเป็นลำดับ 4 ของโลก รองจากจีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา และเป็นประเทศที่มีมุสลิมมากที่สุดในโลก มีถึง 86.1% ของประชากรทั้งหมด

ความที่เป็นประเทศที่มีเกาะแก่งมากกว่า 17,000 เกาะ และมีชายฝั่งยาวที่สุดในโลกถึง 54,716 กิโลเมตร มีพื้นที่มากถึง 1,904,569 ตารางกิโลเมตร ทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีอนาคตทุกด้านมากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน น่าเสียดายที่ในห้วงช่วงเวลาที่ผ่านมา คนไทยศึกษาและรู้เรื่องของอินโดนีเซียน้อยไปหน่อย ข่าวคราวของประเทศนี้ที่มีมาถึงพวกเราออกจะเป็นไปในทางลบนิดๆ เสียด้วยซ้ำ

มีคนถามผมว่า ถ้าจะเลือกชำนาญเรื่องประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่างจริงจังสักประเทศหนึ่ง จะเลือกมุ่งมั่นศึกษาลงลึกไปในประเทศไหนถึงน่าจะได้ประโยชน์สูงสุด ผมบอกว่าต้องสาธารณรัฐอินโดนีเซียครับ เพราะความใหญ่ ความมีพลเมืองมาก และความมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง

ต่อไปในอนาคต คนไทยที่มีความชำนาญในพม่า เขมร ลาว ญวน มาเลเซีย บรูไน และสิงคโปร์ จะเป็นพวกพื้นๆ แบบไอ้ปื๊ดอีเปี๊ยกลูกเจ๊น้องก้นซอยสอง เปิดอินเตอร์เน็ตเพียงพักเดียวก็รู้เรื่องประเทศพวกนี้ได้ทะลุปรุโปร่ง แต่อินโดนีเซีย (และฟิลิปปินส์) ไม่ใช่ ด้วยความเป็นเกาะแก่งทำให้อินโดนีเซียมีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมสูง เรียนเท่าไรก็ไม่รู้จบ

แต่การคมนาคมในอินโดนีเซียทำได้ลำบาก เพราะเกาะแก่งต่างๆ อยู่ห่างจากกัน ทำให้ต้นทุนของราคาสินค้าและบริการที่ส่งไปขายที่โน่นมีราคาสูง หากไม่สนใจเรื่องสินค้าและบริการ ท่านสามารถเจาะเข้าไปพัฒนาเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม ผมว่าบริษัทของท่านจะมีงานทำต่อเนื่องได้ทั้งปีล่ะครับ

ทั้งสาธารณรัฐอินโดนีเซียขณะนี้มีโทลล์เวย์ ผมหมายถึง มีถนนที่เก็บค่าผ่านทางเพียง 780 กิโลเมตร ทางถนนหลวงขนาดใหญ่ 36,500 กิโลเมตร ถนนหนทางประเภทอื่น 320,000 กิโลเมตร ทางรถไฟ 4,675 กิโลเมตร มีท่าเรือ 1,887 แห่ง กองเรือภายในประเทศมีเรืออยู่ 7,300 ลำ มีสนามบิน 187 แห่ง สนามบินที่มีรันเวย์ยาวเกิน 3 กิโลเมตร มี 7 แห่ง ยาวระหว่าง 1-3 กิโลเมตร มี 60 แห่ง และสั้นกว่า 1 กิโลเมตร มี 119 แห่ง

ผู้อ่านหลายท่านมองว่าตนไม่ใช่คนมุสลิมอาจจะทำให้การเข้าไปทำมาหากินในอินโดนีเซียทำได้ยาก อันนี้ไม่จริงดอกครับ เพราะโอกาสทางเศรษฐกิจในอินโดนีเซียเปิดกว้าง ท่านกรุณาดูกลุ่มนายทุนที่ประสบความสำเร็จของแท้ในอินโดนีเซียซีครับ  ส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มชาวจีนนับถือศาสนาพุทธทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของหลิม เซียวเหลียง ผู้ที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ซูโดโน ซาลิม เจ้าของเครือข่ายธุรกิจในกลุ่มหลิม หรือเจีย เกียนเหลียง ที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกันในนาม วิลเลียมซูร์จัดจาจา เจ้าของเครือข่ายธุรกิจกลุ่มอัสตรา ฯลฯ

หลายท่านยังเข้าใจว่าอินโดนีเซียเป็นสมาชิกองค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อโอเปก แต่ก่อนร่อนชะไร อินโดนีเซียเป็นสมาชิกโอเปก แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้วครับ เพราะอินโดนีเซียผลิตน้ำมันได้น้อยลงเรื่อยๆ

พ.ศ.2542 อินโดนีเซียผลิตน้ำมันได้วันละ 1.5 ล้านบาร์เรล พอถึง พ.ศ.2545 ลดลงเหลือ 1.25 ล้านบาร์เรล พ.ศ.2549 เหลือเพียงวันละ 1 ล้านบาร์เรล

พ.ศ.2549 อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศผลิตน้ำมันได้ในลำดับที่ 21 ของโลก แค่ 1.3% ของน้ำมันที่โลกผลิตได้ในแต่ละวัน ปีนี้เองครับ ที่อินโดนีเซียไม่ได้เป็นสมาชิกโอเปกแล้ว พอถึง พ.ศ.2540 เหลือ 9.12 แสนบาร์เรล พ.ศ.2552 ผลิตเพิ่มขึ้นมาบ้างแต่ยังอยู่ที่ 9.6 แสนบาร์เรล

ถ้าเราดูจากแหล่งน้ำมันสำรอง อินโดนีเซียมีมากถึง 4.44 พันล้านบาร์เรล ทว่าแหล่งน้ำมันดิบพวกนี้อยู่ในน้ำลึกเกินไป ไม่คุ้มค่าและก็ยากในการจะเอาขึ้นมาใช้ประโยชน์

ผู้คนอินโดนีเซีย 240,271,522 คน พูดภาษาบาฮาซาอินโดนีเซีย โรงเรียนไทยหลายแห่งเริ่มสอนภาษาบาฮาซาอินโดนีเซียตามคำแนะนำของกระทรวงศึกษาธิการของไทย

พ่อผมเคยถามนักเรียนที่เรียนภาษานี้ในโรงเรียนแห่งหนึ่งว่าเมืองหลวงของอินโดนีเซียชื่อว่าอะไร นักเรียนคนที่ถูกถามเชิดหน้าชูตาตอบพ่อผมอย่างมั่นใจว่า “ไม่ทราบครับ”.       

คุณนิติ นวรัตน์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย คุณนิติ นวรัตน์
  • 16 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 481 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
tags:
เพื่อนบ้าน จะรวยที่สุด ในอนาคต เปิดฟ้าส่องโลก คุณนิติ นวรัตน์
ขยายตัวอักษร

ขยายตัวอักษร

ใหญ่ขึ้น

เล็กลง

Share

Tweet

คุณชอบข่าวนี้หรือไม่
ชอบ
ไม่ชอบ
ผลการโหวต
ชอบ
43 คน
79.6%
ไม่ชอบ
11 คน
20.4%

คอลัมน์อื่น ๆ ใน เปิดฟ้าส่องโลก

ทำไมลาตินอเมริกา ไม่ชอบสหรัฐอเมริกา

ข่าวอื่นๆ ในต่างประเทศ

ควันไฟป่าสุมสิงคโปร์วิกฤติ หน้ากากอนามัยเริ่...

ยูเอ็นระบุผู้ลี้ภัยทั่วโลกพุ่ง 45.2 ล้านคน

เอมิเรตส์หวนคว้าแชมป์ สายการบินดีที่สุดใน...

  • ไขข้อข้องใจ! ญี่ปุ่นให้สิทธิพิเศษคนไทย เมื่อ...
  • นิวซีแลนด์ตะลึง! เด็กชาย 11 ขวบ มีลูกกับ...
  • สาวจีนทำฮือฮา! สวมเลกกิ้งขนหน้าแข้ง กัน...
  • จับแล้วตี๋จีนอยากดัง อ้างแช่แข็งซากเอเลี่ยน...
  • 'รูเพิร์ต เมอร์ด็อก' ฟ้องหย่าเมียรุ่นลูก อ้าง...
  • 'อินสตาแกรม' ยกคนฮิตถ่ายรูป 'กรุงเทพฯ'...
  • จีนเปิดสะพานแขวนใหม่ 'ยาว-กว้าง' สุดใน...
  • เปิดฟ้าภาษาโลก
  • ดวงดาวของท่าน
  • มุมข้าราชการ
  • กีฬาวันนี้
  • ไฮโซรสแซบ
  • ชี้มวยเด็ด
  • เดลี่เว็บ
  • สโมสรนักสู้
  • กุ๊กกิ๊กช่วยเกา
  • ห้องร้องทุกข์
  • เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ
  • เลขที่1 วิภาวดีฯ
  • ทีวีบันเทิง
  • คิดจาก Social Media
  • กอล์ฟสแควร์
  • หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน
  • โสมชบาจ๊ะจ๋า
  • คลื่นรบกวน

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By