advertisement

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปรียบเทียบ

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 25 ก.ค. 2555 05:00

ปัจจุบันทุกวันนี้ เป็นยุคที่ราชอาณาจักรไทยเด่นดังทางการต่างประเทศมากที่สุดยุคหนึ่ง ความสัมพันธ์อันดีอุบัติขึ้นกับเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนประชิดติดกัน ทั้งลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย หรือเพื่อนบ้านอื่นที่มีพื้นที่ห่างไกลออกไปอย่างเวียดนาม สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ บรูไน และอินโดนีเซีย กับมหาอำนาจชาติอะไร ใกล้ไกล ความสัมพันธ์ดีหมด

ทั้งหลายทั้งปวงเกิดจากความขยันและความนิ่งของรัฐมนตรีต่างประเทศและนายกรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ในฐานะที่เป็นอดีตนักเรียนแลกเปลี่ยน เรียนชั้นมัธยมปลายในเยอรมนี และเรียนหนังสือระดับมหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์ ผมขอเรียนนะครับว่า การเยือนสหพันธ์

สาธารณรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐฝรั่งเศสของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่ผ่านมา สื่อตะวันตกทั้งหลายให้ความชื่นชมศรัทธานายกรัฐมนตรีของไทยมาก สถานะของประเทศไทยในสหภาพยุโรปตอนนี้สูงลิ่วปลิวติดลมบน

เมื่อเทียบการศึกษาของรัฐมนตรีต่างประเทศและนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้ กับของรัฐบาลชุดที่แล้ว รัฐบาลไทยชุดนี้ดูเหมือนจะเสียเปรียบมากกว่าซะด้วยซ้ำ

นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศของรัฐบาลชุดที่แล้ว จบปริญญาตรีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากสหรัฐฯ ได้ประกาศ-นียบัตรและปริญญาโทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสังคมศาสตร์จากเนเธอร์แลนด์ เคยเป็นทูตใหญ่ในรัสเซีย อินโดนีเซีย เยอรมนี ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ตอนขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศวันแรกๆ สังคมไทยให้ความหวังกับนายกษิตสูงมาก ทว่า เพียงไม่กี่วันที่ท่านรับตำแหน่ง ผู้นำของกัมพูชา พม่า ลาว ญวน มาเลเซีย ฯลฯ ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงอาการไม่กินอาหาร กระสับกระส่าย หุบปากไม่ได้ น้ำลายไหลยืด ฯลฯ และบั้นปลายท้ายที่สุด ก็อย่างที่ผู้อ่านท่านที่เคารพทราบนั่นแหละครับ ราชอาณาจักรไทยในยุคที่แล้ว เป็นยุคหนึ่งซึ่งเรามีความสัมพันธ์ที่แย่มากกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่กับชาติมหาอำนาจที่เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับไทยอย่างรัสเซีย ก็เสื่อมทรามลง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศของรัฐบาลไทยในชุดปัจจุบัน จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์จากขอนแก่น ปริญญาโท

และเอกจากสหรัฐอเมริกา ตอนที่ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศใหม่ๆ หลายคนดูหมิ่นถิ่นแคลนความสามารถของนายสุรพงษ์เสียด้วยซ้ำ

ทว่าความนิ่ง เอาจริงเอาจังกับงาน ขยันเดินทางสร้างความสัมพันธ์กับประเทศโน้น ชาตินี้ แม้ภาษาอังกฤษของนายสุรพงษ์จะไม่ดีมากเหมือนนายกษิต แต่นายสุรพงษ์ได้เปรียบตรงรอยยิ้มและใจ บั้นปลายท้ายที่สุด นายสุรพงษ์กลับเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่ดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศ สถานะของรัฐมนตรีต่างประเทศดี มีผลกระทบโดยตรงต่อสถานะของประเทศ

เป็นความหวังของผู้คนทั้งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่สมัย พ.ศ.2535 มาแล้วครับว่า ส.ส.หนุ่มวัย 28 ปี มีปริญญาตรีปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ และปริญญาโททางเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ซึ่งภาษาและชาติตระกูลดีอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเติบโตต่อไปในอนาคตเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาอารยประเทศได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง นายอภิสิทธิ์ขึ้น

มาเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไร สถานะของไทยจะพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้ไปทั้งโลกแน่นอน ทว่า อ้า สองปีกว่า ก็อย่างที่ผู้อ่านท่านที่เคารพทั้งประเทศ 65 ล้านคนทราบนั่นแหละครับ สัมพันธภาพกลับเสื่อมมาก

ประชาชนผู้คนในหลายประเทศจะไม่ยอมมีผู้นำประเทศที่เล่นการเมืองเพียงอย่างเดียวมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เพราะกลัวว่าใต้สมองของท่านจะมีแต่เรื่องการเมือง กลัวว่าทุกเวลานาทีท่านจะคิดแต่เรื่องชนะคะคานและการทำลายล้าง ความไม่มีประสบการณ์ทำงานด้านอื่น ทำให้ท่านมองโลกได้เพียงมิติเดียว คือมิติการเมือง ทุกเยื้องย่างของท่านเป็นแบบม้าลำปาง มองทางตรงได้อย่างเดียว มองด้านข้าง หรือด้านอื่นใดไม่เห็น เป็นมนุษย์ “ไม่ตกผลึก”

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะอายุน้อยกว่านายอภิสิทธิ์ถึง 3 ปี แต่มีประสบการณ์การทำงาน ผ่านร้อนหนาว เคยทำงานบริหารธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ได้จบทางเศรษฐศาสตร์มาโดยตรง แต่มองเศรษฐกิจออก เพราะสัมผัสงานด้านนี้ด้วยตัวเอง ดีกว่าคนที่เรียนเศรษฐศาสตร์มา ทว่า ไม่เคยทำงาน

ความได้เปรียบของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อยู่ที่ความสงบ นิ่ง มีสติ และที่สุดของที่สุด ที่ฉุดสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศที่เคยตกต่ำอยู่หลายปีให้ดีขึ้นมาได้ ก็คือ ความขยัน ขยันเดินทางไปสร้างความสัมพันธ์ พบใครก็ยิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยไมตรีที่ดีทำให้ได้ใจของคณะผู้นำทั่วโลก

ไม่ต้องอรรถาธิบายขยายความมากไปกว่านี้ดอก ผู้อ่านท่านผู้เจริญเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัฐบาลสองชุดได้ด้วยตัวของท่านเองอยู่แล้ว.


คุณนิติ นวรัตน์

โหวตข่าวนี้