advertisement

องค์การระหว่างประเทศเกิดเพราะอะไร?

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 6 มิ.ย. 2555 05:00

Skype  กับพ่อเมื่อวันก่อน ผมถามพ่อว่า  อะไรทำให้เกิดองค์การ ระหว่างประเทศ สมัยนี้องค์การระหว่างประเทศสำคัญมากครับ อินเตอร์เน็ตทำให้โลกแคบลง ในบางเรื่องบางกรณี ประเทศหรือชาติรัฐแทบจะไม่มี ความหมาย องค์กรที่มีความหมายก็คือ องค์การระหว่างประเทศ หากไม่มีองค์การนานาชาติเหล่านี้ ผมว่าโลกเราคงเข้าสู่ยุคอนาธิปไตย ไร้ระเบียบ ชาติใหญ่ได้เปรียบ

พ่อบอกว่า องค์การระหว่างประเทศเกิดจากพลังผลักดัน อย่างพลัง ผลักดันทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาทำให้เกิดทริปส์  TRIPs  หรือความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า ค.ศ.1944 และทำให้เกิดสำนักงานสิทธิบัตรแห่งยุโรป หรือ EPO ค.ศ.1973 ทำให้มีองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก หรือ WIPO ค.ศ.1967

แม้แต่ย้อนหลังไปเป็นร้อยปี ก็มีองค์การระหว่างประเทศเกิดขึ้นมาเพื่อผลักดันทรัพย์สินทางปัญญา อย่างอนุสัญญาปารีสว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ค.ศ.1883 และอนุสัญญาเบิร์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม ค.ศ.1886 ถ้าไม่มีความตกลง สำนักงาน องค์การ และอนุสัญญา เหล่านี้ ผมว่าการลอกเลียนงานคงมีมากมายจนไม่มีคนอยากจะคิดอะไรใหม่ๆ มอบให้เป็นสมบัติของโลก  เพราะคิดอะไรมาได้ ก็ถูกลอกเลียนหมด

หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ต ตอนนี้ก็มีองค์การระหว่างประเทศเกิดขึ้นมา เพื่อจัดการให้เป็นระเบียบแล้วครับ แต่เป็นองค์การระหว่างประเทศที่เป็น NGO อย่างเช่น World Wide Web Consortium หรือ W3C (NGO) เมื่อ ค.ศ.1994 หลังจากนั้นอีก 4 ปี ก็มีบรรษัทเอกชนอินเตอร์เน็ตเพื่อการกำหนดชื่อและเลขหมาย หรือ ICANN (NGO) ค.ศ.1998

ผมถามว่า แล้วกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่เราเรียกว่า IMF ล่ะ เกิดขึ้นมาเพราะอะไร พ่อตอบว่า ระหว่าง ค.ศ.1929–1932 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทางการค้าก็เกิดความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษี ศุลกากรและการค้า GATT ค.ศ. 1948 ทางด้านการเงินก็เกิดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF ค.ศ.1944

ภายหลังเกิดลัทธิปกป้องใหม่ ในระดับโลกก็เกิดองค์การการค้าโลก WTO ที่รวมความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ GATS+ ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า TRIPs เอาไว้ด้วย ส่วนในระดับภูมิภาคก็เกิดตลาดภายในของสหภาพยุโรป EU ค.ศ.1992 และเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ NAFTA ค.ศ.1993

การจัดระเบียบโลกให้เป็นเรื่องเป็นราวไม่ใช่เพิ่งเกิด  แต่มีมานานแล้ว สมัยก่อนตอนโน้น คนกลัวเรื่องโรคระบาดมาก  การสาธารณสุขไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะการระบาดของโรคเกิดขึ้นและกระจายขยายไปได้ทั่วโลก ตั้งแต่ ค.ศ.1850 ก็เมื่อ 162 ปีมาแล้ว ความกลัวเรื่องโรคภัยไข้เจ็บทำให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือกันจัดการประชุมด้านสุขอนามัยระหว่างประเทศ ข้อสรุปที่ได้รับจากการประชุมประเทศต่างๆ ก็น้อมยอมรับที่จะปฏิบัติตาม

เมื่อข้อตกลงต่างๆ ล้าสมัย อีก 30 ปีต่อมา นานาประเทศจึงมาชุมนุมสุมหัวปรึกษาหารือเพื่อออกระเบียบด้านสุขอนามัย ค.ศ.1880 พอมาถึง ค.ศ.1907  ก็เกิดสำนักงานระหว่างประเทศด้านสาธารณสุข  และในบั้นปลายท้ายที่สุด ค.ศ.1946 ก็อุบัติองค์การอนามัยโลก ปัจจุบันทุกวันนี้ ทุกประเทศทั่วโลกถือปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์การอนามัยโลก WHO ครับ

มนุษย์เราต้องทำงานแลกเงินและอาหารการกิน แลกความเป็นอยู่ที่ดี สมัยก่อนตอนโน้น ไม่มีกฎอะไรจะใช้เป็นมาตรฐานโลกได้ละครับ สภาวะการทำงานของคนงานจึงต่างกันมาก บางคนถูกเอารัดเอาเปรียบเหมือนไม่ใช่มนุษย์ ค.ศ.1890 จึงมีการประชุมทางสังคมระหว่างประเทศ อีก 11 ปีต่อมา ก็อุบัติสมาคมเพื่อกฎระเบียบด้านแรงงานระหว่างประเทศ ปัจจุบันทุกวันนี้ ทุกประเทศปฏิบัติตามกฎขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ที่ตั้งเมื่อ ค.ศ.1919

หรืออย่างสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา ตั้งขึ้นมาครั้งแรกเมื่อ 8 สิงหาคม ค.ศ.1967 ตอนนั้นมีสมาชิกแค่ 5 ประเทศ พลังผลักดันในแรกเริ่มเดิมทีก็คือ ต้องการป้องกันลัทธิคอมมิวนิสต์ ต่อมา ก็ขยายกลายเป็นสมาคมใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ บรูไนเข้าเป็นสมาชิกเมื่อ ค.ศ. 1984 เวียดนามสมัครเป็นสมาชิกเมื่อ ค.ศ.1995 ลาวและพม่าเข้ามาเมื่อ ค.ศ.1997 ประเทศน้องนุชสุดท้องที่เข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อ ค.ศ.1999 ก็คือกัมพูชา

พัฒนาการของสมาคมก็เปลี่ยนไป ค.ศ.2015 เราก็จะกลายเป็นประชาคมอาเซียน หรือ AC เหมือนกับที่ในอดีตสหภาพยุโรปเคยเป็นประชาคมยุโรป หรือ EC

รัฐสภาทั่วโลกก็มีองค์กรของตนเองเหมือนกันครับ ชื่อว่า สหภาพรัฐสภา IPU ซึ่งคุณพ่อของผมเป็นกรรมการบริหารหน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภากับเขาด้วย

ผู้อ่านท่านครับ ผมขอเรียนว่า ใครก็ตามที่ไม่สนใจใคร่รู้เรื่ององค์การระหว่างประเทศ ผู้นั้นเป็นคนตกโลกอย่างแท้จริงนะครับ ในโอกาสนี้ ผมจึงขอชักชวนผู้อ่านท่านที่เคารพสนใจในองค์การระหว่างประเทศ เอาที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก่อนก็ได้ อย่างเช่น กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง GMS หรือยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ที่เราเรียกว่า ACMECS หรืออย่างคณะกรรมการแม่น้ำโขง MRC นี่ก็น่าสนใจครับ.

 

คุณนิติ นวรัตน์

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement