advertisement

ราคายางพารา

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 21 พ.ย. 2554 05:00

เช้าจันทร์วันนี้ 10.30-12.00 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “การพัฒนาศักยภาพผู้นำทางการศึกษา ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ที่ ม.ขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย

บ่ายจันทร์วันนี้ 13.00-16.00 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ พูด “การเตรียมความพร้อมด้านการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน” ที่โรงแรมการิน จ. อุดรธานี

ระยะหลังคุณนิติภูมิ พ่อของผมสนใจราคาสินค้าเกษตรไทยที่ไปขาย ยังตลาดโลกมาก พ่อจึงเดินทางไปดูผลผลิตและตลาดสินค้าเกษตรทั้งในไทยและต่างประเทศบ่อยหน่อย อย่างหอมแดงศรีสะเกษนี่ไปดูหลายครั้ง ราคาหอมแดงยางชุมน้อย ศรีสะเกษ ในอดีตราคาเคยตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 5 บาท แต่ด้วยความเก่งกาจสามารถของพี่น้องเกษตรกรที่ไปทำตลาดต่างประเทศเองได้ ทำให้วันนี้หอมแดงยางชุมน้อยอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท

ราคาสินค้าเกษตรของไทยจะดีไม่ดีขึ้นอยู่กับฝีไม้ลายมือในการทำตลาดต่างประเทศ เราเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตร ผลิตออกมาแล้ว ถ้าทั่วโลกรับซื้อ ราคาก็ได้สูง เกษตรกรไทยก็แฮปปี้มีความสุข ถ้าผลิตออกมาแล้ว ทำตลาดไม่เป็น ผลิตไปก็ไลฟ์บอย มีสินค้ากองพะเนินเทินทึก แต่ขายไม่ออก ไม่มีคนซื้อ เกษตรกรไทยก็ขาดทุน

ผู้อ่านท่านคงทราบจากสื่อแล้วนะครับ ว่าราคายางพาราไทยที่เคยพุ่งไปถึงกิโลกรัมละ 180 บาท ไม่กี่วันก่อนร่วงลงมาเหลือ 78 บาท และ ก็ขยับไปที่ 80 บาท แต่ละปีเมืองไทยผลิตยางพาราได้กว่า 3 ล้านตัน นั่นก็คือ 3,000 ล้านกิโลกรัม หากเราทำให้ราคายางพาราขึ้นไป 1 บาท เงินก็เข้าประเทศเพิ่มขึ้น 3,000 ล้านบาท ผู้อ่านท่านจะเห็นว่าบางห้วง ยางพาราราคาห่างต่างกันตั้ง 100 บาท นั่นหมายความว่า เงินหาย หรือ เงิน เพิ่มจากกระเป๋าของเกษตรกรมากถึง 3,000 ล้าน กก. × 100 บาท = 300,000 ล้านบาทต่อปี เชียวนะครับ

เมื่อราคายางตกต่ำขนาดนี้ นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็จึงออกแอ็กชั่น ทั้งนายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผอ.สนง.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผอ.องค์การสวนยาง ดร.สมศักดิ์ อัศวเรขา นายอเนก พัฒนสฤษฎ์ ทปษ.รมช.เกษตรและสหกรณ์ และคุณพ่อของผม บินไปดูการหารือและพิธีการลงนามความร่วมมือด้านยางพารา ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2554

ในวันพุธที่ผ่านมาวันเดียวนะครับ ประเทศไทยขายยางพาราให้ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนในราคา 105 บาท/กก. ได้มากถึง 180,000 ตัน และยังมีการเซ็นเอ็มโอยูตกลงที่จะซื้ออีก 300,000 ตันใน พ.ศ.2555 วันเดียวทำเงินเข้าประเทศได้หลายหมื่นล้านบาท

รมช.พรศักดิ์ใช้หางตาซ้ายชำเลืองเป็นพยานในการซื้อขายเพียงแพล็บแป๊บเดียว ราคายางในไทยพุ่งไป 92 บาท การกระดิกพลิกตัวของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไทยในครั้งนี้ คนจีนพันกว่าล้านคนทราบทันที เพราะรัฐมนตรีพรศักดิ์ให้สัมภาษณ์สื่อรอยเตอร์ พูดเปรี้ยงเดียว ข่าวไปทุกตรอกซอกมุม เป็นผลทางจิตวิทยาทำให้ราคายางพุ่งขึ้น

เดือนกันยายน พ.ศ.2554 ราคายางพาราอยู่ที่ 130 บาท/กก. ผมได้ข่าวมาแล้วละครับ ว่าจะมีการทุบราคายางพาราให้ลงมาเหลือกิโลกรัมละ 80 บาท ตอนนั้นผมยังไม่เชื่อว่าการทุบตลาดจะทำได้ผลมากถึงขนาดนี้ เพราะความต้องการยางพารามีมากกว่าผลผลิต ตามหลักอุปสงค์อุปทาน ก็ไม่น่าที่ราคายางพาราจะตก แต่เพราะมีคนใจแคบแกล้ง+กับการซื้อขายล่วงหน้าที่ใช้ข้อมูลข่าวสารเป็นหลัก เมื่อให้ข้อมูลในทางลบเมื่อใด ราคาสินค้าเกษตรร่วงลงทันที เราจึงต้องแก้ด้วยการใช้ข้อมูลข่าวสาร ต้องสื่อข่าว ไปในทางบวกให้โลกรู้ เช่น สื่อว่าเราจะลดการส่งออก แถมเรามีเงินอยู่ 10,000 ล้านบาท ที่จะเข้าไปให้เกษตรสต๊อกน้ำยางให้อยู่ในต้น ด้วยการกรีดหนึ่งวัน หยุดหนึ่งวัน ให้เกษตรกรกู้เอาไปสต๊อกยางในรูปแบบยาง แผ่นรมควัน หรือยางแท่ง เมื่อใดราคาดีถึงค่อยนำออกมาขาย ฯลฯ

พ่อผมสนทนากับนายเฉินจินหรง ประธานบริษัทหางโจว  แรนเน จงเชื่อ รับเบอร์ ที่ซื้อยางพาราไปทำล้อเครื่องบินและล้อรถยนต์ โดยซื้อปีละเกือบ 4 แสนตัน ซื้อเป็นอันดับ 1 ของจีน และ อันดับ 9 ของโลก นายเฉินบอกกับพ่อของผมว่า ตัวท่านเองแฮปปี้ที่ราคายางจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 4-6 ดอลลาร์สหรัฐฯ (120-180 บาท) แต่ขอให้อย่าราคาขึ้น หรืออย่าตกมาก อย่าเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะถ้าราคายางผันผวนมาก จะทำให้ผ่ายจีนคุมต้นทุนไม่ได้

เราทุกข์ใจเรื่องพวกนักลงทุนต่างชาติจะย้ายโรงงานหนี โถ โรงงาน อุตสาหกรรมพวกนั้นน่ะ เราได้ส่วนต่างค่าแรงงานประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ สินค้าอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปในมูลค่า 1 ล้านล้านบาท เหลือเศษเงินให้ลูกจ้างไทยของเราเพียง 1 แสนล้านบาท แต่ถ้าเราขายสินค้าเกษตรได้ 3 แสนล้านบาท เงินจะอยู่ในกระเป๋าเกษตรกรของเราทั้งหมด
กลับมาสู่สินค้าเกษตรซึ่งเป็นโลกของจริงของเรากันดีกว่าครับ.

คุณนิติ นวรัตน์

โหวตข่าวนี้