advertisement

ฝันร้ายของนักกีฬาหญิงโลก อยากได้แชมป์โอลิมปิก ต้องแก้ผ้าพิสูจน์เพศ

โดย มิสแซฟไฟร์ 7 ก.ค. 2555 05:00

มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ลอนดอน โอลิมปิกเกมส์ 2012 กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่  2 7 ก.ค.นี้ ถึง 12 ส.ค. 2012 โดยมีประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพ นอกจากเรื่องความคึกคักในการเตรียมงาน หนึ่งในประเด็นร้อนแรงที่หยิบยกขึ้นถกเถียงไม่จบสิ้นคือ ความเป็นหญิงแท้ หรือชายเทียม ของทัพนักกีฬาหญิง

การเลือกปฏิบัติทางเพศไม่ใช่ของใหม่ในวงการกีฬาโลก เพราะแต่ไหนแต่ไรมา นักกีฬาหญิงก็ตกเป็นเบี้ยล่างมาตลอด มีการออกกฎเกณฑ์โดยองค์กรกีฬานานาชาติเกือบทุกองค์กร รวมถึงคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ให้ตรวจวัดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายที่สร้างจากลูกอัณฑะ เฉพาะกับนักกีฬาหญิงเท่านั้น เพื่อค้นหาเพศสภาพที่แท้จริง นอกเหนือจากการตรวจจับว่าโด๊ปยาหรือเปล่า

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1960 “ไอโอซี” บังคับให้นักกีฬาหญิงเดินแก้ผ้าโชว์สรีระต่อหน้าทีมแพทย์ เพื่อตรวจสอบอวัยวะยืนยันความเป็นเพศหญิง แต่มาตรการดังกล่าวก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะไม่สามารถใช้วัดกับกลุ่มกะเทยเพศที่สาม หรืออินเตอร์เซ็กซ์ ซึ่งตามหลักการแพทย์ระบุว่า เป็นคนที่มีอวัยวะเพศทั้งชายและหญิงอยู่ในคนเดียวกัน ภายหลังในปี 1967 จึงมีการเปลี่ยนกติกาใหม่ หันมาพิสูจน์เพศของนักกีฬาหญิงโดยการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อบ่งชี้โครโมโซมเพศ ซึ่งหากเป็นเพศชายโดยกำเนิด โครโมโซมเพศต้องเป็น XY แต่ถ้าเป็นเพศหญิงโดยกำเนิด โครโมโซมเพศก็จะออกมาเป็น XX

กระนั้น การตรวจหาโครโมโซมเพศก็ยังมีช่องว่าง กรณีที่มีความผิดปกติทางเพศ ซึ่งอาจแสดงออกมาในลักษณะทางกายภาพที่มี 2 เพศในคนเดียวกัน หรือสะท้อนให้เห็นผ่านความผิดปกติของโครโมโซม กระทั่งปัจจุบัน คณะกรรมการโอลิมปิกสากลงัดกลยุทธ์ใหม่หันมาตรวจสอบเพศสภาพด้วยการวัดปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

เมื่อปี 2009 มีข่าวพาดหัวใหญ่ในวงการกีฬาโลก เรื่องแชมป์โลกหญิงวิ่ง 800 เมตร “คาสเตอร์ เซเมนยา” ชาวแอฟริกาใต้ วัย 18 ปี ถูกสหพันธ์กรีฑานานาชาติจับตรวจเพศ เพราะสงสัยว่าอาจเป็นผู้ชาย เนื่องจากมีพละกำลังแข็งแกร่งผิดวิสัยสตรีเพศ และทำสถิติการวิ่งได้ทะลุทะลวง ทิ้งห่างคู่แข่งจนเป็นที่น่าสงสัย เธอถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันระดับโลก และอาจทำให้ชัยชนะเป็นโมฆะ กระทั่งกลางปี 2010 จึงได้กลับเข้าวงการอีกครั้ง หลังสหพันธ์กรีฑานานาชาติประกาศยืนยันว่า

นักกรีฑาหญิงแชมป์โลกผู้นี้เป็น “ผู้หญิง” จริง แต่ไม่แท้ 100% เนื่องจากมีพัฒนาการทางเพศบกพร่อง ทำให้มีทั้ง 2 เพศในคนเดียวกัน และแม้โครโมโซมเพศจะเป็น XY แต่ก็ไม่ปรากฏลักษณะของเพศชาย เพราะฮอร์โมนเพศชายไม่ทำงาน จากการตรวจภายในยังพบว่าเธอไม่มีทั้งรังไข่และมดลูก แต่มีการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในปริมาณมาก

“ดร.โจ ลีห์ ซิมป์สัน” หนึ่งในคณะกรรมการสหพันธ์กรีฑานานาชาติ อธิบายว่า ความผิดปกติของพัฒนาการทางเพศเกือบทั้งหมดเกิดจากการผ่าเหล่าพันธุกรรม และมักเกิดขึ้นในช่วง 8 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ กระนั้น  บางกรณีก็แสดงออกชัดเจนตั้งแต่แรกเกิด แต่บางกรณีอาจปรากฏอาการให้เห็นตอนเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ซึ่งกรณีของ “เซเมนยา” เปิดใจไว้ว่า พระเจ้าสร้างให้เธอเป็นแบบนี้ และเธอก็ยอมรับมันด้วยรอยยิ้ม

อันที่จริงแล้ว “คาสเตอร์ เซเมนยา” ไม่ใช่เหยื่อรายแรกของการเหยียดเพศ เพราะก่อนหน้านั้นในปี 2006 นักวิ่งหญิงชาวอินเดีย “ซานธี ซุนดาราจัน” ก็เคยถูกริบเหรียญเงินวิ่ง 800 เมตร และถูกตัดสิทธิ์ให้ถอนตัวออกจากการแข่งขันวิ่ง 1,500 เมตร ในศึกเอเชียนเกมส์ ที่ประเทศกาตาร์ มาแล้ว เพราะไม่ผ่านการตรวจเพศ เธอเล่าถึงฝันร้ายในวันวานว่า มันเป็นเรื่องช็อกที่สุดในชีวิต และยังคงตามหลอกหลอนถึงทุกวันนี้ ฉันต้องปิดฉากอาชีพนักวิ่งอย่างขมขื่น ฉันพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วในปี 2007 เพราะจิตใจบอบช้ำเกินจะทน ทุกคนคิดว่าฉันไม่ใช่นักกีฬาที่ดี และทำราวกับว่าฉันไปฆ่าแกงใคร ฉันจึงอยากให้ “เซเมนยา” ได้รับความเป็นธรรม เธอเป็นนักกรีฑาที่ยอดเยี่ยม และสมควรได้วิ่งต่อไปในฐานะสุภาพสตรี

 

มิสแซฟไฟร์

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement