advertisement

6 อาชีพทำเงินแห่งโลกอนาคต

โดย มิสแซฟไฟร์ 26 พ.ย. 2554 05:00

การถือคติทำในสิ่งที่รักและรักในสิ่งที่ทำก็ฟังดูดีอยู่หรอก แต่ยุคสมัยนี้ ต้องเพิ่มคติอีกอย่างคือ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้รู้ลึกรู้จริงด้วย ถึงจะรู้แค่เรื่องเดียว แต่ถ้าเก่งจริงจนได้รับการซูฮก รับรองว่ายังไงแล้วชีวิตนี้ก็ไม่อับจน

แนวคิดนี้น่าจะนำมาปรับใช้ได้กับการเลือกอาชีพในอนาคตของเด็กไทย ด้วย เพราะผลการศึกษาล่าสุดของสถาบันวิจัยแมคคินซีย์ โกลบอล จัดทำโดย “ซูซาน ลันด์” บ่งชี้ว่า ภายในปี 2020 โฉมหน้าของเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยน แปลงไปราวหน้ามือเป็นหลังมือ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆต้องปรับตัวขนานใหญ่ และพลอยกระทบไปถึงภาคแรงงานด้วย ที่ต้องเร่งพัฒนาทักษะฝีมือให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ขณะที่อาชีพทำเงินแห่งโลกอนาคต ก็จะเน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้น และเป็นอาชีพที่มีอิสระมากขึ้น

ฟันธงกันว่าอาชีพ นักสถิติ จะเป็นอาชีพทำเงินอันดับต้นๆในทศวรรษหน้า การลงพื้นที่สำรวจ และเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงสถิติไม่เพียงแต่จะถูกใช้ในงานวิชาการ แต่ยังก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลกับแวดวงธุรกิจด้วย บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกมีข้อมูลดิบของลูกค้าอยู่ในมือเพียบ แต่มองหานักสถิติมืออาชีพมาช่วยจัดระเบียบข้อมูลต่างๆ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดให้โดนใจผู้บริโภคมากที่สุด

อีกหนึ่งอาชีพในฝันที่จะสร้างรายได้งามยังรวมถึง นักวางระบบรักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ป้องกันการเจาะข้อมูลของเหล่าแฮกเกอร์ตัวแสบที่มีอยู่ทั่วโลกไซเบอร์เน็ต คาดกันว่า ภายในทศวรรษหน้า อาชีพนี้จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่า ขณะเดียวกัน การจดสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นใหม่ จะกลายเป็นสาระสำคัญของโลกอนาคต ก็เพราะอย่างนี้  ทนาย ความผู้เชี่ยวชาญด้านการจดสิทธิบัตร จึงได้รับการโหวตให้ เป็นอาชีพฮิตฮอตในทศวรรษหน้า

ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่าง รวดเร็ว ก็ด้วยพลังขับเคลื่อนของคนยุคเบบี้บูมเมอร์ ที่เกิดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ตลอดทศวรรษนี้ จนถึงทศวรรษหน้า ชาวเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งมีอยู่หลายร้อยล้านคนทั่วโลก กำลังทยอยเกษียณอายุอย่างต่อเนื่อง จนส่อเค้าว่าจะเกิดวิกฤติผู้สูงอายุในอนาคต โดยโลกทั้งโลกจะเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคม

ผู้เฒ่าผู้แก่ และมีคนวัยทำงานน้อยลง ส่งผลให้การพัฒนาของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระนั้น ถ้ารู้จักพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ก็อาจ ร่ำรวยได้จากการทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ โดยหนึ่งในอาชีพที่จะมาแรงในยุควิกฤติผู้สูงอายุครองโลก ก็เห็นจะเป็น พนักงานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีดีมานด์สูงมาก จนถึงขั้นแย่งตัวกันในทศวรรษหน้า และคาดว่าตลาด แรงงานจะต้องการคนดูแลผู้สูงอายุอีกหลายล้านคน ภายในปี 2030

ที่ปรึกษาด้านพันธุกรรม เป็นอีกหนึ่งอาชีพดาวเด่นแห่งทศวรรษหน้า โดยคาดว่าจะสามารถทำรายได้เฉลี่ยปีละ 63,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรืออาจสูงถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ความฮิตฮอตของอาชีพนี้เกิดขึ้นเพราะมีการค้นพบว่าโรคร้ายๆหลายโรคที่คร่าชีวิตผู้คนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะโรคมะเร็งโดยกำเนิด มีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากบรรพบุรุษถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และยิ่งนับวันอาชีพนี้จะมีความสำคัญต่อการวางแผนครอบครัวของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น เพราะช่วยประเมินความเสี่ยงในการเผชิญกับโรคร้ายได้ถูกต้องแม่นยำเหลือเชื่อ

จำนวนประชากรโลกพุ่งขึ้นทำสถิติเป็น 7,000 ล้านคน เมื่อต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และภายในปี 2050 จะมีประชากรโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 9,000 ล้านคน โดยคาดว่า 80% ของชาวโลกจะอาศัยอยู่ในเมืองที่มีปัญหาวิกฤติขาดแคลนอาหาร ส่วนที่เหลืออีก 20% อยู่รอดได้ ก็เพราะเร่งปฏิวัติเกษตรกรรมแนวใหม่ ที่เรียกว่า Vertical Farming แนวโน้มที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะช่วงหลายปีมานี้ มีการลงทุนในอเมริกา และประเทศมหาเศรษฐีค้าน้ำมัน เพื่อสร้างอาคารสำหรับ ทำการเกษตรแนวดิ่ง ทำให้เกิดอาชีพใหม่คือ เกษตรกรแนวดิ่ง ทำหน้าที่ย้ายการผลิตพืชพรรณธัญญาหารจากชนบทมาสู่ตึกสูงระฟ้าในเมือง โดยแยกปลูกพืชเป็นชั้นๆตามประเภทการใช้งาน มีการคาดหวังอย่างครึกโครม ว่าการทำไร่บนตึกสูงระฟ้า หรือการทำเกษตรกรรมแบบคอนโดฯจะเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงประชากรโลกได้อย่างมหาศาลในอนาคต แถมยังช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย ถือเป็นอาชีพแห่งอนาคตที่น่าจับตามองที่สุด.

 

มิสแซฟไฟร์

โหวตข่าวนี้