advertisement

เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล

โดย บวร โทศรีแก้ว 15 ธ.ค. 2556 05:01

จุดจบ – นายจาง ซอง แธ็ค อาเขยของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในสภาพถูกมัดข้อมือ ถูกลากตัวเข้าไปในศาลทหาร เมื่อ 12 ธ.ค. ก่อนถูกประหารชีวิตในวันเดียวกัน ในข้อหาทรยศ (รอยเตอร์)

ตั้งแต่นายคิม จอง อึน ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรุ่นที่ 3 ของเกาหลีเหนือ ประเทศคอมมิวนิสต์ที่ลึกลับและอันตรายที่สุดในโลก สืบแทนนายคิม จอง อิล บิดาผู้ล่วงลับ เมื่อเดือน ธ.ค. 2554 โลกภายนอกวาดหวังว่าเขาจะ “โหด” และ “แข็งกร้าว” น้อยกว่าบิดาและปู่ คือนายคิม อิล ซุง ผู้นำรุ่นที่ 1 ผู้ก่อตั้งประเทศ

แต่ความหวังที่ว่านี้ดูจะรางเลือน หลังสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลพรรคกรรมกรเกาหลีเหนือประกาศว่า นายจาง ซอง แธ็ค “อาเขย” ผู้ทรงอิทธิพลของคิม จอง อึน ถูกประหารชีวิตแล้วนับเป็นความโกลาหลทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่คิม จอง อิล สิ้นบุญเมื่อ 2 ปีก่อน

ข่าวจาง ซอง แธ็ค ซึ่งเคยมีฐานะเป็น “ผู้นำเบอร์ 2” ถูกกำจัด เริ่มโชยกรุ่นเมื่อต้นเดือนนี้ โดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ระบุว่า เขาถูกปลดจากทุกตำแหน่งในพรรคกรรมกรและกองทัพ รวมทั้งรองประธานกรรมาธิการกลาโหม ส่วนคนสนิทของเขา 2 คนถูกประหารชีวิตในข้อหาคอร์รัปชัน

อีกไม่กี่วัน เคซีเอ็นเอก็ยืนยันข่าวนี้ แถมแพร่ภาพจาง ซอง แธ็ค ถูกลากถูลู่ถูกังออกจากที่ประชุมพรรคกรรมกร ก่อนประกาศเมื่อ 13 ธ.ค. ว่าเขาถูกประหารชีวิตแล้ว โทษฐาน “ทรยศ” ทันทีที่ยอมรับสารภาพในศาลทหารเมื่อ 12 ธ.ค. ว่าพยายามล้มล้างระบอบการปกครองของประเทศ

เคซีเอ็นเอสาธยายความชั่วช้าของจาง ซอง แธ็ค ยาวเฟื้อยว่าเขาเป็นเศษมนุษย์ เลวยิ่งกว่าสุนัข เป็นนกสองหัว มักใหญ่ใฝ่สูง ตั้งฐานอำนาจของตัวเองเพื่อยึดอำนาจ แสร้งทำตัวเป็นนักปฏิรูปเพื่อให้ต่างชาติยอมรับ ทุจริตคอร์รัปชัน ประพฤติตัวเหลวแหลก ใช้ยาเสพติด เป็นเสือผู้หญิง ฯลฯ
แม้เบื้องลึกการกำจัดจาง ซอง แธ็ค ยังเป็นปริศนาสำหรับโลกภายนอก แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่าเป็นเพราะเขามีอำนาจและรู้ความลับมากเกินไป เป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของคิม จอง อึน ผู้นำหนุ่มร่างท้วมวัย 29 ปี

คิม จอง อึน ยังต้องการประกาศศักดาว่าตนกุมอำนาจได้สิ้นเชิงแล้ว เป็นอิสระไม่ต้องพึ่งพาจาง ซอง แธ็คอีกต่อไป แม้จะเคยเป็น “กุนซือ” ช่วยค้ำจุนให้ตนขึ้นสู่อำนาจได้ราบรื่นตั้งแต่บิดาสิ้นบุญ

สิ่งบ่งชี้ว่าจาง ซอง แธ็ค มีอำนาจสูงมากก็คือการที่เขาไปเยือนจีน มหามิตรเก่าแก่หนึ่งเดียวของโสมแดงเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว และได้พบปะประธานาธิบดีหู จิ่นเทา มีการลงนามข้อตกลงด้านเศรษฐกิจหลายฉบับ เขายังมีท่าทีเห็นดีเห็นงามกับนโยบายเปิดเสรีเศรษฐกิจแบบจีน ขณะที่คิม จอง อึน มึนตึงกับจีน และไม่ต้องการเปิดประเทศ

จาง ซอง แธ็ค อายุ 67 ปี เกิดที่เมืองคังวอนโด เมื่อ 2 ก.พ. 2489 ในครอบครัวคนธรรมดา เขาพบรักกับ “คิม คยอง ฮุย” ลูกสาวของคิม อิล ซุง ขณะทั้งคู่เรียนที่มหาวิทยาลัยคิม อิล ซุง ในกรุงเปียงยาง

ด้วยความเป็นคนเจ้าเสน่ห์ หน้าตาดี เล่นดนตรีและเข้าสังคมเก่ง ทำให้คิม คยอง ฮุย หลงรักหัวปักหัวปํา แม้จะถูกบิดาขัดขวางสุดตัวเพราะเห็นว่าไม่คู่ควรกัน ทั้งคู่ก็แต่งงานกันจนได้ โดยมีคิม จอง อิล พี่ชายสนับสนุน

จาง ซอง แธ็ค จึงสนิทกับคิม จอง อิล มาก เมื่อฝ่ายหลังขึ้นกุมอำนาจในปี 2537 เขาจึงเป็นที่ปรึกษาคนสนิท ได้รับตำแหน่งสูงๆ รวมทั้งสมาชิกคณะกรรมการกลางและโปลิตบูโรของพรรคกรรมกร เขาและภรรยายังเป็นผู้ดูแลกองทุนลับของพรรคกรรมกรและทรัพย์สินของตระกูลคิมทั้งในและต่างประเทศ บารมีจึงยิ่งใหญ่คับฟ้า


แต่จาง ซอง แธ็ค มีข้อเสียที่เป็นเพลย์บอยเจ้าสำราญ เจ้าชู้ ชอบจัดปาร์ตี้ ดื่มสุราเคล้านารี ยิ่งมีอำนาจยิ่งทำตัวเหินห่างครอบครัว จนระหองระแหงกับนางคิม คยอง ฮุย ภรรยา ทำให้เธอหันไปมีสัมพันธ์สวาทกับนักเปียโนหนุ่มหล่อซึ่งเป็นครูสอนดนตรีให้ “คิม คึม ซอง” ลูกสาวคนเดียวของทั้งคู่

หลังจาง ซอง แธ็ค รู้ว่าเมียปันใจให้นักเปียโนหนุ่มซึ่งอายุอ่อนกว่าถึง 10 ปี ไอ้หนุ่มเคราะห์ร้ายก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งจาง ซอง แธ็ค บอกเมียว่าเขาฆ่าตัวตาย แต่เธอรู้ดีว่าถูกผัวนั่นเองสั่งฆ่า

เรื่องทั้งหลายทั้งปวงนี้เองที่ทำให้ท่านผู้นำคิม จอง อิล ทนไม่ไหว สั่งลงโทษจาง ซอง แธ็ค

ทำให้เขาหายตัวไปในปี 2547 ข่าวบางกระแสระบุว่าเขาถูกกักบริเวณในบ้านพัก บ้างก็ว่าถูกส่งไป “ดัดสันดาน”

และเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด คิม คึม ซอง ลูกสาวโทนของจาง ซอง แธ็คและคิม คยอง ฮุย ก็ฆ่าตัวตายขณะไปเรียนที่กรุงปารีสในฝรั่งเศสในเดือน ก.ย.2549 เพราะถูกพ่อแม่กีดกันให้เลิกคบกับแฟน

แต่หลังคิม จอง อิล หายโกรธใน 2 ปีต่อมา จาง ซอง แธ็ค ก็กลับมาผงาดอีกแถมยิ่งใหญ่กว่าเดิม จนสามารถเขี่ยให้คู่อริของตน คือนายพลรี ยอง โฮ เสนาธิการทหารบก คนสนิทผู้จงรักภักดีต่อคิม จอง อิลหลุดจากอำนาจได้ เขายังถูกแต่งตั้งเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมอันทรงอิทธิพลสูงสุด

ยิ่งเมื่อคิม จอง อิล ล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดสมองจนทุพพลภาพในปี 2551 ก่อนถึงแก่อสัญกรรมในปี 2554 จาง ซอง แธ็ค ก็ยิ่งทรงอำนาจเพราะมีฐานะเป็น “ผู้สำเร็จราชการ” ช่วยค้ำจุนเตรียมการให้คิม จอง อึน ผู้ยังไร้เดียงสาก้าวขึ้นสู่อำนาจ

อาจเป็นเพราะเก็บความขุ่นแค้นสะสมในเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา และหวาดระแวงว่า “อาเขย” จะเป็นภัยคุกคามบัลลังก์ เมื่อคิม จอง อึน รู้ว่ายืนบนลำแข้งตัวเองได้แข็งแกร่งมั่นคงแล้ว ปฏิบัติการ “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” จึงเกิดขึ้น!


บวร โทศรีแก้ว

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement