เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หัวหน้าทีมซอกแซกได้รับอภินันทนาการจากเพื่อนผู้มีใจกุศลรายหนึ่ง มอบบัตรชมคอนเสิร์ต “ปล.ฉันรักเธอ” ของ “ศรีไศล สุชาตวุฒิ” มาให้จำนวนหนึ่ง
ย้ำนักย้ำหนาว่าบัตรราคาตั้ง 10,000 บาทต่อที่นั่งเชียวนะ อย่าพลาดเป็นอันขาด และก็อยากให้ไปเร็วๆหน่อย จะได้ทันงานเลี้ยงอาหารมื้อเย็น และได้สัมผัสกับบรรยากาศอันโอ่อ่าอลังการของ “ปรารถนา วนาลัย”
หัวหน้าทีมซอกแซกเป็นแฟนเพลงรุ่นแรกๆของ ศรีไศล สุชาตวุฒิ อยู่แล้ว และก็เคยอ่านเรื่องราวของ “ปรารถนา วนาลัย” สิ่งปลูกสร้างเพื่อรำลึกถึงสามีอันเป็นที่รักของนักธุรกิจสตรีท่านหนึ่งอยู่บ่อยๆ
ดังนั้น แม้จะต้องไปไกลถึง อ.องครักษ์ จังหวัดนครนายก ก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด
ตัดสินใจออกจากบ้านตั้งแต่ 4 โมงเย็น มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนวงแหวน ก่อนที่จะหักเลี้ยวเข้าสู่ถนนรังสิต-นครนายก โดยมีจุดหมายปลายทางเบื้องต้นอยู่ที่อำเภอองครักษ์
จากนั้น ค่อยเลี้ยวเข้าสู่ถนนบางน้ำเปรี้ยวอีก 8 กิโลเมตร...ก็เป็นอันถึง ซึ่ง “ปรารถนา วนาลัย” สถานที่แสดงคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลลำปางของอดีตนักร้องสาวเสียงแหบเสน่ห์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 67 ปี ขาดเกินคงไม่มากน้อย
สำหรับ ปรารถนา วนาลัย นั้น คงจะทราบแล้วว่าเป็นผลงานของนักธุรกิจหญิงแกร่ง ยุพาพร สหวัฒน์ ที่ทุ่มทุนมูลค่ามหาศาลในการเนรมิตอาณาบริเวณเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ใกล้ถนนบางน้ำเปรี้ยวแห่งนี้ให้เป็นสถาปัตยกรรมอันอลังการงานสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่เธอมีต่อสามี
อลังการแค่ไหนโปรดดูได้จากภาพประกอบที่เป็นบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ไปพลางๆ หรือจะเข้าดูที่เว็บไซต์ www.pradhanavanalai.com ก็จะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างครบถ้วน
ภายในตัวอาคารมีห้องโถงขนาดใหญ่สำหรับใช้จัดงาน “อีเวนต์” ต่างๆ เช่น การเปิดตัวสินค้างานโชว์แบบเสื้อผ้า ฯลฯ รวมไปถึงงานเลี้ยงงานแต่งงานและจะใช้เป็นเวทีคอนเสิร์ต “ปล.ฉันรักเธอ” ของศรีไศล สุชาตวุฒิ ที่จะเริ่มขึ้นอีกไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้า
เวทีคอนเสิร์ตขนาดย่อมพร้อมวงดนตรีย่อมๆเช่นกัน ตั้งอยู่ที่เชิงบันไดขนาดใหญ่ที่จะเดินขึ้นสู่ชั้นบน
มีเก้าอี้ตั้งรายเรียงอยู่ 250 ตัวเผื่อไว้นิดๆเพราะเปิดจำหน่ายบัตรเพียง 200 ที่นั่งเท่านั้น และหมดเกลี้ยงในชั่วเวลาไม่กี่วัน
บรรยากาศจึงเหมือนคอนเสิร์ตในบ้านแตกต่างและแปลกไปอีกแบบหนึ่งเมื่อเทียบกับคอนเสิร์ตที่ อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี
ทุ่มตรง เสียงเพลงเปิดตัวศรีไศลก็ดังขึ้นจากการบรรเลงของวง “ต้นเสียง” ที่เธอเลือกเป็นวงแบ็กอัพทุกครั้งในการกลับมาแสดงคอนเสิร์ตช่วงหลังๆ
เจ้าของเสียงแหบเสน่ห์ค่อยๆก้าวลงจากบันไดด้านบนสุดของอาคารพร้อมกับเพลง “เก็บรัก” ที่แฟนๆ
คุ้นเคยอย่างดียิ่ง และเมื่อลงมาถึงด้านล่าง เธอก็สะกดแฟนๆต่อด้วยเพลง “เงาไม้” จากภาพยนตร์เรื่อง “เรือนแพ” และเพลง “คิดจะปลูกต้นรัก (สักกอ)” ที่แฟนคลับของเธอร้องตามอย่างมีความสุข
ซุ่มเสียงของศรีไศลดูจะแหบน้อยลง ถ้าเทียบกับสมัยก่อน กลายเป็นว่าเมื่อสูงวัยมากขึ้น กลับร้องได้อย่างชัดเจนแจ่มใสยิ่งขึ้น และทรงพลังมากกว่าเดิม
ลีลาการพูดจาปราศรัยของเธอก็แคล่วคล่องไม่ติดขัด อาจพูดผิดหรือจำผิดบ้างเล็กๆน้อยๆที่แฟนๆนอกจากจะไม่ถือสาแล้วยังชอบและหัวเราะอย่างมีความสุขทุกครั้งที่เธอบอกว่าประกาศผิดเพลง
ศรีไศลมีเพลงสากลมาฝากด้วยหลายเพลง และร้องได้ดีไม่แพ้เพลงไทยแม้แต่น้อย...อย่าลืมว่าเธอดังจากการร้องเพลงสากลควบคู่ไปกับการร้องเพลงไทยในช่วงขึ้นเวทีร้องเพลงตอนแรกๆ
หนึ่งในเพลงสากลที่เธอมอบให้แก่แฟนๆ
เป็นพิเศษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่แล้วได้แก่ “My Funny Valentine” เพลงของเดือนกุมภาพันธ์ที่อีกไม่กี่วันจะถึงวันแห่งความรัก สำหรับเพลงนี้ได้ยินครั้งแรกคงเกือบ 30 ปีแล้วกระมัง? ขับร้องโดยนักร้องดังๆหลายๆคน แต่ที่ดังที่สุดดูเหมือนจะเป็นเขาละ แฟร้งค์ ซีเนตร้า
แล้วก็มาถึงเพลงไทยเพลงหนึ่งที่ศรีไศลไม่เคยอัดแผ่นเสียงไว้ เพราะเป็นเพลงรุ่นหลัง...เธอ
บอกว่าชอบเพลงนี้มาก และทราบมาว่า พุ่มพวง ดวงจันทร์ ก็ชอบด้วย เป็นเพลงที่พุ่มพวงร้องบนเตียงคนไข้ขณะป่วย และต่อมาก็สิ้นใจ
“ขอเพียงที่พักใจ” ของ มาลีวัลย์ เจมินา นั่นแหละครับ...เพลงที่บรรยายถึงผู้หญิงคนหนึ่งยืนเปียกฝนหนาวสั่นอยู่หน้าประตูบ้านของชายที่เธอรัก พร้อมกับขอร้องให้เปิดประตูรับเข้าไปพักพิงสักคืนหนึ่งเมื่อตื่นแล้วก็พร้อมจะจากไป
ศรีไศลร้องได้ดีมาก ฟังแล้วก็นึกถึงทั้งมาลี-วัลย์ แล้วก็ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่ศรีไศลจำผิดอย่างน่ารักเป็น พุ่มพวง ดวงใจ เรียกรอยยิ้มได้อีกครั้ง
อีก 2 เพลงที่เป็นเครื่องหมายการค้าประจำตัวของศรีไศลก็คือ “รักเอย” และ “เสน่หา”...ซึ่งครั้งนี้เธอนำมาร้องคู่กันและหล่อหลอมเป็นเพลงเดียวกันได้อย่างลงตัว ก่อนจะจากกันด้วย “ปล.ฉันรักเธอ” ซึ่งเป็นเพลงสุดท้าย และเป็นชื่อของคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้
สุดท้ายของสุดท้าย พิธีกรประกาศว่างานนี้ได้ทั้งค่าจำหน่ายบัตร 2 ล้านบาท กับเงินบริจาคอีกกว่า 3 ล้านบาท รวมทั้งค่าตัวศรีไศล สุชาต-
วุฒิ อีก 5 แสนบาท...ขอมอบแก่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อเป็นทุนในการก่อตั้งศูนย์ผ่าตัดหัวใจต่อไป
จากนั้น งานก็ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์เมื่อประธานจัดงาน พอฤทัย ชินวัตร ทำหน้าที่มอบเงินทั้งหมดให้แก่ นพ.ทรงวุฒิ ทรัพย์ทวีสิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ต่อหน้าแฟนๆที่ยังอยู่เป็นสักขีพยานเกือบครบถ้วน
เลิกงานแล้วยังมีข้าวต้มรอบดึกรออยู่ที่สนามด้านนอกอีกชุดใหญ่ แต่หัวหน้าทีมซอกแซกตัด-สินใจกลับก่อน เพราะชำเลืองดูนาฬิกาใกล้จะถึง 4 ทุ่มอยู่รอมร่อ...ยังเหลือเส้นทางอีกยาวไกลและจะต้องมืดไปอีก 8 กิโลเมตร ก่อนจะถึงถนนใหญ่
ป.ล.ขอสรุปว่าประทับใจและขอขอบคุณ เจเอสแอล แม่งานใหญ่ฝ่ายบันเทิงไว้ด้วย แต่ยังไงๆ หากคราวหน้ามีอีกน่าจะจัดในกรุงเทพฯนะครับ... เพราะถึงจะชอบและซึ้งในบรรยากาศที่โน่น แค่ไหน แต่เที่ยวกลับรถบรรทุกเยอะมากจริงๆ ความซึ้งหายไปครึ่งหนึ่งเลย.
“ซูม”




















