advertisement

เพลินเพลงสถาบัน กับ 'สุนทราภรณ์'

โดย ซูม 28 พ.ย. 2553 05:00

มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

บ่ายๆวันนี้ (อาทิตย์ที่ 28 พ.ย.) ที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะมีการ แสดงคอนเสิร์ตสุนทราภรณ์ในชุด "เพลินเพลงสถาบันศึกษา" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเฉลิมฉลอง 76 ปี ธรรมศาสตร์

ในตอนแรกทีมงานซอกแซกว่าจะไม่เขียนถึงอยู่แล้ว เพราะเคยเขียนซอกแซกเกี่ยวกับการแสดงของสุนทราภรณ์ หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องไปหลายครั้ง...

ที่ไหนได้ พอคณะผู้จัดเขาส่งสคริปต์การแสดงที่จะแสดงวันนี้มาให้ พร้อมกับไล่เรียงว่า "เพลงสถาบันศึกษา" ที่จะขึ้นหอประชุมธรรมศาสตร์ มีอะไรบ้าง ทำให้หัวหน้าทีมซอกแซกอดใจไม่ไหว เพราะแต่ละเพลงสถาบันที่จะร้องและบรรเลงในวันนี้ มาจากทุกสถาบันจริงๆ

สถาบันละเพลง 2 เพลง รวมแล้วจะมีการบรรเลงเพลงมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาถึงกว่า 30 เพลง จากทั้งหมด 42 เพลงที่จัดไว้

ของธรรมศาสตร์นั้นในฐานะที่เป็นเจ้าภาพก็เลยทั้งร้องทั้งบรรเลงมากกว่าสถาบันอื่น เช่น ขวัญโดม, โดมรอเธอ, โดมในดวงใจ, สีเหลืองแดง, ธรรมศาสตร์รักกัน ฯลฯ เป็นต้น

เพลง "ขวัญโดม" ซึ่งของเก่า ครู เอื้อ สุนทร-สนาน เป็นผู้ขับร้องอัดแผ่นเสียงไว้ แต่ในงานนี้จะขับร้องโดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ที่ยังยืนยันว่าร้องไหว...อาเดินขึ้นเวทีได้สบาย อย่างเก่งก็นั่งรถเข็น ไม่ถึงกับจะต้องประคองปีกหรอก (ว่ะ)

นอกจากร้องให้ธรรมศาสตร์แล้ว "อาหม่อม" ยังจะโซโล่ให้กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยอีก 1 เพลง..."ดาวจุฬา" เสียด้วยนะครับจะบอกให้

สำหรับเพลงจุฬาฯ วันนี้จะกระหึ่มไปทั่วหอประชุมธรรมศาสตร์อีกหลายๆเพลง เช่น "ขวัญใจจุฬา", "ลาแล้วจามจุรี", "จามจุรีศรีจุฬา", "จุฬาแซมบ้า" แถมด้วย "เดินจุฬา" เพลงเชียร์ของจุฬาฯที่ร้องปลุกใจได้อย่างชะงัดในฟุตบอลประเพณี

ของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีมาโชว์ 3 เพลงครับ เริ่มด้วย "อาณาจักรขจี" เพลงประจำมหาวิทยาลัยร้องคู่ชายหญิง..."ลาแล้วแดนขจี" เพลงลามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ฟังแล้วน้ำตาแทบร่วง กับเพลง "เกษตรสามัคคี"

ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ้าลอกไม่ผิดก็ 3 เพลงเช่นกัน ได้แก่ "เอื้องขวัญ", "ลาภูพิงค์" และ "ราตรีอ่างแก้ว" ซึ่งฮิตมากเมื่อ 30-40 ปีก่อน ...แม้แต่คนที่ไม่ใช่ศิษย์เก่า ม.ช. ก็ยังร้องได้เกือบครึ่งประเทศ

ขณะนั่งเขียนต้นฉบับมาถึงช่วงนี้...หัวหน้าทีมซอกแซกยังอดไม่ได้ต้องฮัมเบาๆ "โอ้เคยภิรมย์ สุขสมจินต์ แผ่นฟ้าแผ่นดินเชียงใหม่ ขวัญข้าคือดอยสุเทพเด่นไกล..."เคลียคลอไปด้วย

จากเชียงใหม่แวะไปวังท่าพระ...มหาวิทยาลัยศิลปากร มีมาร่วมด้วย 2 เพลง ได้แก่ "ลานจันทร์ รัญจวน" กับ "กลิ่นแก้ว"...เพลงที่บรรดาชาวศิลปากรทั้งหลายไม่มีวันลืมเด็ดขาด

สำหรับ ประสานมิตร หรือ มศว ประสานมิตร แม้จะมาแค่เพลงเดียว แต่ก็เป็น เพลงที่ครูเอื้อร้องอัดเสียงไว้ด้วยตัวท่านเอง ได้แก่ เพลง "มิตรประสาน" ซึ่งโด่งดังตั้งแต่ สถาบันแห่งนี้ยังเป็นวิทยาลัยการศึกษาประสานมิตร ด้วยซ้ำ

ของ  มหิดล  จัดมา  1 เพลง "มหิดลฉลองชัย" เดิม บุษยา รังสี ร้องนำหมู่ ที่เริ่มต้นว่า "นามมหิดลเป็นศรีแก่ชนผองชาวแพทย์ไทย เป็นพระบิดาของ แพทย์ทุกวัย เทิดไว้นานมา..."ครูธาตรีแต่งเนื้อร้อง ครูเอื้อแต่งทำนองครับเพลงนี้

เมื่อมีแพทย์แล้ว ก็ต้องมีพยาบาลด้วย...เพลง ที่จะบรรเลงเพื่อสถาบันพยาบาลในวันนี้ก็คือเพลง "นักเรียนพยาบาล" แต่งเนื้อร้องโดยท่านผู้หญิง ละเอียด พิบูลสงคราม ซึ่งอัญเชิญพระราชนิพนธ์ ร.6 ที่ว่า "อันความกรุณาปรานีจะมีใครบังคับก็ หาไม่" มาขึ้นต้นก่อนที่จะพรรณนาโวหารถึงคุณงาม ความดีของนักเรียนพยาบาล

ครูเอื้อเป็นผู้แต่งทำนอง และบันทึกเสียงครั้งแรกในยุคโน้นโดย มัณทนา โมรากุล

ทีนี้ก็ไปว่ากันถึงเพลงจาก 4 เหล่าทัพบ้าง... ดังที่สุดก็ต้อง "ในรั้วแดงกำแพงเหลือง" ซีครับ เพลงของโรงเรียนนายร้อย จปร. ที่คนไม่เคยเรียน จปร. ก็ยังจำเนื้อบางท่อนได้เช่นกัน

วันนี้จะได้ ดาวใจ ไพจิตร มาเป็นนักร้องรับเชิญขับร้องเพลงนี้ และบรรเลงไวโอลินเคลียคลอโดย Bella & May

จากนายร้อยก็ไปนายเรือ มีเพลง ถอนสมอ ของโรงเรียนนายเรือ ซึ่งในช่วงหลังๆกองทัพเรือขออนุญาตแต่งเนื้อภาษาอังกฤษขึ้นใหม่ สำหรับให้ ทหารเรือไทยร้องเวลาเดินเรือไปเยือนประเทศต่างๆ...ไม่แน่ใจว่าวันนี้จะร้องเนื้อฝรั่งหรือเนื้อไทย

มาถึงคิวของนายเรืออากาศล่ะครับ...จะเพลงไหนซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่เพลง "แดนนภา" ที่มีเนื้อร้องท่อนแรกกล่าวถึงดอนเมืองว่า..."ดอน แดนถิ่นวิมาน ดอนงามตระการ ปานเมืองพรหม" ที่ขับร้องโดย บุษยา รังสี อีกเพลงหนึ่ง

ไปที่เหล่าสุดท้ายนายร้อยตำรวจเลยครับ... เพลงที่เลือกมาวันนี้ได้แก่เพลง "สนสามพราน" ซึ่งเป็นเพลงประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ที่เพราะมากๆกับเพลง "ลาก่อนสามพราน" ที่บันทึก เสียงไว้โดย บุษยา รังสี เมื่อครั้งกระโน้น

ไม่แน่ใจว่าหัวหน้าทีมซอกแซกจะคัดลอกเพลงสถาบันที่วงดนตรีสุนทราภรณ์จะนำมาบรรเลงบน หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ในบ่ายวันนี้หมดหรือยัง

หากขาดตกบกพร่องหลุดสถาบันอะไรไปบ้างก็ต้องขออภัยไว้ด้วย

สาเหตุหนึ่งที่วงดนตรีสุนทราภรณ์เข้าไปยึดครองสถาบันอุดมศึกษาต่างๆในยุคโน้นเอาไว้เกือบทั้งหมด น่าจะมาจากงานฉลองปริญญาหรืองานฉลองกระบี่ในอดีต ซึ่งจะต้องมีเต้นรำด้วย

เป็นที่รู้กันดีในยุคโน้นว่า วงดนตรีที่บรรเลงเพลงเต้นรำได้ยอดเยี่ยมที่สุด จังหวะแน่นเปรี๊ยะที่สุดก็คือวงสุนทราภรณ์นี่เอง

ดังนั้น เกือบทุกสถาบันจึงมักจะตีตราจองให้แต่งเพลงไว้สำหรับงานฉลองปริญญา เพื่อจะได้ เต้นรำกับร้องเพลงอำลาก่อนออกไปหางานทำ

จึงต้องมีเพลง "ลา" หรือ "อาลัย" อยู่ด้วยเสมอ... ดังเช่น "ลาแล้วจามจุรี", "อาลัยโดม", ลาภูพิงค์, ลาก่อนสามพราน และ ลาแล้วแดนขจี เป็นต้น

แม้ข้อเขียนวันนี้จะไม่มีเจตนาในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนเข้าไปดูการแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรีสุนทราภรณ์ที่หอประชุมธรรมศาสตร์แต่ ประการใด

แต่ศิษย์เก่าสถาบันไหนใคร่จะไปร่วมซาบซึ้งฟังเพลงอำลาสถาบันของท่านก็เชิญนะครับ อ่านคอลัมน์เช้าๆไปบ่ายๆคงจะพอทันอยู่หรอก

เพราะในจดหมายข่าวเขาระบุไว้ว่า จะเริ่ม ร้องเพลงแรกเวลา 13.30 น. และจะร้องบรรเลงกัน ที่ท่าพระจันทร์นี่เอง    ถ้าเป็นรังสิตก็คงไม่ชวนหรอกครับ.

"ซูม"

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement