advertisement

โต้ลม...เรือใบ ในงาน "ภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า"

โดย 29 ธ.ค. 2555 05:15

เรือร่วมแข่งขันสวนสนามทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ ปากอ่าวกะตะ

ปิดฉากลงไปแล้วอย่างงดงาม สำหรับการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน ภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ประจำปีนี้ นอกจากจะได้รางวัลไปครองกันแล้ว การได้สัมผัสกับธรรมชาติและความสวยงามของเกาะภูเก็ต ที่มีทั้งน้ำทะเลใส หาดทรายสวยงาม มีแสงแดดอ่อนๆ ลมพัดเบาๆ ที่พอพัดผ่านสะกิดผิวให้รู้สึกสบายกาย เป็นบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติก นอกจากการแข่งขันที่มีสีสันสุดๆแล้ว

การแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน ภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2530 เนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา โดยจะจัดงานในช่วงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คณะกรรมการจัดการแข่งขันอยู่ภายใต้ สโมสรเรือใบราชวรุณ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กองทัพเรือและจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นมหกรรมครั้งสำคัญของการแข่งขันเรือใบสนุกสนานเร้าใจที่สุดแห่งปี ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งภูมิภาคเอเชีย

ปมุข อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมการบริหาร กะตะ กรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย เล่าว่า ทุกๆปี นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต้องแวะเวียนมาโดยเฉพาะในช่วงเดือน ธ.ค. กลุ่มชื่นชอบกีฬาทางน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว สิงห์นักเล่นเรือใบจะนัดมาประลองฝีมือท้าทายความเร็ว จากกลุ่มเล็กๆกลายเป็นกลุ่มใหญ่ จนรู้จักกันในวงกลุ่มนักเล่นเรือใบนานาชาติ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน ภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ต่อเนื่องกันมาทุกปี

สำหรับในปีนี้ ปมุข  บอกว่า การแข่งขันเรือใบ ภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ในปีนี้ เป็นครั้งที่ 26 จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษา มีประเภทการแข่งขัน ทั้งรุ่น ไออาร์ซี ซีโร่ รุ่นสปอร์ต โบ๊ต รุ่นโมเดิร์น คลาสสิก รุ่นแบร์โบ๊ต ชาร์เตอร์ รุ่นมัสติฮัลล์ รุ่นไฟร์ฟลาย 850 สปอร์ต รุ่นครูซิ่ง คลาส มีนักกีฬาฝีมือฉกาจ 2,000 คน จาก 35 ประเทศ และเรือ 100 ลำ เข้าร่วมแข่งขัน เห็นได้จากเรือใบหลากสีสัน สวยงาม ลอยเต็มทะเลหน้าหาดกะตะ

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่วันที่ 5 ธันวาคม โดยในช่วงเช้ามีการจัดพิธีสวนสนามทางทะเลอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยเรือหลวงภูเก็ต 333 และเรือแข่งทุกลำร่วมพิธีสวนสนาม บริเวณปากอ่าวกะตะ

ภาพที่ปรากฏข้างหน้า เป็นภาพของเรือทุกลำ นัก กีฬาทุกคน ต่างร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตลอด 1 ชั่วโมง ของพิธีสวนสนามนั้นเป็นภาพที่หาชมที่ไหนไม่ได้ในโลกนี้นอกจากประเทศไทยแน่นอน ตกค่ำนักกีฬาและนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณปากอ่าวกะตะ ร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร หาดกะตะที่เคยเงียบสงบก็สว่างไสวไปด้วยแสงเทียนกว่า 3,000 เล่ม ในทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ประทับใจและจดจำของทุกคนที่อยู่ในที่นั้น ทำเอาเราซึ่งเป็นคนไทยปลื้มปีติจนน้ำตาไหล

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายปีเตอร์ คัมมินส์ ชาวออสเตรเลีย อดีตนักแข่งเรือใบที่เคยร่วมแข่งขันเรือใบกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา บอกเล่าเรื่องราวครั้งนั้นให้ฟังว่า ครั้งนั้นเป็นการแข่งขันเรือใบประเพณีของวังไกลกังวลและกองทัพเรือไทยจัดขึ้น มีผู้ร่วมแข่ง 60 ลำ และหนึ่งในนั้นมีเรือใบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร่วมแข่งขันด้วย ก่อนแข่งในหลวงทรงมีรับสั่งให้ทุกคนเล่นอย่างเต็มที่ และพระองค์ทรงใช้สติและสมาธิ รวมไปถึงไหวพริบ สามารถบังคับและแล่นเรือไปในทิศทางที่กำหนดได้ดี เนื่องจากทรงมีความเชี่ยวชาญด้านลม น้ำขึ้นลง และศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติดีเยี่ยมอยู่แล้ว และคว้าชัยชนะครั้งนั้นไปครอง

ปีเตอร์  บอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์เดียวในเอเชียที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือใบในระดับนานาชาติ ยิ่งไปกว่านั้นยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยเพียงพระองค์เดียวที่ทรงให้ความสนใจกีฬาอย่างจริงจัง ถือว่าพระองค์ทรงเป็นต้นแบบของการเล่นเรือใบ

...เช้าวันถัดมาเรามีโอกาสนั่งชมวิวริมหาดกะตะ ที่มองไปตรงไหนเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินอนอาบแดดเต็มไปหมด บ้างก็ลงเล่นน้ำ เห็นใบหน้าแต่ละคนยิ้มแย้มแสดงออกถึงความสุขยิ่งนัก ก่อนจะเดินลงน้ำทะเลที่มีความใสสะอาด มองเห็นถึงเม็ดทรายขาว

อันสวยงาม เหมือนดังยังมีสภาพธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ต้องอดใจไม่ไหวขอลงสัมผัสกับท้องทะเลแห่งนี้ ก่อนขึ้นเรือสปีดโบ๊ต ล่องไปตามทะเลอ่าวกะตะเพื่อชมการปล่อยตัวเรือใบ ที่จุดปล่อยเรือใบ งานนี้ได้สัมผัสกับนักแข่งเรือใบแบบวีไอพีประชิดตัวกันเลยทีเดียว บรรยากาศของการแข่งขันเต็มไปด้วยความท้าทาย ความน่าตื่นเต้นของการบังคับใบเรือ นักแข่งทุกคนต้องพยา-ยามงัดกลยุทธ์ เทคนิคออกมาต่อสู้กับกระแส ลมในทะเลที่ท้าทายความสามารถ เพื่อบัง-คับใบเรือให้เข้าสู่เส้นชัยของแต่ละประเภท

สิ่งสำคัญเมื่อแล่นเรือออกไป การได้เป็นตัวของตัวเอง การใช้สติ สมาธิ รวมไปถึงไหวพริบ สมอง ต้องบังคับแล่นเรือไปในทิศทางที่กำหนด ต้องไตร่ตรองตัดสินใจ และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง คือสิ่งที่ผู้เล่นเรือใบได้รับฝึกฝน และเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นเดียวกัน

ไฮไลต์การแข่งขันที่น่าสนใจ รุ่นไออาร์ซี ฮีโร่ คลาส ทีมโชว์ฟอร์มได้ดีเข้าเส้นชัยอันดับ 1 คือ ทีมแฟรงค์ ปอง เจ้าของเรือเจลิก จากฮ่องกง เสียงปรบมือแสดงความยินดีดังกึกก้องกับรางวัลอันทรงเกียรติ โดยนายแฟรงค์ ปอง กัปตันเรือทีมแฟรงค์ ปอง บอกว่า เดินทางมาร่วมแข่งขันนานกว่า 10 ปี ดีใจที่ได้คว้าถ้วยพระราชทานครั้งนี้

สิ้นสุดเป็นพิธีปิดการแข่งขันบริเวณหาดกะตะ นักกีฬาพร้อมนักท่องเที่ยวกว่า 2,500 คน ฉลองชัยชนะให้กับนักกีฬาอย่างคึกคัก ทุกคนต่างพูดคุย หัวเราะ แลกเปลี่ยนของที่ระลึกประจำประเทศอย่างสนุกสนานเป็นกันเอง ก่อนเสียงเพลงของวงดนตรีถูกจัดไว้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ และพิธีสำคัญที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง...นั่นคือการประกาศผลคะแนนชนะเลิศ และมอบถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ต คิงส์คัพ รีกัตต้า ครั้งที่ 26” โดยมี พลเรือเอกหม่อมหลวงอัศนี ปราโมช องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานมอบรางวัลพระราชทาน ส่งท้ายด้วยเสียงเพลงแจ๊สบรรเลงขับกล่อมให้ผู้คนที่อยู่บริเวณหาดกะตะ ดื่มด่ำกับความงดงามของท้องทะเลอันดามัน

สำหรับเราแล้วถือเป็นโอกาสดีของเมืองไทย ที่มีกิจกรรมอันดีระดับนานาชาติ เพิ่มคุณค่าทางการท่องเที่ยวของเมืองภูเก็ต และระดับประเทศ สร้างเม็ดเงินก้อนโตมากทีเดียว...

 

โหวตข่าวนี้