ข่าว

วิดีโอ

"บุโรพุทโธ" วิหารแห่งสวรรค์

โดย

วิหารบุโรพุทโธ สิ่งก่อสร้างที่สุดมหัศจรรย์จากหินภูเขาไฟ.

นอกเหนือจากสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งในอินเดียที่เปรียบเสมือนตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว “บุโรพุทโธ” หรือ บาราบูดูร์ (BARABUDUR) วิหารที่ตั้งอยู่บนเนินสูงของเกาะชวาภาคกลาง ในเขตเมืองยอร์คยาการ์ตา ศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมชวา ในประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งที่พุทธศาสนิกชนควรได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนแม้เพียงสักครั้งในชีวิต

ไม่เพียงแต่การเป็นมหาสถูปเจดีย์ที่มีความงดงามตามแบบศิลปะฮินดู-ชวา หรือศิลปะชวาภาคกลางที่ผสมผสานงานศิลปะระหว่างอินเดียและอินโดนีเซียได้อย่างกลมกลืนที่สุดแห่งหนึ่ง  แต่ยังเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน และเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คุณสุทธิ-พงศ์  เผื่อนพิภพ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ส่งเทียบเชิญให้เดินทางไปเยือนบุโรพุทโธ นัยหนึ่งก็เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต แต่อีกนัยหนึ่ง ก็เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีในกลุ่มประเทศอาเซียนที่เรากำลังจะก้าวสู่การเป็นประชาคมเดียวกันในปี พ.ศ.2558 นี้

เราเดินทางถึง สนามบินนานาชาติซูการ์โน ฮัตตะ กรุงจาการ์ตา ประมาณห้าโมงครึ่งตอนเย็น หลังจากผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและพิธีทางศุลกากรแล้ว คณะต้องไปขึ้นเครื่องต่อไปยังเมืองยอร์กยา หรือยอร์กยาการ์ตา ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากเมืองหลวงประมาณชั่วโมงเศษ ไปถึงที่นั่นก็เกือบๆสามทุ่มได้เวลาเข้านอนเพื่อพักผ่อนเตรียม พร้อมสู่การเดินทางไปนมัสการศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลกในวันรุ่งขึ้น

แม้จะเป็นวันที่อากาศร้อนระอุอีกวันหนึ่ง แต่การเดินขึ้นสู่บุโรพุทโธ (BOROBUDUR) หรือบาราบูดูร์ (BARABUDUR) กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างดึงดูดตัวเราให้เข้าไปสู่ความสงบ เย็น ด้วยความยิ่งใหญ่ของพุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เหมือนเวลาที่เราเดินเข้าไปในศาสนสถานหลายๆแห่ง

ตามประวัติบอกว่า บุโรพุทโธ ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำโปรโก ห่างจากยอร์กยาการ์ตา ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร โดยสร้างอยู่บนเนินสูงจากพื้นดินราว 15 เมตร จึงเป็นที่มาของชื่อ “บุโรพุทโธ” ที่แปลว่า “วิหารที่สร้างบนภูเขาสูง”

กษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร เป็นผู้สร้างสถูปรูปทรงแบบมหายานแห่งนี้ด้วยหินภูเขาไฟตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7-9 หรือประมาณปีพุทธ– ศักราช 1393 ซึ่งถ้าบวกลบคูณหารก็เป็นเวลานานกว่า 1,162 ปีมาแล้ว

รอบวิหารบุโรพุทโธเต็มไปด้วยหินสลักนูนต่ำ ซ้อนกันเป็นชั้นๆลดหลั่นกันไป แต่ละชั้นแสดงคติธรรมทางพุทธศาสนา ชั้นแรก เป็นชั้นที่มีความหมายถึงการที่มนุษย์ยังเกาะเกี่ยวอยู่กับการเวียนว่ายตายเกิด และวนเวียนอยู่กับกิเลส ตัณหา กามราคะ ที่เรียกว่าชั้น“กามธาตุ” ชั้นนี้มีภาพสลักที่น่าสนใจอยู่ถึง 160 ภาพ เป็นการเล่าเรื่องราวตาม “คัมภีร์ธรรมวิวังค์” ว่าด้วยเรื่อง “กฎแห่งกรรม” ซึ่งก็คือเรื่องของบาป บุญ คุณ โทษนั่นเอง

ชั้นที่สอง คือ “รูปธาตุ” มีลักษณะเป็นขั้น บันไดรูปกลม ฐาน 6 ขั้น สูงกว่าชั้นกามธาตุเล็กน้อย แสดงถึงการที่มนุษย์หลุดพ้นจากกิเลส ทางโลกได้บ้าง แต่ก็ยังมีส่วนที่ยึดติดกับทางโลกอยู่ และชั้นสุดท้าย คือ “อรูปธาตุ” เป็นชั้นของการปฏิบัติขั้นสูงหลุดพ้นจากกิเลส ตัณหา ทั้งภวตัณหาและวิภวตัณหา ชั้นอรูปธาตุนี้มีรูปสลักนูนต่ำที่แสดงถึงพุทธประวัติถึงเกือบ 1,400 ภาพ

ในบางตำราตีความว่าแผนผังของบุโรพุทโธน่าจะหมายถึง “จักรวาล” และอำนาจของ “พระอาทิพุทธเจ้า” ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงสร้างโลกในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ซึ่งในส่วนของพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่อยู่บนยอดสูงสุดของ “บุโรพุทโธ” นั้น กล่าวกันว่า เป็นสัญลักษณ์แทนองค์ “พระอาทิพุทธเจ้า” ที่ในคติความเชื่อพระพุทธศาสนานิกายมหายานเชื่อว่าพระองค์คือผู้สร้างสรรพสิ่งนั่นเอง

ในชั้นบนสุดของบุโรพุทโธ ที่ถือว่าเป็นส่วนยอดสุดของวิหาร มีลักษณะเป็นฐานวงกลมใหญ่ของเจดีย์องค์ประธาน เวลาที่มองมาจากที่ไกล จะเห็นเป็นเหมือนดอกบัวขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางหุบเขา มีผู้อุปมาภาพที่ปรากฏนี้ว่าเป็นดั่งสรวงสวรรค์ ที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่งในโลก หรือที่เรียกว่านิพพาน อันเป็นจุดหมายสูงสุดของศาสนาพุทธ

อีกสิ่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของ บุโรพุทโธ ก็คือ เจดีย์ทรงระฆังโปร่ง ฉลุเป็นช่องสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เรียงรายอยู่โดยรอบ ในเจดีย์จะมีองค์พระพุทธรูปอยู่ข้างใน ซึ่งเชื่อกันว่า ถ้าใครสามารถยื่นมือไปสัมผัสองค์พระพุทธรูปในนั้นได้จะสมหวังและโชคดี

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บุโรพุทโธ ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ทั้งแผ่นดินไหว เถ้าถ่านของภูเขาไฟระเบิด หรือน้ำท่วม หลายครั้ง แต่ในที่สุดก็มีผู้ค้นพบและบูรณปฏิสังขรณ์จนกลายมาเป็น “มรดกโลก” ชิ้นสำคัญในทางพระพุทธศาสนา เป็นที่กราบไหว้และสักการบูชาของมนุษยชาติ

ทุกๆปีจะมีพระสงฆ์จากหลากหลายนิกาย และพุทธศาสนิกชนหลากหลายเชื้อชาติแวะเวียนมาสักการะมหาวิหารนิกายมหายานแห่งนี้ไม่ขาดสาย

ขณะที่ยืนเพ่งพินิจมหาสถูปอันยิ่งใหญ่  สิ่งที่แว่บเข้ามาในความคิด บอกเราว่าหากมนุษย์ทุกคนยึดมั่นในการทำดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์แล้วประตูสวรรค์ไม่เคยที่จะปิดตาย...!

 

29 มิ.ย. 2555 10:47 29 มิ.ย. 2555 12:32 ไทยรัฐ