advertisement

ไปกิน"ข้าวมันไก่สิงคโปร์"เที่ยว-ช็อป..จุใจไม่รู้ลืม

โดย 5 พ.ค. 2555 05:00

โรงละครเอสพลานาด.

เมอร์ไลออนที่เกาะเซนโตซ่า ยืนท้าแดดลมฝนมานานหลายทศวรรษ

“สิงคโปร์” เกาะเล็กๆที่อยู่ติดกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นอีกที่หนึ่งที่ผูู้้คนจากทุกสารทิศแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย ไม่เพียงความเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรมเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงความพยายามที่จะพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในอาเซียนด้วย

มร.เอส อิสวาราน รมต.ประจำสำนักนายกฯ และรมช.กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทยของสิงคโปร์ บอกว่า ปี 2554 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวไปเยือนสิงคโปร์ 13.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2553 โดยมียอดรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 22.2 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่แล้ว ทำให้เชื่อว่าปีนี้สิงคโปร์จะเป็นตลาดการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาค

สิ่งที่ปรากฏชัดเจนคือ การเร่งต่อเติม เสริมแต่ง และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างขนานใหญ่ของสิงคโปร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโต รัฐบาลสิงคโปร์อนุมัติงบประมาณกว่า 905 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว (Tourism Development Fund) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บริการและการจัดงานอีเวนต์

ฟังคำบอกเล่าแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเดินทางไปเยือนสิงคโปร์ โดยคำเชิญของ บริษัทคังเซน ประเทศไทย จำกัด ซึ่งก็ทำให้ได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากสายการบินที่มีให้บริการอย่างหลากหลายแล้ว การเดินทางโดยรถไฟจากจังหวัดยะโฮร์ของมาเลเซียไปยังสถานี Woodlands ของสิงคโปร์ ก็เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่รวมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศซึ่งเป็นเพียงเกาะเล็กๆโดยรถไฟฟ้า รถเมล์ ที่สะดวกสบาย ประมาณว่าใช้บัตรใบเดียว เที่ยวได้ทั่วสิงคโปร์

บัตรที่ว่านั้น หมายถึง บัตร Ez-Link ที่ขึ้นได้ทั้งรถเมล์ รถไฟใต้ดิน เชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆอย่างเช่น ที่เกาะเซนโตซ่า ซึ่งมีเมอร์ไลออน (merlion) ตัวพ่อยืนผงาดต้อนรับผู้มาเยือน ขณะที่ตัวแม่และลูกจะอยู่ที่ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ที่มีสะพานยื่นออกไปเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มายืนถ่ายภาพเป็นที่ระลึกทั้งในยามพระอาทิตย์ทอแสงและพระอาทิตย์ตก

สถานที่ที่สวยงามอีกแห่งคือ อ่าวมาริน่า หรือมารีน่า เบย์ แซนด์ (Marina Bay Sands) โรงแรมหรูที่สุดในเกาะสิงคโปร์ เป็นตึกที่มีรูปร่างคล้ายเรือ มีห้องพักมากกว่า 2,561 ห้อง และพลาดไม่ได้คือชั้น 57 ของโรงแรมซึ่งเป็นจุดชมวิว ที่มีทัศนียภาพอันสวยงาม ฉากด้านหลังของที่นี่เป็นโรงละครเอสพลานาด อันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างคล้ายหนามทุเรียน ถือเป็นโรงละครริมชายหาดที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากๆของสิงคโปร์ คล้ายๆกับ โอเปร่า เฮาส์ของออสเตรเลียเลยทีเดียว

และที่นี่เอง ที่รัฐบาลสิงคโปร์ร่วมกับ ลาสเวกัสแซนด์ คอร์เปอร์เรชั่น เนรมิตอ่าวมาริน่า ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยมีโรงแรมที่มีห้องพักสุดหรูกว่า 2,560 ห้อง, กาสิโนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สามารถจุคนได้ราว 15,000 คน มีโต๊ะเกมต่างๆ 500 โต๊ะ ตู้สลอต 1,500 ตู้ เป็นจุดขาย กระตุ้นต่อมอยากของนักท่องเที่ยวที่พิสมัยแสงสีและการเสี่ยงดวงให้แวะมาสัมผัส

ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ เราเดินทางมุ่งตรงสู่ สิงคโปร์ ฟลายเออร์ ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่สร้างเลียนแบบลอนดอน อาย ของอังกฤษ ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของห้างรีเทล เทอร์มินอล ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งในเกาะสิงคโปร์ เพราะสามารถชมวิวรอบเกาะได้ 360 องศา บนความสูงกว่า 165 เมตร

ชิงช้าสวรรค์สิงคโปร์ ฟลายเออร์ มีรูปร่างเป็นแคปซูล โดย 1 แคปซูลสามารถจุคนได้ถึง 28 คน ใช้เวลาหมุน 1 รอบ ประมาณ 30 นาที เป็น 30 นาที ที่เพลิดเพลินไปกับการชมวิวรอบเกาะสิงคโปร์

ลงจากแคปซูลยักษ์ แน่นอน.. มาสิงคโปร์ทั้งที ต้องไม่พลาดไชน่าทาวน์ แหล่งชุมชนชาวจีนอันเก่าแก่ของสิงคโปร์ ที่นี่นอกจากจะเป็นที่ตั้งของวัดพระเขี้ยวแก้ว   วัดซึ่งสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถัง ภายใต้ศิลปะแบบบุโรพุทโธแล้ว  ยังเป็นที่ที่เราได้มีโอกาสลิ้มรสอาหารเลิศรสตามแบบฉบับชาวจีน ไม่ว่าจะเป็นข้าวมันไก่สิงคโปร์ บักกุ๊ดเต๋ และปูผัดพริกไทยดำต้นตำรับ PEPPER CRAP ปูทะเลตัวโตๆผัดพริกและซอส อร่อยอย่าบอกใครเชียว

กินอิ่มนอนหลับเต็มที่แล้ว โปรแกรมสำคัญอีกโปรแกรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์   ที่ตั้งอยู่บนเกาะเซนโตซ่า อาณาจักรความบันเทิงระดับโลก มีเครื่องเล่นถึง 24 ชนิด แบ่งเป็นโซนต่างๆ 7 โซน อาทิ เมืองไซไฟ ที่สุดของรถไฟเหาะรางคู่ ทั้งหวาดเสียวและสูงที่สุดในโลก ด้วยระดับความสูง 42.5 เมตร โดยจำลองจากซีรีส์ชื่อดัง แบทเทิลสตาร์ กาแล็กติกา โซนเดอะลอส์ตเวิลด์ หรือดินแดนจูลาสสิคปาร์คที่พาย้อนอดีตกลับไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์ ที่ไดโนเสาร์อาจจะโผล่มาหาเราได้ตลอดถ้าเข้าสู่เขตหวงห้าม

ปิดท้ายโปรแกรมท่องเที่ยวคราวนี้ ไม่พลาดการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายที่ถนนออชาร์ด ถนนที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าหลายแห่งให้เลือกช็อปอย่างจุใจ พอกลับเข้าโรงแรมถึงได้รู้ว่ากระเป๋าฉีกไปถึงไหนๆ

ด้วยพื้นที่ทั้งเกาะเพียง 697 ตารางกิโลเมตร แต่สิงคโปร์ก็พยายามที่จะจัดสรรและบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ ให้มีความน่าสนใจและเกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้เราต้องหันกลับมาดูพื้นที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก ของประเทศไทยกันบ้างแล้วว่า เราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน และดึงเงินเข้าประเทศเพื่อให้คนไทยได้ลืมตาอ้าปาก..กันบ้าง.

 

 

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement