advertisement

"ซิปโปะโระ ยูกิมะสึริ" เมื่อ "หิมะ" มีชีวิต!

โดย 25 ก.พ. 2555 05:00

มโนราห์แกะสลักจากหิมะฝีมือช่างไทย.

ซัปโปะโระ ยูกิมะสึริ!

เป็นชื่องานเทศกาลหิมะของเมืองซัปโปโร ซึ่งจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ถือเป็นเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น

ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยคุณสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท.และ คุณประกิต พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการ ททท. ส่งเทียบเชิญให้ร่วมทริปเดินทางไปเที่ยวชมการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในงานเทศกาลหิมะที่ซัปโปโร เมืองหลวงของเกาะฮอกไกโด เกาะที่สุดแสนจะโรแมนติก จนมีชื่อติดอันดับต้นๆในฉากรักแสนหวานของภาพยนตร์รักหลายเรื่องของญี่ปุ่น เท่าๆ กับการเป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของญี่ปุ่น

นอกจากความละเอียดของหิมะที่ได้รับการขนานนามว่า Powder Snow ในเมืองนี้แล้ว ซัปโปโร ยังมีชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตเบียร์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 2419 และราเมงซึ่งกล่าวขานกันไปทั่วว่า อร่อยสุดๆ...


จากสนามบินคันไซ เมืองโอซากา ราว 2 ชั่วโมง นกเหล็กลำใหญ่ของสายการบิน ออล นิปปอน แอร์เวย์  หรือ ANA ก็พาคณะของเรามาลงที่ท่าอากาศยานชิโตเซะ เมืองซัปโปโร

สัมผัสแรกที่นี่ หนาวสุดขั้วหัวใจจริงๆ อุณหภูมิติดลบตั้งแต่ลบ 7 องศาไปจนถึงลบ 20 องศา งานนี้เสื้อกันหนาวตัวโตที่พับเก็บอยู่ในตู้นานร่วมปีได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ทีเดียว

หลังจากเช็กอินเข้าที่พัก ตอนแรกกะว่าจะเอนหลังให้หายเมื่อยจากการนั่งเครื่องบินยาวนานกว่า 8-9 ชั่วโมงสักหน่อย  แต่ดูเหมือนเวลาจะจำกัดจริงๆ ยังไม่ทันได้เปิดกระเป๋าเดินทางด้วยซ้ำ คณะก็ต้องรีบเดินทางไปที่งานแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ที่ สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นที่จัดงานของทุกปี


หิมะสีขาวโพลนปกคลุมทั่วโอโดริ พาร์ค ประติมากรรมแกะสลักจากหิมะนับร้อยชิ้น เด่นตระหง่านท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ สะดุดตากับประติมากรรมแกะสลักหิมะชิ้นหนึ่ง โดดเด่นอยู่ท่ามกลางประติมากรรมหลายสิบชิ้น มันเป็นหิมะแกะสลักรูปมังกรม้วนตัว ลวดลายของมังกรเป็นพลิ้วคลื่นราวกับมีชีวิต และก็ไม่ผิดหวัง เพราะเมื่อคำประกาศตัดสินรางวัลชนะเลิศการแข่งขันแกะสลักหิมะในเมืองซัปโปโรสิ้นเสียงลง มังกรตัวที่ว่า ซึ่งเป็นฝีมือแกะสลักของชาวฮ่องกง ก็คว้ารางวัลชนะเลิศไปจริงๆ ขณะที่ประเทศไทยของเราคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 จากการแกะสลักหิมะรูปมโนราห์ ติดมือกลับบ้าน

เสียใจเล็กๆ แม้รู้ว่า ขึ้นชื่อว่าการแข่งขันแล้ว ก็คือ กีฬาอย่างหนึ่ง การรู้แพ้ รู้ชนะเป็นปกติธรรมดาที่สำคัญ แต่เมื่อได้ฟังผู้บริหารจาก ททท.เล่าว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเราส่งช่างแกะสลักหิมะเข้าร่วมการแข่งขัน ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยคว้ารางวัลชนะเลิศที่เรียกว่า grand champion มาแล้ว 3 ปีซ้อนจากการแกะสลักหิมะเป็น รูปช้างพ่อแม่ลูก ในปี 2551 รูปครุฑและพญานาค  ปี 2552 และ รูปไกรทองสู้กับชาละวัน ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่มีช่างแกะสลักจาก 17 ประเทศส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขันถึง 224 ชิ้น

และประเทศไทยเราเป็นที่หนึ่งในจำนวน 200 กว่าชิ้นนั้น!


สำหรับปีนี้ ถึงเราจะไม่ได้รางวัลชนะเลิศ แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่ กุศล บุญกอบส่งเสริม พี่ อำนวยศักดิ์ ศรีสุข และพี่ กฤษณะ วงศ์เทศ  ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขัน พี่ทำดีที่สุดแล้ว! อย่างน้อยพี่ก็ได้ทำให้ประติมากรรมหิมะของประเทศไทยมีโอกาสอวดโฉมให้คนกว่า 2 ล้านคนจากทั่วโลกได้ชื่นชมฝีมือคนไทยในงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้

มาถึงซัปโปโรแล้ว จะไม่ไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆในเมืองนี้ก็ดูกระไรอยู่ ยิ่งงานนี้คุณภรรยาสุดที่เลิฟ สั่งซื้อ “Shiroikoibito” ช็อก-โกแลตชื่อดังของเกาะฮอกไกโด แน่นอนต้องไม่พลาดโปรแกรมเที่ยวชมโรงงานช็อกโกแลตอิชิยะ ที่ หมู่บ้านอิชิยะ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง Shiroikoibito ไวท์ช็อกโกแลตสอดไส้คุกกี้ หวานอร่อย นุ่มลิ้น จนแทบจะลืมความหนาวเย็นข้างนอกอาคารไปเลยทีเดียว

วันรุ่งขึ้น เราเดินทางต่อไปยังเมือง โอตารุ (Otaru) เมืองท่าสำคัญของเกาะฮอกไกโด หรืออาจจะเรียกว่าเป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้  เพราะในอดีตนั้น เมืองโอตารุเคยเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะฮอกไกโด ถึงขนาดได้รับการขนานนามว่า Wall Street of the North

บรรยากาศในเมืองนี้มีตึกสไตล์ตะวันตก และร้านค้าเล็กๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น ยิ่งในช่วงฤดูหนาว หิมะตกตลอด ทำให้ถนนและหลังคาบ้าน เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน นึกถึงฉากรักในหนังเกาหลี ที่พระเอก หรือนางเอก เดินจากกันท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาเหมือนสายฝน


นอกจากนี้ ในเมืองโอตารุยังมีคลองเก่า หรือ Otaru Canal ซึ่งเป็นคลองเล็กๆ ความยาวเพียง 1,140 เมตร ที่สมัยก่อนใช้เป็นคลองสำหรับเรือเล็กๆลำเลียงสินค้าจากท่าเรือเอามาเก็บไว้ในโกดังตามริมคลอง แต่ปัจจุบันตึกเก่าหรือโกดังเก็บสินค้าริมคลองเหล่านี้ถูกแปรสภาพเป็นร้านอาหารและร้านขายของเล็กๆ ตอนกลางคืนจะสวยงามมาก เมื่อร้านค้าเหล่านี้เปิดโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ บังเอิญช่วงที่ไปครั้งนี้ตรงกับเทศกาล Otaru Candle Festival พอดี ทั้งเมืองจึงเต็มไปด้วยเทียนที่จุดอยู่ในขวดแก้ว สวยงามไปอีกแบบ

ก่อนกลับเมืองไทย คณะของเรามีโอกาสไปไหว้ขอพรพระที่ศาลเจ้า ฮอกไกโด ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าโยนเหรียญเข้าไปที่กล่องไม้ขนาดใหญ่แล้ว สามารถที่จะอธิษฐานขอพรให้ได้ในสิ่งที่หวังไว้

คิดขำๆเองในใจเล่นๆว่า ถ้ามาที่นี่ก่อน เราคงได้รางวัลชนะเลิศไปแล้ว...


ส่งท้ายอำลาซัปโปโรด้วยหอยเชลล์สดๆ ขาปูยักษ์นึ่ง แกล้มเบียร์ สุดยอดส์...จริงๆ

ไซโยนาระ...ซัปโปโร

ลาก่อน...ฮอกไกโด

อาริกาโตะ โกะซัยมัส...Japan!

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement