advertisement

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนผู้ใหญ่ชงค์

โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 28 ก.ค. 2556 00:03

เมื่อปี 2551 ผมไปทำรายการครอบจักรวาล เรื่องการปลูกป่า ชายเลนของศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน คลองโคนผู้ใหญ่ชงค์  ตอนนั้น คนยังไม่ค่อยรู้จักกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนเท่าที่ควร

แต่ปัจจุบันนี้หน่วยงานราชการ บริษัทห้างร้าน ตลอดจนประชาชนทั่วไปนิยมไปปลูกป่าชายเลนกันเป็นหมู่คณะ ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมพาคณะครูโรงเรียนมหรรณพาราม 20 คนไปปลูกป่าชายเลนที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคนผู้ใหญ่ชงค์ และถือโอกาสเยี่ยมเยียน  ผู้ใหญ่ชงค์ หรือ ผู้ใหญ่ไพบูลย์ รัตนพงศ์ธระ เพราะไม่ได้พบปะเจอะเจอนานแล้ว คิดถึง จะได้ถามไถ่ว่ากิจกรรมปลูกป่าชายเลนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว ที่สำคัญจะไปรับประทานน้ำพริกปลาทูทอดกินกับใบชะครามลวกราดหัวกะทิและต้มส้มปลากระบอกเมนูสุดยอดอร่อยของที่นี่

ก่อนอื่นต้องให้ความรู้ก่อนว่า กิจกรรมการปลูกป่าชายเลนเกิดขึ้นมาจากอะไร คุณเชษฐ์ หรือ คุณพิร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ ลูกผู้ใหญ่ชงค์ผู้สืบทอดงานต่างๆของศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนพื้นที่ป่าชายเลนบ้านคลองโคนถูกบุกรุกทำลายจนเกือบหมดสภาพป่าชายเลน เพื่อทำนากุ้งและทำประโยชน์อื่นๆ จนกระทั่งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลใกล้ชายฝั่งเสียหายหมด ส่งผลกระทบไปถึงแหล่งอาหารของสัตว์น้ำทางทะเลที่สูญหายตามไปด้วย

ชาวบ้านที่ทำอาชีพประมงก็ไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ เพราะไม่มี สัตว์น้ำทะเลให้จับ ถึงจับได้ก็มีปริมาณไม่เพียงพอ แถมตัวเล็กไม่ได้คุณภาพ จึงทำให้ชาวบ้านแถวนี้ย้ายหนีไปหางานทำที่อื่น โดยเฉพาะแรงงานที่เป็นวัยทำงาน และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ นากุ้งที่ทำกลับเจ๊งไม่เป็นท่า มีนากุ้งร้างเพิ่มมากขึ้น หนี้สินก็พอกพูนเพิ่มตามมา เรียกว่าจนในพริบตา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2530 กว่าๆ

จนกระทั่งปี 2534 ชาวบ้านในพื้นที่โดยการนำของผู้ใหญ่ชงค์ มานั่งปรึกษาหารือกันว่า ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงเกิดมาจากอะไร ทำไมจึงเกิดกับชุมชนบ้านเรา ก็ได้ข้อสรุปว่า เพราะเราไม่ดูแลรักษาป่าชายเลน ไม่อนุรักษ์สภาพแวดล้อมระบบนิเวศวิทยาทางทะเล แต่กลับไปทำนากุ้งที่มีแต่ทำลายสิ่งแวดล้อม สารพัดสารเคมีสารพิษตกค้างมากมาย

เมื่อรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ชาวบ้านโดยการนำของผู้ใหญ่ชงค์จึงมีความคิดว่า หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่แหละคือต้นแบบการอยู่อย่างพอเพียง พอประมาณ  มีเหตุผลและมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ถ้าจะทำให้ท้องถิ่นของเรากลับมาเหมือนเดิม อันดับแรกต้องเริ่มต้นทำที่บ้านเราก่อน คือ ช่วยกันปลูกป่าชายเลนก่อน แล้วค่อยไปฟื้นฟูเรื่องอื่นๆต่อไปและมั่นใจว่าสิ่งที่ทำจะนำความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าชายเลนกลับมาได้อย่างแน่นอน

โดยเริ่มทดลองปลูกป่าชายเลนในช่วง 3 ปีแรก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จกลับเจอปัญหาสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่จะปลูก การอยู่รอดหลังปลูก และชาวบ้านบางคนไม่ให้ความร่วมมือ นอกจากนี้การปลูกป่าชายเลนต้องทำอย่างจริงจัง ลำพังชาวบ้านกลุ่มเดียวอาจต้องใช้เวลานานพอสมควร

ผู้ใหญ่ชงค์จึงตั้งศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคนขึ้น จัดโครงการปลูกป่าแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตการทำประมงพื้นบ้านร่วมกับการปลูกป่าชายเลนไปพร้อมๆกัน ตอนเริ่มทำครั้งแรกก็ขลุกขลักเพราะยังไม่เป็นมืออาชีพ ทำไปแก้ปัญหาไปและพัฒนาปรับปรุงตลอดเวลาจนประสบความสำเร็จ ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวเล ประกอบกับกระแสการอนุรักษ์ป่าชายเลน การรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งมีการรณรงค์ของชาวบ้านและภาครัฐอย่างจริงจัง กิจกรรมการปลูกป่าชายเลนจึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

พูดถึง ป่าชายเลน (Mangrove forest) หมายถึง ระบบนิเวศที่ประกอบไปด้วยพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์หลายชนิด ดำรงชีวิตร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่เป็นดินเลน น้ำกร่อยและมีน้ำทะเลท่วมถึงอย่าง สม่ำเสมอ ดังนั้น จึงพบป่าชายเลนปรากฏอยู่ทั่วไปตามบริเวณที่เป็นชายฝั่งทะเลปากแม่น้ำ ทะเลสาบ และรอบเกาะแก่งต่างๆในพื้นที่ชายฝั่งทะเล พันธุ์ไม้ที่มีมากและมีบทบาทสำคัญที่สุดในป่าชายเลน คือ ไม้โกงกาง ป่าชายเลนจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ป่าโกงกาง

ความสำคัญและประโยชน์ของป่าชายเลนมีมากมายมหาศาลถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งพลังงานและแหล่งวัตถุดิบในครัวเรือน คือ นำไม้โกงกางมาทำถ่าน ไม้เสาเข็ม ไม้ค้ำยัน ไม้ก่อสร้างและอุปกรณ์การประมง เป็นต้น

ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งพืชผักและพืชสมุนไพรพื้นบ้านหลายชนิด เช่น ใบชะคราม ยอดเป้ง ยอดผักเบี้ยทะเล นำมาทำอาหาร ต้นจากนำมามุงหลังคา ผลของตะบูนขาวใช้รักษาโรคบิด-ท้องร่วงได้

นอกจากนี้ป่าชายเลนคือแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำทะเล เศษซากไม้ใบที่ร่วงหล่นลงมาจะถูกย่อยสลายกลายเป็นอาหารของจุลินทรีย์เล็กๆ และเจ้าจุลินทรีย์เหล่านี้ก็กลายเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนต่อไป

ป่าชายเลนยังช่วยป้องกันชายฝั่งทะเลไม่ให้ ดินพังทลาย เพราะรากของต้นไม้ในป่าชายเลน ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแล้วยังช่วยบรรเทาความเร็วจากกระแสน้ำทำให้ตะกอนที่แขวนลอยมากับน้ำทับถมกลายเป็นแผ่นดินงอกใหม่พอนานเข้าก็ขยายออกไปในทะเลเกิดเป็นหาดเลนต่อไป ประโยชน์ของป่าชายเลนยังมีอีกมากมาย คือเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ดูดซับสิ่งปฏิกูลต่างๆ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งศึกษาธรรมชาติ ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ

สำหรับ กิจกรรมในศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคนผู้ใหญ่ชงค์ ซึ่งปัจจุบัน คุณเชษฐ์ และภรรยาคือ คุณศรัญญา ช่วยกันบริหาร โดยปรับปรุงโปรแกรมการปลูกป่าไว้ให้ลูกค้าเลือก เช่น มาเช้ากลับเย็นหรือค้าง 1-2 คืน ก็มีให้เลือกตามอัธยาศัย สนนราคาถูกมาก นอกจากปลูกป่าแล้วยังมีกิจกรรมทางน้ำแปลกๆไว้ให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล่นอย่างสนุกสนาน เช่น ถีบกระดานเลนเก็บหอยแครง แถกเรือบนเลน  เด็กๆชอบมาก เพราะตัวเปื้อนโคลนดำไปหมด สกีกระดานเลน ต้องทรงตัวดีๆ ซึ่งไม่ง่ายเลย ส่วน ใครที่ชอบตกปลาก็จับกลุ่มนั่งเรือไปเป็นคณะ และที่สำคัญที่สุด คือ กินอาหารกลางวันบนกระเตงกลางทะเล

กระเตง คือ กระท่อมของชาวประมงที่ปลูกกลางทะเลเพื่ออยู่เฝ้าฟาร์มหอย-แครง เมื่อยามทะเลมีคลื่นลมแรง กระท่อมที่ปลูกแบบชั่วคราวก็จะโยกเยกไปมาเหมือน แม่กระเตงลูก ชาวทะเลจึงเรียกบ้านกลางทะเลว่ากระเตง

คุณเชษฐ์ ปลูกกระเตงใหม่ใหญ่อย่างกับปลูกบ้านสามหลังติดกัน แข็งแรงทนทานมีห้องอาบน้ำ โถชักโครก ที่นอน หมอน เสื่อ ไฟฟ้า คาราโอเกะ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับนอนค้างคืนได้สบายๆ รองรับคนได้เป็นร้อย

อาหารที่กินบนกระเตงเป็นอาหารทะเลพื้นบ้าน  เช่น น้ำพริกกะปิปลาทูทอด (ปลาทูแม่กลองหน้างอคอหัก) กินกับใบชะครามลวกราดหัวกะทิเค็มๆ มันๆ เข้ากันจริงๆ ต้มส้มปลากระบอกไข่เต็มท้อง ปลากะพงตัวโตทอดน้ำปลา อาหารทะเลปิ้งย่าง มีทั้ง กุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ หอยแครง และผลไม้ ตามฤดูกาล โดยมีจานชามน้ำดื่มครบครัน บรรยากาศบนกระเตงลมพัดตึง มองเห็นชาวประมงเก็บหอยอยู่ลิบๆ จะนั่งจะนอนร้องรำทำเพลงก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคนผู้ใหญ่ชงค์ โฮมสเตย์แอนรีสอร์ท ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2550 สนใจจะไปเที่ยวชม ไปปลูกป่าชายเลนที่ศูนย์แห่งนี้ สามารถติดต่อได้ที่ 0-3473-1188, 08-6177-7942, 08-9746-8803

รับรองจะติดใจ.....สวัสดี.


ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

โหวตข่าวนี้