advertisement

เที่ยวเมืองหอยหลอด

โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 29 ก.ค. 2555 00:03

“เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.2 แม่น้ำแม่กลองไหลผ่านนมัสการหลวงพ่อ บ้านแหลม”

คำขวัญเมืองแม่กลอง หรือ จ.สมุทรสงคราม ทำให้เราได้ทราบว่าที่นี่มีทั้งอาหารการกิน  แหล่งประวัติศาสตร์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้เราไปท่องเที่ยว

อันที่จริงผมคุ้นเคยและแวะเวียนไปท่องเที่ยว ไปทำรายการครอบจักรวาลที่แม่กลองอยู่บ่อยๆ เพราะมี ท่านสมาชิกวุฒิสภา สุรจิต ชิรเวทย์ และ คุณปรีชา เจี๊ยบหยู เจ้าของบ้านแสงจันทร์ เชิญให้มาพักที่บ้านและกินข้าวกันเสมอๆ  จึงรู้จักแม่กลองทุกซอกทุกมุมเป็นอย่างดี เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาได้ไปกินอาหารทะเลสดๆ ที่ดอนหอยหลอดมีความสุขเหลือเกิน จึงอยากชวนท่านผู้อ่านไปเที่ยวดอนหอยหลอดแบบเช้ากลับเย็น (เที่ยวเฉพาะดอนหอยหลอดเท่านั้นนะ) หาความสุขใส่ตัวแบบสบายๆ เหมือนผมบ้าง ก็จะทำให้ชีวิตยืนยาวไปอีกหลายปี

ดอนหอยหลอด เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.สมุทรสงคราม ที่หลายคนรู้จักกันดี เป็นสันดอนอยู่ตรงปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย ซึ่งคนโบราณเรียกว่า “ทรายขี้เป็ด” กินพื้นที่ 15 ตารางกิโลเมตร บริเวณสันดอนมีสัตว์ทะเลอยู่หลายชนิด แต่จะมีหอยอาศัยอยู่มากที่สุด เช่น หอยหลอด หอยลาย หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง และที่มีมากที่สุด คือ หอยหลอด ลักษณะของมันเหมือนหลอดกาแฟ จึงเรียกว่าหอยหลอด แต่ที่จริงมันคือ หอย 2 ฝาประกบกัน ตัวมันสีขาวขุ่นยาวตามรูปร่างของเปลือกหลอด ฝังตัวอยู่ในเลน

วิธีจับหอยหลอดก็ง่ายกว่าจับหอยอื่นๆ ไม่ต้องลงไปในทะเล รอจนกว่าน้ำทะเลจะลดลงเห็นสันดอนก็เอาไม้เล็กๆ จุ่มปูนขาวแหย่ลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมาปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ  แต่บางคนใช้วิธีสาดปูนขาวลงบนสันดอน  เมื่อหอยเมาก็จะโผล่ออกมามากมายง่ายต่อการจับ ทำให้หอยลดจำนวนลงมาก จนครั้งหนึ่งเคยมีการรณรงค์ไม่ให้ทำเช่นนั้น  เพราะหอยหลอดที่นี่เป็นแหล่งที่ใหญ่และมีมากที่สุดในประเทศไทย ถ้าสูญพันธุ์ไปเราคงไม่มีหอยหลอดกินแน่ๆ แต่ปัจจุบันนี้ได้ข่าวมาว่ามีนักท่องเที่ยวเดินลงไปที่สันดอนมากแทบทุกวัน ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถจับหอยได้ หอยจึงเพิ่มจำนวนขึ้น ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม จะเป็นช่วงน้ำทะเลลดลงนานกว่าช่วงเวลาอื่น สันดอนก็จะโผล่มาให้เห็น ทำให้สามารถลงไปเดินเล่นจับหอยหลอดได้อย่างสบาย

มาเที่ยวดอนหอยหลอด นอกจากมากินอาหารทะเลสดๆ แล้ว ยังมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง แถมยังอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกขับรถมาชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว ก่อนเข้าดอนหอยหลอดจะมีป้ายบอกทางเห็นชัดหาง่ายไม่หลงแน่ๆ

ผมขอพาท่านผู้อ่านไปเที่ยวดอนหอยหลอดตามที่ คุณอาทร พิมชะนก หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงครามเป็นคนพาผมเที่ยว เริ่มจากไปไหว้ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ตั้งตระหง่านหันหน้าสู่ทะเล บรรดานักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ต้องแวะมากราบไหว้เสมอ คุณอาทรบอกว่า  ศักดิ์สิทธิ์มาก ใครจะขออะไรมักจะประสบความสำเร็จ ดูจากคนที่มาจุดประทัดแก้บนดังสนั่นหวั่นไหวเกือบทุกวัน โดยเฉพาะ วันเสาร์-อาทิตย์ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ หรือที่ทหารเรือเรียกพระนามท่านจนติดปากว่า “เสด็จเตี่ย”ท่านเป็นศูนย์รวมใจเป็นที่เคารพและศรัทธาของชาวประมงที่ใช้ชีวิตอยู่กับทะเลแทบทุกคน  ด้านหลังของศาลมีศูนย์เรียนรู้ของชุมชน ที่เปิดให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประวัติกรมหลวงชุมพรฯ ประวัติดอนหอยหลอด ภูมิปัญญา ท้องถิ่นและข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว

หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว คราวนี้ก็มาดูว่าน้ำขึ้นหรือน้ำลง  อยากแนะนำ ว่า ก่อนไปควร สอบถามรายละเอียดเวลาน้ำขึ้น-น้ำลงที่ อบต.บางจะเกร็ง โทร. 0-3472-3749, 0-3472-3736 หรือตารางน้ำขึ้น-น้ำลง ณ ดอนหอยหลอด กรม อุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ถ้าน้ำลงก็สามารถลงไปเดินสำรวจดอนหอยหลอดได้อย่างใกล้ชิด ใครจะเตรียมอุปกรณ์ลงไปทดลองจับหอยหลอดด้วยก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แต่ถ้าน้ำขึ้นก็เช่าเรือหางยาวชมปากอ่าวบริเวณดอนหอยหลอดก็จะได้บรรยากาศอีกแบบคือ ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวประมง เห็นภูมิประเทศบริเวณปากอ่าว  ดูความอุดมสมบูรณ์ของป่าโกงกาง  และช่วยเหลือชาวบ้านให้มีอาชีพในการพานักท่องเที่ยวนั่งเรือชมวิว

กิจกรรมนั่งเรือชมปากอ่าวกับจับหอยหลอด จะทำกันก่อนหรือหลังอาหารกลางวันคงต้องพิจารณาจากช่วงน้ำขึ้น-น้ำลงเป็นตัวกำหนด ส่วนเรื่อง อาหารกลางวันจะกินร้านไหนก็ได้เพราะมีร้านอาหารทะเลมากมายหลายร้านให้เลือก  เมื่อก่อนนี้ประมาณ 20 ปีมาแล้ว ที่ดอนหอยหลอดมีร้านอาหารอยู่ไม่กี่ร้าน ร้านที่คนรู้จักกันมากก็คือ ร้านลุงขันธ์ ร้านนี้ทำเลและวิวดีมากมองเห็นสันดอนและทะเลสุดลูกหูลูกตา ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ มาขวางหูขวางตา  ลมพัดแรงจนหัวหูกระเจิง เหมาะที่จะร่ำสุราเป็นที่สุดเพราะดื่มแล้วไม่เมา บริเวณข้างๆ เป็นป่าชายเลนมีต้นโกงกางขึ้นเต็มไปหมด แถมยังมีลิงแสมอาศัยอยู่บนต้นโกงกางมากมาย  เจ้าลิงพวกนี้มันกินปูแสมเป็นอาหาร วิธีการจับปูของมันชาญฉลาดมาก มันไม่ได้

ลงไปวิ่งไล่จับปูแบบคนหรอก  แต่จะนั่งอยู่บนต้นโกงกางและเอาหางแหย่ลงไปในรูปู ปูก็เอาก้ามหนีบหาง ลิงแสมก็ตวัดหางเอาปูเข้าปากอย่างสบายๆ ดังนั้น ลิงแสมกับปูแสมจึงเป็นของคู่กัน ปัจจุบันร้านลุงขันธ์ก็ยังเปิดขายอยู่ แต่บรรยากาศของร้านไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะมีถนนตัดผ่านหน้าร้านและอนุญาตให้พ่อค้าแม่ค้าตั้งเพิงขายอาหารและของฝากจนเต็มไปหมด เสียดายความงดงามของดอนหอยหลอดที่ควรค่าน่าอนุรักษ์บรรยากาศริมทะเลไว้ให้ลูกหลานได้เห็นบ้าง

ส่วนร้านอร่อยที่ คุณอาทรพาผมไปกินเป็นประจำที่ดอนหอยหลอด คือ ร้านเป๋า ร้านนี้เขามีชื่อเรื่องเบอร์เกอร์ปลาทู โดยนำปลาทูแม่กลองซึ่งเป็นปลาทูที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย ปรุงรสด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย เกลือ น้ำตาลนิดหน่อย โขลกและคลุกเคล้าให้เข้ากันก็จะเหนียวเหมือนเนื้อปลากราย ปั้นเป็นก้อนชุบกับเกล็ดขนมปังทอด เอาขนมปังก้อนกลมๆ ผ่ากลางใส่ผักกาดแก้ว มะเขือเทศฝานบางๆ ราดซอสมะเขือเทศ ซอสพริกและมายองเนส อร่อยไม่แพ้แฮมเบอร์เกอร์ของฝรั่งเลย

นอกจากนี้ ก็มี อาหารทะเลสดๆ เช่น ปูม้านึ่ง ปูทะเลผัดผงกะหรี่ กุ้งอบเกลือ ปลากะพงคุณเป๋า ปลาทูฉู่ฉี่ ปลาลิ้นหมาทอดน้ำปลา ปลาดุกทะเลผัดฉ่า ยำปลาทูสาวขาวใหญ่หรือยำส้มโอขาวใหญ่ของดีแม่กลองกับปลาทูแม่กลองเข้ากันอย่างกับกิ่งทองใบหยก เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว ตามด้วยสารพัดเมนูหอยหลอดที่ต้องสั่งมากินให้จงได้ เพราะเรามาดอนหอยหลอดเพื่อจะมากินหอยหลอดโดยเฉพาะ  จะนำไปทำเป็นแกงคั่ว ผัดฉ่า แดดเดียว หรือทอดกรอบก็ไม่ผิดกติกาใดๆ เกือบลืมบอกไป มีเมนูเด็ดที่อยากให้กินคือ ข้าวเกรียบปลาทู  ที่มีรสชาติ เอร็ดอร่อยไม่แพ้ข้าวเกรียบกุ้ง ยิ่งได้จิ้มกับน้ำพริกเผาแล้ว เคี้ยวเพลินเกินห้ามใจ ต้องซื้อกลับไปกินต่อที่บ้าน ไม่เชื่อลองสั่งมากินดู บรรยากาศภายในร้านติดทะเลโล่งโปร่งสบายลมพัดตึง มองเห็นเรือหาปลาและคนกำลังหาหอยหลอดเพลิดเพลินใจดี เหมาะสำหรับพาครอบครัวไปกินลมชมวิวแบบสบายๆ ใครสนใจจะโทร.จองโต๊ะก่อนก็ได้ ที่ 08-1941-0376, 0-3472-3703

อิ่มหนำสำราญแล้วก็มาเดินช็อปปิ้งซื้อของฝากนานาชนิดที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองแม่กลอง วางขายเรียงรายอยู่สองข้างทาง เช่น กะปิคลองโคน หอยหลอดทั้งสดทั้งแห้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก มีทั้งสดและตากแห้ง กุ้งแห้ง เกลือ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลสด ขนมจาก หรือจะเป็นผลไม้จากสวน เช่น ส้มโอขาวใหญ่ มะพร้าวน้ำหอม ชมพู่สาแหรก ลิ้นจี่ (ตามฤดูกาล) แต่ที่ขาดไม่ได้ คือ ปลาทูแม่กลอง ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น คือ หน้างอ คอหัก เป็นปลาทูโป๊ะ รสชาติอร่อยจัดว่าเป็นสุดยอดปลาทูไทย มีให้เลือกมากมายหลายขนาดใครไปเที่ยวแม่กลองแล้วไม่ซื้อปลาทู ต้นตำรับ หน้างอ คอหัก ของแท้ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน ถือว่ามาไม่ถึงแม่กลองนะครับ.


ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

โหวตข่าวนี้