advertisement

007 เจมส์ บอนด์ สายลับสยบพยัคฆ์

โดย โดยลุงดำ ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน 28 ต.ค. 2555 00:03

Martini shaken, not stirred” (มาร์ตินี เขย่า อย่าคน) วลีนี้คอหนังฝรั่งคงจำได้ขึ้นใจว่าเป็นวลีฮิตที่มาจากสายลับเจมส์ บอนด์ ผู้ไม่มีวันตาย และปีนี้ก็ครบรอบ 50 ปีของภาพยนตร์อมตะชุดนี้ ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน จึงขอนำข้อมูลเกี่ยวกับ สายลับ 007 มาให้อ่านกันเพลินๆ

เจมส์ บอนด์ เป็นสายลับของสหราชอาณาจักร ที่สร้างขึ้นมาจากการประพันธ์ของ เอียน เฟลมมิ่ง (Ian Fleming) นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ผู้ให้กำเนิดบอนด์ท่านนี้เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2451 ณ บ้านเลขที่ 7 ถนนกรีนสตรีท เมืองเมย์แฟร์ ลอนดอน จบการศึกษาระดับมัธยมที่อีตัน คอลเลจ ก่อนที่จะไปศึกษาต่อที่เยอรมนีและออสเตรีย หลังจากเรียนจบ เข้าทำงานเป็นนักข่าวที่สำนักข่าวรอยเตอร์สอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะหันไปทำอาชีพโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้น

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาได้เข้าไปทำงานเป็นผู้ช่วยของเจ้ากรมการข่าวของกองทัพเรืออังกฤษ ประสบการณ์ในช่วงนั้นทำให้เขามีโอกาสสะสมข้อมูลเกี่ยวกับสายลับต่างๆไว้มากมาย หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง เขายังทำงานเป็นหัวหน้าข่าวต่างประเทศให้กับหนังสือพิมพ์ Kemsley ในช่วงนั้นโลกก็เข้าสู่ยุคสงครามเย็น ระหว่างสหภาพโซเวียต รัสเซีย ซึ่งเป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์กับ สหรัฐอเมริกา ผู้เป็นตัวแทนของโลกเสรี ยุคนั้นเป็นยุคที่มีการส่งสายลับออกไปหาข่าวตามที่ต่างๆทั่วโลก

เอียน เฟลมมิ่ง จึงเกิดแนวคิดของการเขียนนวนิยายชุดสายลับ ผสมกับประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมาของตนเอง เขาสร้างสายลับผู้ทำงานให้กับหน่วยงานราชการลับระหว่างประเทศของสหราชอาณาจักร หรือ MI6 มีรหัสประจำตัวคือ 007 มีใบอนุญาตสังหารคนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย นวนิยายเจมส์ บอนด์ ตอนแรกที่ เอียน เฟลมมิ่ง เขียนขึ้นคือ Casino Royale ที่บ้านส่วนตัวในจาเมกา เมื่อปี พ.ศ.2495 รวมนวนิยาย 007 ที่เอียน เฟลมมิ่ง เขียนทั้งหมดมี 14 ตอน ส่วนชื่อเจมส์ บอนด์ นั้น ได้มาจากชื่อของนักปักษีวิทยาชาวอเมริกันผู้หนึ่ง เขาบอกว่ามันเป็นชื่อเรียกง่ายๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง เชื่อกันว่า ลักษณะประจำตัวหลายๆอย่างของเจมส์ บอนด์นั้นมาจากตัวของเฟลม– มิ่งเอง เช่น การเป็นนายทหารของกองทัพเรือ ชอบกีฬากอล์ฟ และสูบบุหรี่จัด

นอกจากนวนิยายชุดเจมส์ บอนด์แล้ว เอียน เฟลมมิ่ง ยังเขียนนวนิยายแนวอื่นๆ ไว้หลายสิบเรื่อง จนกระทั่งเขาเสียชีวิตด้วยอาการของโรคหัวใจเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ปี พ.ศ.2507

ในส่วนของ MI6 ต้นสังกัดของเจมส์ บอนด์ นั้น เดิมเป็นหน่วยงานลับเล็กๆที่ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2446 มี William Melville เป็นหัวหน้า และเขาใช้รหัสแทนตัวเองว่า M (จึงเป็นที่มาของ M ในภาพยนตร์เช่นกัน) ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2463 จึงได้ขยายตัวและยกฐานะขึ้นเป็นหน่วยงานด้านการข่าว เรียกว่า Secret Service Bureau แบ่งงานออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่รับผิดชอบงานก่อการร้ายในประเทศ Security Service, เรียกย่อๆว่า MI5 และส่วนที่ต่อต้านการก่อการร้ายและภัยในต่างประเทศ เรียกว่า Military Intelligence, Section 6 ซึ่งบางครั้งก็เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า MI6

ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 หน่วยงานนี้สร้างเครือข่ายขึ้นในยุโรปเพื่อหาข่าวและต่อต้านความเคลื่อนไหวต่างๆของกองทัพเยอรมัน ครั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เครือข่ายที่วางไว้ก็ถูกนาซีทำลายไปจนหมด ภายหลังเมื่อสงครามยุติลง ก็สร้างเครือข่ายขึ้นมาใหม่ เพื่อหาความลับของสหภาพโซเวียตซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันนี้หน่วยงานนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Secret Intelligence Service หรือ SIS มีสำนักงานขนาดใหญ่ในกรุงลอนดอน ทำหน้าที่สืบหาข่าวด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจในพื้นที่นอกประเทศ ต่อต้านการก่อการร้าย และขัดขวางการสะสมอาวุธร้ายแรงต่างๆที่อาจก่อปัญหาให้กับสหราชอาณาจักร

ในบรรดาภาพยนตร์แบบหลายตอนที่นำออกฉายไปแล้ว เจมส์ บอนด์ เป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินมากเป็นอันดับ 2 รองจากแฮร์รี่พอตเตอร์ แต่ถ้าเทียบกับภาพยนตร์สายลับ หรือภาพยนตร์แอ็กชั่นอื่นๆ ก็น่าจะทำเงินเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเจมส์ บอนด์ เริ่มออกฉายตอนแรกตั้งแต่ พ.ศ.2505 คือตอน Dr.No และฉายไปแล้วทั้งสิ้น 22 ตอน ถ้านับตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนที่ 20 ก็ทำเงินไปแล้วกว่าสามพันแปดร้อยล้านดอลลาร์

ตลอดเวลา 50 ปีที่ผ่านมามีผู้รับบทเป็นตัวบอนด์ ในภาพยนตร์มาแล้ว 6 คน คือ ฌอน คอนเนอรี่ (6 ตอน) จอร์จ เลเซบี (1 ตอน) โรเจอร์ มัวร์ (7 ตอน) ทิโมธี ดาลตัน (2 ตอน) เพียร์ซ บรอสแนน (4 ตอน) และบอนด์คนปัจจุบัน คือ แดเนียล เคร็ก แสดงไปแล้ว 3 ตอน รวมตอนล่าสุดนี้ด้วย นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีนักแสดงอีกสองสามคนที่เคยแสดงเป็นเจมส์ บอนด์ ในซีรีส์ ทางโทรทัศน์ด้วย ส่วนผู้กำกับนั้นใช้มากกว่าผู้รับบทเป็นตัวเจมส์ บอนด์ ถึงเท่าตัว คือ 11 คน

สิ่งที่ปรากฏในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ จนเป็นลักษณะเฉพาะของพระเอกนักบู๊คนนี้คือ แต่ละตอนจะมีผู้หญิงสวยๆไม่ซ้ำกัน ซึ่งมักจะเป็นที่ถูกตาถูกใจพระเอกของเราเสมอ จำนวนผู้หญิงของบอนด์ทั้งหมดนั้น ประกอบไปด้วยนักแสดงสาวสวยจากสหรัฐอเมริกา 7 คน อังกฤษ 4 คน ฝรั่งเศส 3 คน สวีดิช 2 คน ที่เหลือเป็น สวิส อิตาเลียน ญี่ปุ่น โปแลนด์ และมาเลเซีย ชาติละ 1 คน แม้ว่าเจมส์ บอนด์ จะมีรสนิยมในเรื่องผู้หญิงที่หลากหลาย ไม่จำกัดเชื้อชาติและภาษา แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่ชอบเลยก็คือ ผู้หญิงที่ทาเล็บ

ข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของเจมส์ บอนด์ ซึ่งไม่เป็นที่เปิดเผย คือ เขาเป็นลูกครึ่ง คือมีพ่อเป็นชาวสกอต กับแม่เป็นชาวสวิส แต่ไปเกิดที่เยอรมนี เขายังพูดภาษาฝรั่งเศสและเยอรมันได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย นอกจากนั้น ก็สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นและรัสเซียได้เล็กน้อย แต่เขาจะบอกว่าตนเองเป็นคนสกอตเสมอ บอนด์ชอบเล่นกอล์ฟ มีแฮนดิแค็ป 9 เช่นเดียวกับของเอียน เฟลมมิ่ง

สายลับเจ้าเสน่ห์คนนี้นอกจากจะยิงปืนแม่นแล้ว ยังสูบบุหรี่จัดมาก คือ ประมาณ 70 มวนต่อวัน โดยสูบเฉพาะบุหรี่ที่ผสมขึ้นมาเป็นพิเศษยี่ห้อ Morland เท่านั้น เอียน เฟลมมิ่ง เองก็เป็นทั้งนักดื่มและนักสูบที่หาตัวจับยาก จนเป็นเหตุให้เขาอายุสั้น อย่างไรก็ตาม บอนด์คงรู้ว่าถ้าไม่หยุดบุหรี่ ก็คงจะอายุสั้นเหมือนคนเขียน ผู้สร้างภาพยนตร์จึงให้เขาหยุดสูบไปในภาพยนตร์ในช่วงทศวรรษที่ 80

หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อมีสายลับ 007 แล้ว สายลับ 001 002 003 ฯลฯ มีหรือไม่? ตอบว่า 002 003 004 006 008 นั้นถูกสังหารตายไปแล้ว 001 และ 005 นั้นมีกล่าวถึงในหนังสือ แต่ไม่เคยปรากฏในภาพยนตร์ ส่วน 008 นั้นเคยถูกพูดถึงว่าเป็นสายลับมือดีอีกคน

และมักจะได้ 007 เข้าไปรับหน้าที่แทนเพราะติดภารกิจอื่น

นอกจากนั้น ยังมีเกร็ดเล็กๆที่แฟนๆอาจยังไม่ทราบคือ เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของภาพยนตร์แอ็กชั่นชุดนี้ที่ขาดไม่ได้คือ ภาพกราฟฟิกของสาวสวยออกมาเต้นยั่วยวนตอนแนะนำผู้แสดงและผู้กำกับก่อนเข้าเรื่อง แต่มีอยู่ 2 ตอนที่ไม่มีกราฟฟิกดังกล่าว คือ Dr.No และ Casino Royale

นอกจากจะมีส่วนร่วมในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ครั้งที่ 30 ซึ่งจัดขึ้นที่ลอนดอน คือเป็นผู้ไปนำเสด็จพระราชินีเอลิซาเบธจากพระราชวัง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปกระโดดร่มลงสู่สนามกีฬาเพื่อทำพิธีเปิดแล้ว เจมส์ บอนด์ โดยแดเนียล เคร็ก ในบทบาทของพยัคฆ์ร้าย 007 ก็จะกลับมาอีกครั้งใน Skyfall ซึ่งเป็นตอนล่าสุดที่กำลังฮือฮาอยู่ในปีนี้ แม้ว่าเรื่องราวในตอนนี้จะไม่ใช่การสร้างสรรค์จากปลายปากกาของเอียนเฟลมมิ่ง แต่ก็มั่นใจได้ว่าเจมส์ บอนด์ ใน Skyfall จะยังคงเป็นสุดยอดสายลับที่เก่งฉกาจที่สุดในโลกอีกเช่นเคย.


โดยลุงดำ
ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement