ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนสัปดาห์นี้ หากจะไม่เล่าถึงมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติก็คงจะเชยเต็มที ดังนั้นอย่าได้รอช้า แฟนานุแฟนตามผมมาได้เลยครับ
นับแต่บารอนปิแยร์ เดอ กูแบแต็ง ได้ริเริ่มกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่ขึ้นมา ชาวประชาแห่งโลกก็ได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของมหกรรมระดับโลก โดยผู้ให้กำเนิดกีฬานี้ขึ้นมาจริงๆคืออารยธรรมกรีกยุคโบราณ
การแข่งขันที่จัดขึ้นครั้งแรกก็เพื่อเป็นเครื่องบูชาสังเวยแด่ทวยเทพผู้ทรงสถิตอยู่ ณ ยอดเขาโอลิมปุส

นักกีฬาโอลิมปิกยุคแรกเปลือยกายชิงชัยกัน.

ประติมากรรมเทพโพไซดอนกำลังขว้างสายฟ้า ซึ่งบ้างก็เชื่อว่าเป็นหลาว.
หัวจิตหัวใจเหมือนกับชาวอินเดียและพหุเทวะของพวกเขา เทพที่ชาวกรีกนับถืออย่างสูงสุดคือมหาเทพซุสครับ ซุสเปรียบได้กับองค์ประธานาธิบดีแห่งผองเทพ ซุสเป็นเทพบดีในวงศ์โอลิมเปี้ยนที่เป็นใหญ่เหนือเทพพี่ๆน้องๆองค์อื่น
เทพกรีกก็มีอะไรที่คล้ายคนกรีกครับ
กล่าวคือชอบเรื่องรักๆใคร่ๆ โรแมนติก พิสมัยการกีฬา ชอบการแข่งขัน ดังจะเห็นได้จากประติมากรรมสำริดเทพโพไซดอนตั้งท่าจับหลาวหรือตรีศูล หรืออย่างเทพอธีน่าก็ถือเป็นเทพแห่งปัญญาและการกีฬาเช่นกัน

เฮอราคลีส ผู้เรียกขานนามโอลิมปิกขึ้นเป็นครั้งแรก.

นักกีฬาขว้างจักร ประติมากรรมยุคโรมันที่ลอกแบบมาจากรูปหล่อสำริดของกรีก.
ยังจำได้ว่าไปกรุงเอเธนส์ครั้งแรกเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว ภาพที่จำติดตาประทับใจอยู่คือรูปสำริดเทพโพไซดอนเปลือยกายยืนทำท่าขว้างตรีศูลอยู่ดูงามสง่า รูปหล่อนี้เป็นหนึ่งในประติมากรรมชั้นมาสเตอร์พีซที่ชาวกรีกภาคภูมิใจ ดังนั้นในการแข่งขันโอลิมปิกยุคโบราณจึงต้องมีการสังเวยทวยเทพก่อน ประเพณีการจุดคบไฟศักดิ์สิทธิ์ถวายโดยสตรีที่แต่งกายด้วยชุดสาวิกาแห่งเทวีเฮสเธีย (Hestia) ก็ถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง
โดยต้นไฟนั้นต้อง “รวมแสง” มาจากพระ อาทิตย์โดยตรง ใช้เหล็กขัดมันโค้งรูปพาราโบล่ารับแสงมาแล้วเล็งเข้าที่ คบเพลิง (Olympic torch) ให้เผาไหม้จนติดไฟ (Sacred flame) ขึ้นมา ด้วยเหตุว่าองค์อพอลโลคือสุริยเทพผู้เกรียงไกร ถือเป็นหนึ่งในวงศ์เทพโอลิมปุสเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีพิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์อีกมาก หากแต่ในวันนี้จะขอนำท่านเข้าสู่ตัวกีฬาโอลิมปิกแบบเน้นๆดีกว่า ที่เลือกมาเป็นประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่น่าจดจำครับ

โอลิมปิกครั้งดึกดำบรรพ์มีขึ้นเพื่อสังเวยแด่ทวยเทพ.

บารอนปิแยร์ เดอ กูแบแต็ง.
1) ปฐมโอลิมปิก การแข่งครั้งแรกของโลกจัดขึ้นเมื่อ 776 ปีก่อนคริสตกาล โดย “เฮอราคลีส (Heracles)” เป็นผู้เรียกขานนามโอลิมปิกขึ้นมาครั้งแรกสมัยนั้น ชนิดของการแข่งยังมีไม่มาก หลักๆคือ ปัญจกรีฑา (Pentathlon) อันประกอบด้วยวิ่งแข่ง, กระโดดไกล, พุ่งหลาว (Javelin) และมวยปล้ำกรีก โดยผู้แข่งขันต้องเป็นอิสรชนชาวกรีกผู้พูดภาษากรีกได้ นอก จากนั้นยังมีข้อแม้สำหรับผู้มาชมด้วยคือห้ามสตรีที่สมรสแล้วมาชมด้วยว่านักกีฬาหนุ่มๆที่ลงแข่งล้วนเปลือยกาย (กลัวเป็นตากุ้งยิงหรือห้ามใจไม่ได้ก็ไม่รู้) แต่ไม่ได้ระบุว่านอกจากสาวน้อยสาวใหญ่แล้ว “สาวแตก” ห้ามด้วยหรือไม่ ส่วนรางวัลสำหรับผู้ชนะคือ “มงกุฎช่อมะกอก” ที่สานคล้ายมงกุฎใบลอเรลของอพอลโลกับน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์บรรจุมาในไหแอมฟอร่าอย่างดี
2) โอลิมปิกยุคใหม่ของกูแบแต็ง หลังจากกรีกเสื่อมอำนาจและโรมันรุ่งโรจน์ขึ้นมา กีฬาโอลิมปิกถวายเทพก็ค่อยเลือนหายไปจนเมื่อปี 1894 ที่บารอนปิแยร์ เดอ กูแบแต็ง เป็นตัวตั้งตัวตีให้มีคณะกรรมการโอลิมปิก (IOC) ขึ้นมาแล้วต่อมาจึงกลายเป็นมหกรรมกีฬาระดับโลกเรียก “โอลิมปิกสากล” ที่ 4 ปีมีครั้งโดยเริ่มครั้งแรกในปี 1896 มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมความสามัคคีระหว่างชนทุกหมู่เหล่า เริ่มจากเอาเมืองมาตุภูมิของโอลิมปิกประเดิมเป็นเจ้าภาพก่อนเลยครับนั่นคือ “กรุงเอเธนส์” ณ สนามพานาทิไนโค สเตเดียมครับ

เจสซี โอเว่นส์ นักวิ่งผิวสีเอาชนะนักวิ่งนาซีของฮิตเลอร์.

รางวัลของโอลิมปิกยุคโบราณคือมงกุฎช่อมะกอกและน้ำมันมะกอก.
4) โอลิมปิกสังหารหมู่ เป็นโศกนาฏกรรมถ่ายทอดทั่วโลกในปี 1972 ที่นครมิวนิกเป็นเจ้าภาพ แทนที่ไฮไลต์จะเป็นการถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬา กลับกลายเป็นว่าชาวโลกต้องมาดูข่าวการสังหารหมู่ที่ผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในหมู่บ้านนักกีฬาและสังหารนัก กีฬาชาวอิสราเอลอย่างโหดเหี้ยมกลางดึก จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 11 ราย ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้หน่วยมอสสาดของรัฐบาลอิสราเอลได้ออกกวาดล้างผู้ก่อการร้ายเหล่านี้อย่างลับๆภายใต้ปฏิบัติการที่สหประชาชาติคัดค้าน
5) ศตพรรษกาลแห่งโอลิมปิก เมื่อผ่านโอลิมปิกของกูแบแต็งมาได้ครบร้อยฝนร้อยหนาว ชาวโลกก็พร้อมใจกันฉลองให้กับคุณทวดโอลิมปิกยุคใหม่ที่นครแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1996 แม้จะไม่เป็นทางการแต่ก็เป็นมหกรรมกีฬาที่มีทั้งพิธีเปิดและปิดที่ตระการตาน่าตื่นใจ ซึ่งประเทศเจ้าภาพได้ระดมคนและทุนทรัพย์จัดอย่างไม่อั้น

ช่อใบมะกอกและคบเพลิงสัญลักษณ์โอลิมปิก.

เหรียญรางวัลโอลิมปิก 2012.
7) โอลิมปิกปีสิ้นโลก ในปีนี้เวียนเข้ามาครบ 4 ปีอีกครั้ง การกีฬาใหญ่ถูกจัดขึ้นที่มหานครลอนดอน ดูจะเป็นปีที่ดีสำหรับชาวอังกฤษและเครือจักรภพ เพราะสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ก็ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา นับว่าเป็นมหามงคล และงานกีฬาใหญ่อันจะนำชื่อเสียง และแน่นอนคือเงินทองเข้าประเทศมหาศาลก็จะจัดขึ้นที่นี่ โดยโอลิมปิกในปีนี้ดูมีสีสันครึกครื้นโดยมิไยที่ใครจะว่า 2012 เป็นปีสิ้นโลกเลย

ภาพโมเสกเกมการแข่งขันของกรีกโบราณ.

สมศักดิ์ศรีกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง.
โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช และนิตยสารต่วย'ตูน




















