advertisement

ของเล่น เด่นดัง ในประวัติศาสตร์โลก

โดย โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช และ ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน 1 ก.ค. 2555 00:03

คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนสัปดาห์นี้ เราขอเล่าเรื่องเบาๆ สนุกๆกันครับ นั่นก็คือ “ของเล่น” ซึ่งเป็นของคู่กันกับเด็ก แต่จริงแล้วใครจะรู้ว่าผู้ใหญ่ที่ชอบของเล่นถือเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งนะครับ และส่วนใหญ่จะเป็นอัจฉริยะด้วย อย่าง สตีเว่น สปีลเบิร์ก และ ยอร์จ ลูคัส ผู้กำกับหนังชื่อดังก้องโลก ก็เป็นผู้ใหญ่ที่ยังไม่ลืมความเป็นเด็ก ชอบของเล่นและมีของเล่นเป็นตัวนำจินตนาการภาพฝันอันบรรเจิดมาเกิดในสมองของบุคคลของโลกเหล่านั้น

คนไทยเราก็มีของเล่นที่เป็นของเฉพาะของเด็กอยู่หลายชนิดด้วยกันครับ อย่างตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณยายทำม้าก้านกล้วยให้ มีปลาตะเพียนสานจากทางมะพร้าว ถ้ารุ่นคุณพ่อคุณแม่ก็จะเป็นชุดหม้อข้าวหม้อแกง ตุ๊กตากระดาษ และถ้าไกลถึงยุคคุณยายก็ต้องเป็นตุ๊กตาชาววัง

ยังมีเด็กไทยยุคหนึ่งเลยที่เห่อของเล่น “สังกะสี” จำพวกเรือสังกะสี, หุ่นยนต์และปืนสังกะสีที่ส่งมาจากญี่ปุ่น ปัจจุบันเลยกลายเป็นของแพงประเภทวินเทจแอนทีคไป มีคนให้ราคาสูงๆ เพราะซื้อไปเก็บสะสม หรือเอาไว้ตกแต่งร้าน

ถ้าย้อนไปในเด็กไทยยุคเก่าแก่จริงคือยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ชาติ ของเล่นในยุคนั้นก็น่าสนใจครับ เพราะหน้าตาไม่น้อยหน้าสมัยหลังๆนี้เท่าใดนัก อย่างตุ๊กตาดินเผาสังคโลก หรือถ้าเป็นลูกชาวบ้านก็เป็นตุ๊กตาดินเผาธรรมดา ดังที่มีหลักฐาน ตุ๊กตาเสียกบาลที่ใช้ในการบัดพลีอยู่ ของเล่นกับเด็กเป็นเรื่องคู่กันอย่างแท้จริงครับ

ซึ่งเด็กที่เล่นของเล่นก็จะได้รับอะไรบางอย่างเข้ามาด้วย อย่างแรกเลยคือฝึกจินตนาการจะสร้างภาพฝันได้เร็วไม่แพ้เด็กในยุคติดเกมคอมพิวเตอร์ อย่างที่สองคือได้ฝึกมือและทักษะการหยิบจับของ

ของเล่นมักให้อะไรมากกว่าที่คิดเสมอ

ลองดูอย่างของเล่นชิ้นแรกที่อยากนำเสนอคือ “ปักษาแห่งซัคคาร่า (Saqqara bird)” ครับ แกะจากไม้ พบในหลุมฝังศพชาวอียิปต์ เป็นผลงานของชาวไอยคุปต์เมื่อปีที่ 200 ก่อนพระเยซูประสูติ สังเกตจากความละเอียดของงานแล้วจะเห็นว่านกไม้ตัวนี้ไม่ธรรมดาครับ เพราะมีเค้าคล้ายนกเหยี่ยว (Falcon) ซึ่งถือเป็นตัวแทนเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อสมัยนั้น แม้ปักษาไม้ตัวนี้จะมีขนาดเพียง 7 นิ้วกว่า แต่ทว่าถือเป็นงานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอียิปต์ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญบางท่านเชื่อว่ามันแสดงให้เห็น “พลศาสตร์การบิน (Aerodynamic)” ของชาวอียิปต์โบราณด้วย

ยังมีงานของเล่นระดับโลกชิ้นอื่นๆอีกที่บางชิ้นอาจเปลี่ยนโลกได้ด้วยซ้ำ ดังจะขอนำมาเสิร์ฟให้ท่านที่รักถึงที่ดังต่อไปนี้ครับ

เรือไม้แห่งอียิปต์ ถือว่าเป็นของเล่นชิ้นเก่าแก่ที่สุดจากทั่วโลก นาวาไม้ลำนี้พบอยู่ในหลุมฝังศพเด็กในยุคก่อนราชวงศ์ (Predynastic period) เป็นเรือไม้ที่ฝังไว้รวมกันด้วยความเชื่อที่ว่าจะได้ไว้ใช้ (เล่น) ในโลกหน้า ทำจากไม้สลักเสลาอย่างดีมีรายละเอียดเห็นชัดเจน

หมากกระดาน ของพระนางเนเฟอร์ตารีที่บอกว่าเป็นหมากเพราะลักษณะคล้ายกับสิ่งที่ฝรั่งเรียกว่า “บอร์ด เกมส์” คือเป็นกล่องเกมส์กระดานที่ทำจากไม้ในอียิปต์เรียกว่า “เซเน็ต (Senet)” พบพร้อมกับตัวหมากเดิน รูปแบบการเล่นคล้าย “แบ็คแกมม่อน” คือเล่นกันสองคน มีเซเน็ตที่สลักอย่างสวยงามพบอยู่ในหลุมพระศพตุตันคาเมนด้วยครับ

หมูหินจากสโตนเฮ้นจ์ พบในหลุมศพเด็กที่อยู่ในอาณาบริเวณของโบราณสถานยุคหินที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษนั่นคือ “สโตนเฮ้นจ์” ที่เป็นหมู่หินตั้งขนาดมหึมา ซึ่งจนปัจจุบันก็ยังไม่รู้ว่าใช้ทำ อะไร แต่เมื่อขุดพบศิลาที่สลักเป็นรูปหมูนี้ก็เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นที่ฝังศพหรือมรณสถานมากกว่า

นกทองคำแห่งยุคพรีโคลัมเบียน ยังไม่มีใครรู้แน่ว่าใช้ทำอะไร ดูหน้าตาเหมือนของเล่นชิ้นจิ๋ว นกเล็กตัวนี้มีผู้นำมาเปรียบกับนกไม้แห่งซัคคาร่า เพราะว่าเป็นของเก่าแก่เหมือนกัน แต่นกทองคำตัวนี้มีความพิเศษอยู่คือรูปร่างที่ดูคล้าย “ยานอวกาศ” ถ้าดูให้ดีๆมีจินตนาการอีกนิดหน่อยก็ต้องบอกว่าใช่เลยที่จะเป็นยานต้นแบบจากต่างดาว คาดว่าถูกสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.500-800 ครับ

ม้าดินเผาแห่งกรีซ อายุราว 400 ปีก่อนคริสตกาล ขุดพบที่ใจกลางเมืองหลวงคือกรุงเอเธนส์ ลักษณะเป็นม้าดินเผาที่มีล้อติดไว้เสร็จสรรพ พบในใจกลาง “อะกอร่า (Agora)” ที่ถือเป็นลานกว้างให้ประชาชนมาทำกิจกรรม จะไฮด์ปาร์คก็ได้ แสดงความคิดเห็นให้พลเมืองคนอื่นฟังก็ได้ การขุดค้นที่อะกอร่าครั้งหลังทำให้ได้พบของเล่นสำคัญ 2 ชิ้นนี้

เสือไม้ขนาดเท่าจริงของสุลต่านแห่งทิปูร์ ดูแล้วน่ากลัวพิลึก สร้างขึ้นเมื่อกว่า 200 ปีก่อนเพื่อถวายแด่สุลต่านแห่งทิปูร์ประเทศอินเดีย (คงมีพระอุปนิสัยชอบของแปลก!?) โดยเสือไม้นี้เป็นหุ่นกลที่ทาสีจนเหมือน มีออร์แกนลมทำเสียงอยู่ข้างใน ส่วนเขี้ยวขาวยาวนั้นก็จดจ่ออยู่ที่คอ

ของหุ่นไม้ทหารอังกฤษอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเมื่อไขลานให้กลไกทำงานแล้วหุ่นนี้จะทำท่า “ขย้ำ” อย่างเหมือนจริง มีการสะบัดคอไปมาพร้อมเสียงกรีดร้องอย่างน่าสยอง (ของเล่นหรือของหลอน?) ส่วนหุ่นทหารที่ตกเป็นเหยื่อนั้นก็ดิ้นไปมานัยน์ตาเหลือกลานน่าพรั่นพรึงมากกว่าน่าดู ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์วิคตอเรียอัลเบิร์ตกรุงลอนดอนครับ

ไข่อีสเตอร์แห่งราชวงศ์โรมานอฟ ถือเป็นของเล่นของ “เจ้านาย” เพราะนายคาร์ล ฟาแบเจ ทำถวายพระเจ้าซาร์นิโคลาส เนื่องในวโรกาสสำคัญทางศาสนาคืออีสเตอร์ในแต่ละปี แล้วพระเจ้าซาร์ก็ได้พระราชทานไข่อีสเตอร์นี้แด่พระมเหสีและพระญาติพระวงศ์ที่ทรงสนิท ซึ่งไข่นี้จะมีกลไกพิเศษเช่นไขออกมามีนกร้องเพลงหรือมีไม้กางเขนผลุบโผล่ออกมาได้ ดูน่ารักและสูงค่าสมกับเป็นของเล่นระดับเจ้านายในราชวงศ์

บ้านตุ๊กตาของสมเด็จพระราชินีแมรี่ (พระราชินีในพระเจ้ายอร์ชที่ 5) สร้างถวายโดยเซอร์เอ็ดวิน ลุตเยนส์ ใช้เวลา 4 ปีจึงเสร็จ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่พระราชวังวินเซอร์ในประเทศอังกฤษ ท่านที่ได้ไปเที่ยวชมวินเซอร์ไม่ควรพลาดโอกาสตีตั๋วเข้าไปดูบ้านตุ๊กตาของพระราชินีครับ เพราะสวยงามและน่ารักจับใจมาก ด้วยนายช่างทำได้ให้รายละเอียดที่เหมือนจริง มีเฟอร์นิเจอร์ ห้องอาบน้ำ เครื่องครัวและบานหน้าต่างเล็กๆที่ปิดเปิดได้เหมือนจริง

บ้านชาวนาของพระนางมารีอังตัวแนตต์ ถือได้ว่าเป็น “ของเล่นผู้ใหญ่” ที่ชิ้นใหญ่ที่สุดของวันนี้ครับ ด้วยพระนางมารีนี้ทรงโปรดวิถีชีวิตแบบชาวบ้านชนบทที่มีหญิงชาวนามารีดนมวัวและมีโรงนาที่มีกองฟาง จึงทรง “เนรมิต” บ้านชาวนาหลังน้อยขึ้นมาในพระมหาราชวังแวซายส์อันวิจิตร โดยทรงจัดให้มีครอบครัวชาวนาเล็กๆและวัวนมมาอยู่จริงๆด้วย แล้วว่างๆก็ทรงแต่งชุดชาวนาไปประทับอยู่ด้วยทีละนานๆ

ของเล่นต่างๆที่เลือกมาจากทุกมุมโลกให้ท่านผู้อ่านได้ยลนั้นใช้เกณฑ์เลือกโดยดูจากของที่น่าสนใจมีสตอรี่ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์หรือไม่ก็เป็นของบุคคลทั่วไปแต่ให้คุณค่าทางจิตใจดูแล้วน่ารักแค่มองก็ทำให้ยิ้มได้ เพราะของเล่นไม่มีชั้นวรรณะ จะลูกเศรษฐีหรือลูกชาวบ้านก็เล่นด้วยกันได้ทั้งนั้น

ของเล่นช่วยให้จินตนาการของเด็กบรรเจิดได้มาก หากวันนี้ผู้ใหญ่เข้าใจในความหมายที่แท้ของของเล่นด้วยก็จะยิ่งช่วยให้มีชีวิตที่ “ง่าย” และมีความสุขได้มาก เพราะของเล่นแต่ละชิ้นมี “เสน่ห์” ในตัวมันเอง บางชิ้นจับขึ้นมาแล้วก็แทบจะเห็นภาพในวันวาน ส่วนถ้าเป็นชิ้นที่เราเคยเล่นก็จะเป็นสิ่งที่เก็บความทรงจำวันแสนสุขในวัยเด็กไว้ แค่ได้ถือก็เหมือนได้กลับไปยืนเป็นเด็กชายเล็กๆอีกครั้ง ดังนั้น ถ้าใครยังไม่อยากแก่แก้ไม่ยากเลย

แค่เปิดห้องเด็กไว้ที่มุมเล็กๆของหัวใจก็ใช้ได้แล้วครับ.


โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช และ ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

โหวตข่าวนี้