advertisement

เพอร์ซีอุส-แอนโดรเมดา เคียงกัน ณ ฟากฟ้า นิรันดร

โดย ทีมงาน ต่วย'ตูน 1 ส.ค. 2553 05:00

เพอร์ซีอุสใช้หัวเมดูซาเป็นอาวุธ.

สําหรับคนชอบดูดาว เดือนสิงหาคมนี้ มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกที่น่าสนใจ ซึ่งมักจะมาเป็นประจำในราวๆ วันที่ 12 สิงหาคม จนคนไทยหลายคนนิยมเรียกขานกันว่า ฝนดาวตกวันแม่ แต่โดยทางการแล้ว ฝนดาวตกที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 12-13 สิงหาคมนี้ คือ "ฝนดาวตกเพอร์ซีอุส" ซึ่งจริงๆแล้ว ฝนดาวตกเกิดขึ้นจากสะเก็ดดาวหาง แต่มักจะมีแหล่งกำเนิดที่เหมือนจะพุ่งออกมาจากบริเวณใดบริเวณหนึ่งบนท้องฟ้า และคราวนี้ ก็จะเกิดบริเวณระหว่างกลางของ "กลุ่มดาวเพอร์ซีอุส" กับ "กลุ่มดาวแคสซิโอเปีย"

ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล โดยทีมงานต่วย'ตูน จึงจะขอพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับเพอร์ซีอุส เจ้าของชื่อกลุ่มดาวอันโด่งดังในนภากาศ โดยเฉพาะในซีกโลกเหนือ เผื่อว่าเวลาดูฝนดาวตกที่จะมาตามนัดแน่ๆ ในช่วงกลางเดือนนี้ จะได้ระลึกถึงวีรบุรุษจากตำนานกรีกผู้นี้ ที่ได้ขึ้นไปใช้ชีวิตนิรันดร์อยู่บนฟากฟ้า พร้อมกับภรรยาสุดที่รัก แถมด้วยแม่ยายจอมเฮี้ยว

ก่อนจะไปไกลถึงใครอื่น ขอวกกลับมาที่เพอร์ซีอุสก่อน พ่อหนุ่มคนนี้เป็นโอรสของมหาเทพซุส ผู้แอบลงมาเชยชมดานาเอ พระธิดาของกษัตริย์แห่งอาร์กอส ที่แม้จะพยายามแอบซ่อนธิดาไว้อย่างดิบดี ก็หนีไม่พ้นความเจ้าชู้ ของมหาเทพไปได้

แต่การได้หลานชายที่เป็นถึงโอรสแห่งเทพมาอุ้มนี้ กลับทำให้กษัตริย์ทรงโมโหโกรธาเพราะมีคำทำนายมาก่อนหน้านี้ว่า โอรสของดานาเอจะเป็นผู้ปลิดชีพพระองค์ จอมกษัตริย์ก็เลยตัดใจ นำทั้งพระธิดา และพระนัดดาทิ้งลอยนํ้าไป จะได้ไม่สามารถกลับมาเข่นฆ่าพระองค์ได้

แต่พระเอกเสียอย่าง  ดานาเอและเพอร์ซีอุส ได้ไปพบกับครอบครัวใจดี  ช่วยเลี้ยงดูจนเพอร์ซีอุสเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มคะนองแข็งแกร่ง  จนกระทั่ง เมื่อโพลิเดกเทส ผู้ครองนครที่สองแม่ลูกไปอาศัยอยู่เกิดต้องพระทัยในดานาเอ  แต่มีเพอร์ซีอุสเป็นก้างขวางคอ เลยใช้อุบายหลอกให้เพอร์ซีอุสไปสังหารเมดูซา เพราะเชื่อว่าไม่มีทางทำได้สำเร็จ เนื่องจากใครก็ตามที่มองเมดูซาจะกลายเป็นหิน!

เพอร์ซีอุสซึ่งตกหลุมพรางออกเดินทางไปหาเมดูซา แต่ก็ได้เทพหลายองค์ออกโรงมาช่วยในฐานะที่เพอร์ซีอุสไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นโอรสของซุสผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้น เฮอร์เมส เทพผู้ ว่องไว และอธีนา เทพีแห่งปัญญา ซึ่งล้วนมีพระบิดาองค์เดียวกันกับเพอร์ซีอุส ได้มอบรองเท้าติดปีกที่ทำให้บินได้ หมวกที่สวมแล้วหายตัวได้ และดาบวิเศษ อันเป็นของกำนัลจากเฮอร์เมส ในขณะที่อธีนาก็มอบเกราะสำริดขัดมันให้เพอร์ซีอุส ใช้มองแทนกระจก  เพื่อจะได้ไม่ต้องสบตากับ

เมดูซาโดยตรง และทั้งหมดนี้ก็ทำให้เพอร์ซีอุส สามารถบั่นศีรษะเมดูซาได้สำเร็จ

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน  เพอร์ซีอุสแวะที่เอธิโอเปีย  ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งถูกมัดไว้ ที่ชะง่อนผาริมทะเล เธอคือ แอนโดรเมดา ผู้เลื่องระบือเรื่องรูปโฉมอันหาใครเปรียบยาก  จึงไม่ แปลกเลยที่เพอร์ซีอุสจะถูกศรรักปักอกในแทบจะทันทีที่ได้เห็นนาง

แอนโดรเมดาเป็นถึงพระธิดาของเซฟิอัส กษัตริย์แห่งเอธิโอเปีย และพระชายาของพระองค์ คือ ราชินีแคสซิโอเปีย

อันว่าแคสซิโอเปียนี้ ก็เป็นสาวงามขึ้นชื่อมาก่อน แถมยังขี้คุยอย่างสุดประมาณ พระนางหลงในความทรงเสน่ห์ของตนเอง และละเมอเพ้อพกในความสวยของพระธิดาสุดที่รัก ก็เลยโม้ไปทั่วว่า ทั่วพื้นปฐพีและสรวงสวรรค์นั้น จะหาใครงามเกินนางสองแม่ลูกเป็นไม่มี

การขี้โม้ของแคสซิโอเปียทำให้เทพไม่พอพระทัย โดยเฉพาะโพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทร พระองค์ส่งอสูรงูยักษ์จากทะเลมารังควานชาวเมือง หลายคนถูกเจ้าสัตว์ยักษ์เขมือบเป็นอาหารว่าง หลายคนหนีตายล้มลุกคลุกคลาน และแล้ว เทพพยากรณ์ก็บอกว่า หากต้องการจะพ้นภัยก็ต้องนำธิดาของราชินีผู้โอ้อวดไปเป็นเครื่องสังเวย แอนโดรเมดาก็เลยมาถูกมัดรอสัตว์ประหลาดขึ้นมากินอยู่ที่ชะง่อนผาอย่างที่ว่า

งานนี้เล่นไม่ยาก ขนาดเมดูซายังปราบมาแล้ว กะอีแค่ สัตว์ประหลาดตัวเดียวจะไปเหลืออะไร ว่าแล้ว เพอร์ซีอุสก็เอาดาบวิเศษฟันฉับเข้าให้ เจ้างูใหญ่ก็สิ้นฤทธิ์ แต่ก็มีบางตำนานเหมือนกันที่บอกว่า ไม่ง่ายขนาดเจอะปุ๊บฟันปั๊บหรอกนาย แหม... เจ้าอสูรทะเลจะสิ้นฤทธิ์ง่ายๆ ก็กระไรอยู่ แต่เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่าน  เพอร์ซีอุสต้องใช้ทั้งหัวเมดูซาที่ทำให้คู่ต่อสู้ กลายเป็นหิน และออกแรงขนาดหนักเพื่อหาช่องโหว่ของเจ้างูยักษ์นี้ได้ กว่าจะใช้ดาบวิเศษสังหารสัตว์ยักษ์ และเข้ามาแก้มัดให้สาวงามในดวงใจได้

เพอร์ซีอุสได้รับเสียงปรบมือโห่ร้องด้วยความยินดีกันกึกก้อง จากนั้นก็เป็นไปตามแบบฉบับตำนานแห่งสุขนาฏกรรม เมื่อเขาขอแต่งงานกับแอนโดรเมดา  ซึ่งบางตำนานก็บอกว่า ทั้งพระบิดาและพระมารดาของนางก็ยินดี  แต่ก็มีบางตำนานที่บอกว่า แคสซิโอเปียยังซ่าไม่หยุด  เพราะออกโรงขัดขวางอย่างออกนอกหน้า

มหาเทพแห่งท้องสมุทรก็เลยยิ่งกริ้วไปใหญ่ เพราะขัดขวางใครไม่ขัด มาขัดเพอร์ซีอุส ซึ่งเป็นหลานแท้ๆของ พระองค์เอง ว่าแล้ว โพไซดอนก็จับเอาแคสซิโอเปียเหวี่ยงขึ้นไป กลายเป็นกลุ่มดาวอยู่ทางซีกโลกเหนือ แถมให้อยู่แบบห้อยหัวลง แคสซิโอเปียผู้มีปากเป็นพิษก็เลยได้ขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้าด้วยเหตุฉะนี้

ด้านพระเอกและนางเอกของเราก็ได้สมรสสมรัก เพอร์ซีอุสพาแอนโดรเมดากลับบ้านไปหาพระมารดา และใช้หัวของเมดูซากำจัดโพลิเดกเทส พระราชาที่หวังจะเขี่ยเพอร์ซีอุสทิ้งตั้งแต่แรกให้กลายเป็นหินไป จากนั้น วันหนึ่งเพอร์ซีอุสไปร่วมการแข่งขันกรีฑาด้วยการขว้างจักร  และด้วยอุบัติเหตุที่ คาดไม่ถึง จักรของเพอร์ซีอุส ไปตกใส่แฟนกีฬาคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพระเจ้าตาผู้เคยพยายามขับไล่ไสส่งเพอร์ซีอุส นั่นเอง คำทำนายจึงกลายเป็นจริงด้วยเหตุนี้

เพอร์ซีอุสและแอนโดรเมดามีโอรสคนหัวปีชื่อเพอร์เรส ซึ่งว่ากันว่า  เป็นบรรพบุรุษของชาวเปอร์เซีย  ส่วนโอรส รองคืออิเล็กทริออนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  แต่เป็นตาของเฮอร์คิวลิส  อีกหนึ่งในวีรบุรุษสำคัญของกรีกนั่นเอง

หลังจากใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข  จนถึงเวลาความตายมาพรากคู่รักออกจากกัน ด้วยคุณความดี และการที่เป็นถึงโอรสของมหาเทพ เมื่อสิ้นชีวิต ทวยเทพก็ได้นำเขาขึ้นสู่ฟากฟ้า กลายเป็นกลุ่มดาวอยู่ไม่ห่างจากแม่ยายที่ขึ้นไปอยู่ก่อน

กลุ่มดาวเพอร์ซีอุสนี้ คนโบราณมองเห็นคล้ายชายหนุ่มถือดาบไว้ในมือขวา และมีหัวของเมดูซาอยู่ในมือซ้าย  ด้านแอนโดรเมดาก็ได้ รับเกียรติจากความเมตตาของเทวีอธีนา ให้นางได้เป็นกลุ่มดาวแอนโดรเมดาอยู่ติดกับกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส ซึ่งคนโบราณมองเห็นเป็นหญิงสาวที่ถูกพันธนาการ คล้ายกับตอนที่นางถูกตรึงไว้กับชะง่อนผารอให้เพอร์ซีอุสมาช่วยนั่นเอง

รวมความแล้ว ชาวกรีกโบราณผูกตำนานปกรณัมเข้ากับการแหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้า ทำให้เพอร์ซีอุสและแอนโดรเมดาได้อยู่ร่วมกันตลอดไป ณ ฟากฟ้าไกลโพ้น ในขณะที่แม่ยายตัวแสบก็ยังมาแอบอิงอยู่ใกล้ๆด้วย แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าแคสซิโอเปียจะเหงา เพราะชาวกรีกโบราณเขายกให้เอาพระสวามีเซฟิอัสไปเป็นกลุ่มดาวอีกกลุ่มหนึ่งใกล้ๆกับพระนางด้วย เป็นการปิดตำนานรักของสองคู่ชู้ชื่นได้สมบูรณ์นิรันดร์

ส่วนท่านที่อยากเห็นฉากบู๊ดุเดือดของเพอร์ซีอุสก่อนที่จะมาถึงฉากรัก แนะนำให้ลองไปหา DVD  เรื่อง  Clash  of  the  Titans  สงครามมหาเทพ ประจัญบานมาดู กับบทบาทการต่อสู้ของวีรบุรุษกรีกผู้เรืองนาม  แล้วจะได้รู้ว่าการคุยโม้น่ะง่าย  แต่จะ ให้เป็นวีรบุรุษจริงๆนั้น  ยากไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว.

ทีมงาน ต่วย'ตูน

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement