advertisement

ภูมิแพ้..ทางจมูก โรคยอดฮิต...คนไทย

โดย 10 พ.ย. 2555 05:00

ฮัดเช้ย!!!!!!

อาการหวัดเรื้อรังที่เป็นบ่อย ทั้งจาม คันจมูก ไอ เวลาอากาศเปลี่ยน เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคภูมิแพ้ที่กำลังเป็นเทรนด์โรคยอดฮิตของคนไทย

ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม นายกสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศ ไทย อธิบายว่า โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่เป็นได้ในคน ทุกเพศทุกวัย แต่โดยสถิติแล้วจะพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยโรคภูมิแพ้หลักๆที่พบมีอยู่ 7 โรค คือ ภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งรวมถึง ภูมิแพ้ทางจมูก โรคหืด ภูมิแพ้ทางผิวหนัง ภูมิแพ้ทางตา ภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้ยา และการแพ้ในภาวะช็อกรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

สำหรับสถานการณ์โรคภูมิแพ้ คาดประมาณว่า มีคนไทยมากกว่า 18 ล้านคนเป็นโรคภูมิแพ้ ในจำนวนนี้ กว่า 10 ล้านคนเป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูก โดย 20% พบในผู้ใหญ่ และ 40% พบในเด็ก ในจำนวนนี้กว่า 5 ล้านคนเป็นโรคหืด

“โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคภูมิแพ้อากาศ เป็นโรคภูมิแพ้ยอดฮิตที่พบบ่อยในคนไทย คือ ประมาณ 20% ของประชากรทั่วไป เฉลี่ยประมาณ 1 ใน 5 หมายความว่า ในประชากรผู้ใหญ่ 5 คน จะพบคนที่เป็นภูมิแพ้ 1 คน ส่วนในเด็กพบในสัดส่วน 4 ใน 10”

ศ.นพ.เกียรติ บอกด้วยว่า อาการที่พบบ่อยของโรคภูมิแพ้ ได้แก่ อาการเป็นหวัดเรื้อรัง จาม คันจมูกบ่อย ไอบ่อยเวลาอากาศเปลี่ยน มีผื่นคัน ตามข้อพับ แขนขา เป็นๆ หายๆ หรือมีอาการปากบวม หรือเกิดลมพิษขึ้นทันทีหลังรับประทานอาหาร หรืออาจมีอาการผิดปกติอื่นๆที่คาดไม่ถึงว่ามีสาเหตุสืบเนื่องมาจากการเป็นโรคภูมิแพ้

เช่น อาการเสียดท้องบ่อยๆ มีลมมากในท้อง อาจพบได้ในผู้ที่กลืนลมลงไปมากในท้อง เนื่องจากการหายใจทางปาก หรืออาการกรนในเวลากลางคืนที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการคัดจมูกเรื้อรังจากโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ ฯลฯ

วัยรุ่นปัจจุบันมีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูกเพิ่มขึ้นและรุนแรงขึ้น เนื่องมาจากพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างมาก เช่น นอนดึกมาก ชอบใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านที่มีสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองสูง เช่น ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ตามท้องถนน หรือชอบใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แออัดเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ร้านเกม ห้องซ้อมดนตรี การจัดปาร์ตี้สังสรรค์ในห้องแคบๆ ซึ่งมีทั้งการสูบบุหรี่ ฝุ่นควัน ส่งผลให้อาการโรคภูมิแพ้กำเริบรุนแรงขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม อาจส่งผลต่อการเรียนของเด็กได้

“โรคภูมิแพ้ที่เรื้อรังและเป็นมาก มีผลต่อคุณภาพชีวิตมากมายกว่าที่คนทั่วไปจะตระหนัก นั่นคือทำให้คนที่เป็น เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม อ่อนเพลียง่าย นอนไม่มีประสิทธิภาพ จนส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวัน ขาดเรียน การเรียนอ่อนลง ขาดงานหรือทำงานได้ด้อยประสิทธิภาพลง ไม่สามารถออกกำลังอย่างที่อยากทำได้ เสียโอกาสหลายๆอย่างในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย”

นายกสมาคมโรคภูมิแพ้ ยังบอกด้วยว่า ยิ่งไปกว่านั้น โรคภูมิแพ้ที่มีอาการเรื้อรัง และไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น ไซนัสอักเสบ ผนังคออักเสบเรื้อรัง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลอดลมอักเสบ หอบหืด ริดสีดวงจมูก หูชั้นกลางอักเสบ โดยเฉพาะในเด็ก ภาวะมีน้ำขังในหูชั้นกลาง จมูกไม่ได้กลิ่น หรือนอนกรน ซึ่งถ้ารู้สึกว่ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งหมดนี้เป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

โรคภูมิแพ้...รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ดร.พญ.วิภารัตน์ มนุญากร หน่วยโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกัน และโรคข้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี บอกว่า โดยทั่วไปโรคภูมิแพ้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าเราปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง โดยหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ และหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกาย และรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยการรับประทานยา ใช้ยาพ่นจมูก หรือยาสูดพ่น หรือการฉีดวัคซีนภูมิแพ้เป็นประจำ จะสามารถลดอาการของโรคได้ และว่านอกจากปัจจัยเรื่องกรรมพันธุ์แล้ว สาเหตุที่ทำให้คนไทยเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น มาจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง คือ คนในเมืองอยู่บ้านมากขึ้น ไม่ออกกำลังกาย เด็กกินนมแม่น้อยลง สัมผัสควันบุหรี่และมลภาวะเป็นพิษทางอากาศมากขึ้น การตกแต่งบ้านด้วยพรม และติดเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้อากาศถ่ายเทไม่ดี ทำให้ไรฝุ่นซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญเจริญเติบโตได้ดี

ดร.พญ.วิภารัตน์ บอกด้วยว่า หากต้องการหลีกเลี่ยงจากการป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เช่น ทำความสะอาดบ้าน ห้องนอน หมอน ผ้าห่ม พัดลม เครื่องปรับอากาศ กำจัดแมลงสาบ มด แมลงวัน ยุง เพื่อป้องกันอาการแพ้จากเศษชิ้นส่วนและสิ่งขับถ่ายของแมลงเหล่านี้ สำหรับผู้ป่วยที่แพ้สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก หนู ไม่ควรนำสัตว์ดังกล่าวมาเลี้ยงไว้ในบ้าน และไม่ควรนำต้นไม้ที่ใส่กระถางปลูกมาไว้ในบ้าน เพราะดินอาจเป็นที่เพาะเชื้อราได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป การอดนอน การดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง เช่น อาหารทะเล ถั่ว ไข่ นม และหลีกเลี่ยงภาวะอารมณ์ที่ตึงเครียด ไม่สบายใจ ซึ่งผู้ป่วยควรสังเกตว่าสารใด หรือภาวะแวดล้อมอะไร ที่ทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้น ควรพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น จะสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ลงได้อย่างมาก

ประชาชนทั่วไปที่สนใจความรู้เรื่องโรคภูมิแพ้ สามารถหาคำตอบได้ที่เว็บไซต์ www.allergy expert.org ซึ่งสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยโรคภูมิแพ้ทั้งแผนกเด็กและผู้ใหญ่ จาก 13 โรงพยาบาลของรัฐ อาทิ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี รพ.พระมงกุฎเกล้า ฯลฯ และบริษัท แกล็กโซสมิท-ไคล์น (ประเทศไทย) จํากัด ร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ต่างๆ โดยมีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในช่วง Live Chat with the expert สนทนาปัญหาโรคภูมิแพ้กับผู้เชี่ยวชาญได้ทุกวันพุธ เวลา 15.00-16.00 น.

โหวตข่าวนี้