สนามพระ 11/10/52 - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สนามพระ 11/10/52

โดย สีกาอ่าง 11 ต.ค. 2552 05:00
33,899 ครั้ง


วัตถุมงคลแห่งปี "พระพุทธโสธร ทองประทาน คุ้มเกล้าฯ ปวงประชา" ของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช.

วันนี้ สีกาอ่าง เปลี่ยนประตูเข้า สนาม พระ จากด้าน พระ เครื่องอนุรักษ์ มาเข้าด้าน ตลาดพระใหม่ บ้าง เพราะกำลังคึกคัก ซึ่งเป็นผลมาจาก พระเครื่องเก่า มีราคาแพง จนคนส่วนใหญ่เล่นกันไม่ไหว เพราะเศรษฐกิจก็แย่ นักสะสม ก็เลยหันหา พระใหม่ ที่ จัดสร้างดีๆ...

กับทั้งตอนนี้ วงการ พระใหม่ ได้เข้าสู่ยุค ไม่ดีจริง ไม่กล้าสร้าง เพราะต้องใช้ ทุนสูง ทำให้นักนิยมพระมีโอกาสเลือกแต่รุ่นที่ พิธีกรรมดี มวลสารดี ซึ่งเชื่อได้ว่า มีอานุภาพจาก การบูชาแน่ หรือถ้าจะ สะสม ก็น่าจะดีต่อลูกหลาน ตลาด พระใหม่ ก็เลยมาแรง จนเซียนพระใหญ่ๆ ที่เคยให้เช่าบูชาแต่ พระเก่า ต้องหันมาเปิดมุมขาย พระใหม่รุ่นดังๆ กันเป็นแถว...

เข้าสนาม ก็เจอะเลย พระใหม่ ระดับ วัตถุมงคลแห่งปี คือ รุ่น "คุ้มเกล้าฯ" ของ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ที่จะ เปิดตัว 14 ต.ค.นี้...

ที่บอกว่ายิ่งใหญ่ เพราะรุ่น คุ้มเกล้าฯ ได้รับ พระ บรมราชานุญาต จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ จำลอง มาจาก พระพุทธรูปคุ้มเกล้าฯ ซึ่งพระราชทานให้ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ตอนเสด็จฯทรงเปิด อาคารคุ้มเกล้า เมื่อพ.ศ.2528...

ในการจัดสร้าง พระพุทธรูปคุ้มเกล้าฯ และ เหรียญพระพุทธรูปคุ้มเกล้า นี้ ยังได้รับพระราชทาน พระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ด้วย ซึ่งถือเป็น สิริมงคล อย่างยิ่ง...

และที่ยิ่ง สุดยอด ก็คือในรุ่นนี้ ได้จัดสร้าง พระพุทธโสธร ขึ้นด้วย โดยอัญเชิญ ตรามูลนิธิคุ้มเกล้า (พระราชทาน) ประดิษฐานในองค์หลวงพ่อ จึงเรียกว่า พระพุทธโสธร คุ้มเกล้าฯ และที่ยิ่งสุดยอด มงคลขึ้นไปอีก ก็คือ พระพุทธโสธร ทองประทาน คุ้มเกล้าฯ ปวงประชา ซึ่งมี สุดยอดมวลสาร คือ ทองคำ จาก หลวงพ่อโสธรองค์เดิม ที่ ผู้คนไปปิดทองท่านมาเป็นเวลา 100 กว่าปี ทางวัดโสธรฯ ก็ได้มอบให้มาใช้ในรุ่น พระพุทธโสธร ทองประทานฯ ด้วย...

สังเกตได้ว่า รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ของ กรมแพทย์ กองทัพอากาศ มักจะได้รับ พระ บรมราชานุญาต ในการจัดสร้างวัตถุมงคล เพราะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อให้ นำรายได้ไปทำประโยชน์ต่อประชาชนคน ไข้ของ รพ. รวมทั้งครั้งนี้ ก็จะนำรายได้ ไปสร้าง ศูนย์มะเร็ง และกิจการอื่นๆ ในโอกาส ครบรอบ 60 ปี รพ.ภูมิพล อดุลยเดช--สั่งจองได้ที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช 0-2534-7683-87 หรือทาง แบงก์ทหารไทย กรุงไทย นครหลวงไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรีฯ และออมสิน...

อีกรุ่น เป็นแนว พระเกจิ ที่ได้รับเสียง ตอบรับเกรียวกราว เพราะท่านผู้สร้างคือ หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ ของ อยุธยา เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยมรดกสรรพวิชาอาคมจากยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี...





พระชัยวัฒน์ และเหรียญพระพรหม หลังยันต์ อริยสัจโสฬส หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้ อยุธยา รุ่นอดุลรังสี.

หลวงพ่อเอื้อน สร้างวัตถุมงคลทุกรุ่น จะเน้น ดีนอก ดีใน รุ่น อดุลรังสี ก็เหมือนกัน ท่านเตรียมจัดสร้างใน ฤกษ์พิเศษ เรียกว่า ฤกษ์ จันทร์เพ็ญ ซึ่ง หลายสิบปีจะมีสักครั้ง เพราะต้องเป็น วันจันทร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งปีนี้ ตรงกับ วันที่ 2 พ.ย เป็นฤกษ์ที่โบราณาจารย์สรรเสริญ ว่ามีคุณวิเศษยิ่งนัก...

รุ่นอดุลรังสี จัดสร้าง 5 แบบ คือ รูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อเอื้อน ท้าวกุเวรและคชลักษมี พระชัยวัฒน์ และ เหรียญพระพรหม หลังยันต์อริยสัจโสฬส...

พระพรหม นอกจากเป็นสัญลักษณ์ของ พรหมวิหารธรรม แล้ว ยังเป็น ครูของศิลปวิชาชั้นสูง โดยเฉพาะเป็น ครูด้าน พุทธาคม เพราะเป็นเทพผู้ประดิษฐาน คัมภีร์พระปถมัง ซึ่งผู้ที่ร่ำเรียนวิทยาคม ต้องศึกษา ส่วน พระชัยวัฒน์ จัดสร้างจากชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ และแผ่น พระยันต์สำคัญๆ ประกอบด้วย แผ่นยันต์หลวงพ่อ เอื้อน และแผ่นยันต์พระเกจิเข้มขลัง เช่น หลวงพ่อ เฉลิม วัดพระญาติ หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว หลวงพ่ออุดม วัดพิชัยสงคราม ฯลฯ รวมทั้ง แผ่นยันต์รัตนมาลา และ ชัยมงคลคาถา ครบถ้วนตามตำรา กับมี โลหะสัมฤทธิ์โบราณ เพื่อให้มี อานุภาพ สัมฤทธิ์ บังเกิดผล ตามชื่อ--สั่งจอง "พระหลวงพ่อเอื้อน" ได้ที่วัด 0-3576-2210 0-2732-5880 และ 08-7689-6678 หรือ ไปรษณีย์ และ ศูนย์พระ ที่เชื่อถือได้ ซี้ซั้วจองไม่ได้ พวกแผงหอบเงินจองหนีมีเยอะ...

เข้าสนาม พระแนวอนุรักษ์ ต่อ ก้าวแรกก็กรี๊ด เพราะเจอ สุดยอดพระกริ่งไทย คือ พระกริ่งปวเรศ วัดบวรฯ ซึ่ง แพงได้แพงดี ทั้งที่ประวัติน้อยจนเกือบเลือนราง แต่คนก็ยังกล้าเล่น เป็น สิบล้าน--ไม่เหมือนคน ถ้า หัวนอนปลายทีนส์ ขาดๆหายๆ ไม่ชัดเจน สังคมจะไม่ค่อยไว้ใจให้ราคา...





พระกริ่งปวเรศ วัดบวรฯ ของเกี๊ยก ทวีทรัพย์.

รูปพรรณสัณฐาน พระกริ่งปวเรศ ก็มาจาก พระกริ่งจีนใหญ่ เป็นต้นแบบ เพราะจำลองย่อส่วนจาก พระพุทธเจ้าทางยา (พระไภษัชคุรุ) ของพุทธมหายาน (จีน-ทิเบต) ตั้งแต่พันปีมาแล้ว เมื่อไทย รับ พระกริ่งจีน เข้ามา โบราณาจารย์จึงใช้เป็นต้นแบบ ในการจัดสร้าง พระกริ่งไทย ขึ้น โดยมีศิลปะเป็นไทยๆมากขึ้น เหลือเค้าตาตี่ เม็ดกวยจี๊ไม่มาก...

จากคำบอกเล่า เปรียบเทียบจากเหตุการณ์ในอดีต พระ กริ่งปวเรศ กำเนิดราวๆ พ.ศ.2432-2434 โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงหล่อขึ้นราวๆ 30 องค์ ซึ่งต่อมา กล่าว กันว่ามีการหล่อขึ้นอีก 1-2 ครั้งโดยใช้พิมพ์เดิม รวมแล้วไม่เกิน 100 องค์ แต่ไม่ยืนยัน....

ความไม่ชัดเจนใน จำนวนสร้าง ทำให้ พระกริ่งปวเรศ เล่นยาก เพราะ เถียงกันไม่รู้จบ แต่ไม่มีใครเถียงว่าพระตูไม่แท้ มีแต่เถียงว่าพระตูแท้ชัวร์ ทั้งที่บางองค์ หน้าเป็นปลากัด ไม่ใช่แค่ ปากปลากัด แบบ พระกริ่งปวเรศ เล้ย...

ล่าสุด สปีริต ซึ่งตั้ง ทีมเฉพาะกิจ ติดตามเรื่อง พระกริ่งปวเรศ โดยสืบเสาะหาประวัติที่มา ย้อนไปถึงไส้ถึงพุง เจ้าของเก่า และคนที่รู้จริง ก็ได้ รวบรวม พระกริ่งปวเรศ ที่ วงการยอมรับเป็นเอกฉันท์ ว่า ใช่ แอนด์ ชัวร์ มาไว้ในฉบับที่ 48 ซึ่งจะวางแผงกลางเดือนนี้ โดยมีองค์สวย ของ เสี่ยเกี๊ยก ทวีทรัพย์ เซียนพระสายตรงพระกริ่งมาให้ชมไปพลางๆ...

องค์ที่สอง เป็น จักรพรรดิพระ เครื่อง ของ เสี่ยสมบูรณ์ หลายปัญญา ประธานบริหาร บ.แอล.วาย อินดัสตรีส์ ซึ่งเป็น สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ที่สวยแชมป์ประทับใจโจ๋จริงๆ เพราะฟอร์มได้สัดส่วน พิมพ์พระชัดแจ๋วแจ่ม เนื้อใช่ชัวร์ เข้าตำราพระ สวย แท้ ดูง่าย...



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ แชมป์ ของสมบูรณ์ หลายปัญญา บ.แอล.วาย อินดัสตรีส์.

ดูไว้ลูกพี่ เนื้อหยาบๆ แบบเนี้ยะ แหละ ที่เรียกว่า เนื้อก้นครก หรือ เนื้อกระยาสารท ที่ชอบกันจัง--แต่ ถ้าเนื้อแม่อีหนูหยาบแบบนี้ หลายคนก็บอกว่าชอบเหมือนกัน...ชอบเอาไปทิ้ง...

ส่วน มวลสาร คือ ก้อนขาว เกล็ดแดง ก้านดำ ที่มีให้เห็นเป็น ครู นั้น ก้อนขาว ก็คือ ก้อนผงพุทธคุณ ที่ สมเด็จโต ทำขึ้น เกล็ดแดง คือ เนื้อพระกรุกำแพงเพชรที่สมเด็จฯนำมาป่นผสม ส่วน ก้านดำ เป็นได้ทั้ง ก้านธูป (เผา) หรือหินกระดานชนวน (ป่น) และมีพบในบางองค์คือ เศษจีวร (ป่น)...

หลังพระองค์นี้ก็มีดีให้ดูครบ ตรงสีเนื้อพระที่ดู เข้มคล้ำ ที่เรียกว่า เนื้อจัด เพราะผ่านการใช้ได้สัมผัส มีรอยปริริมขอบรอบด้าน และรอยปาดเนื้อที่เห็นเป็นเส้นคลื่นแนวขวาง ล้วนแต่บ่งบอกความเป็น สมเด็จวัดระฆัง ไม่กังขา...

ว้าว วันนี้มีแต่พระท็อปๆออฟ เดอะ แชมป์ เพราะองค์ที่สาม คือ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี สวยเด็ดดวงทั้งพิมพ์ทรงเส้นสายลายศิลป์ และเนื้อพระ อมคราบน้ำว่านดำๆ แบบนี้ไง ที่เซียนรุ่นเก่าเรียกว่า ดำแท้...



พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ของ ส.ส.ไชยยศ จิรเมธากร.

พระผงสุพรรณ องค์นี้ออกมา ก็ทำเอาวงการเกรียวกราวกรี๊ดกร๊าด น่าดูชม เพราะรู้กันดีว่า พระจำวัดอยู่ใน ห้องเซฟ (ห้องเซฟ ไม่ใช่แค่ ตู้เซฟ เพราะใส่ไม่พอ) ของ เสี่ยนิยม อสุนี ณ อยุธยา แห่งนครสวรรค์มานานเป็น สิบๆปี แม้จะมีคนเคยพยายามไปนิมนต์หลวงพ่อออกมาชมดาวบ้าง ก็ม่ายสำเร็จ เพราะ "นำเหนอ" ปัจจัย ไม่จุใจเจ้าของ...

แต่เพราะสยาม ไม่สิ้นคนดี เสี่ย ไชยยศ จิรเมธากร ส.ส. 6 สมัยของอุดรธานี พิสูจน์แล้วว่าพระสวยๆแท้ๆหายากส์กว่าเงิน จึงขอเงินเมีย 4.5 ล้าน แบกไปแลก พระผงสุพรรณ องค์นี้ มาห้อยก๋า--งานนี้ ลูกพี่ใหญ่ เสี่ยนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ คงสะดุ้งพอๆ กับตอนเจอศึกตั้ง ผบ.ตร. เพราะเทียบกันแร้ว พระผงสุพรรณ ที่ ท่านนิพนธ์ บอกว่ามีเยอะและ คุยว่าสวยเยี่ยม (แต่ไม่ ยอมให้คนอื่นเห็น) ไม่ แน่ว่าจะสวยแซ่บสู้องค์นี้ได้ป่าว -- ท้าชนด่วน...

พระชั้นยอดอีกองค์เป็น สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย สภาพ สวย แท้ ดูง่าย องค์นี้วงการคุ้นหน้า เพราะย้ายวิก หลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ พระคงได้พักอย่างสงบไม่มีคนรบกวนจับย้ายไปโน่นมานี่อีกนาน เพราะถูก เสี่ยสมบูรณ์ หลายปัญญา สั่งเข้าเซฟไปแล้ว ใครมีปัญญาจะไปฉุดออกมาก็ลองดู...



สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย ของสมบูรณ์ หลายปัญญา.

ตามด้วย พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรฯ 2495 ของ เสี่ยโรเบิร์ท ไชยมงคล...

พระกริ่งไพรีพินาศ เป็น วัตถุมงคลที่ตลาดชอบ สร้างรุ่นไหนออกมาก็ได้รับความนิยม เพราะชื่อ ไพรีพินาศ ซึ่งเป็นชื่อของ พระบูชา มีความศักดิ์สิทธิ์ จน ร.4 ซึ่งตอนนั้นยัง ทรงผนวชอยู่ ถวายพระนามว่า พระไพรีพินาศ เพราะ ตั้งแต่ได้รับพระมา ศัตรูผู้ปองร้าย (คือหลวงไกรสร) ซึ่งกลั่นแกล้ง (เช่น เอาข้าวต้มร้อนๆใส่บาตรพระ ให้พระมือพอง) ก็มีอันเป็นไป ถูกประหารด้วยท่อนจันทน์ทุบดิ้น...



พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรฯ 2495 พิมพ์บัวเหลี่ยม ของโรเบิร์ท ไชยมงคล.

รุ่นที่ดังสุดของ ไพรีพินาศ คือ รุ่นแรก ปี 2495 ซึ่ง สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์) ทรงเททองสร้างไว้ พร้อมพระบูชาและเหรียญ เรียกรวมว่า ไพรี พินาศ ถ้าพิมพ์บัวเหลี่ยม แบบนี้เล่นกัน แสนต้น...

พระเครื่องส่งท้ายวันนี้ ก็เจ๋ง คือ พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท ของ เสี่ยเด่น อยุธยา...



พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท ของเด่น อยุธยา.

ดูจากสภาพพระที่ค่อนข้าง หงำ (แปลว่า เก่ามาก) เพราะถูกใช้บูชามาโชกโชน ผิวพรรณสึกและมีคราบฝ้าราขาวจับแน่นในซอกลึก คาดว่าเป็น ขี้เกลือ จากเหงื่อเจ้าของ แต่พระก็ยัง เป็นพระ และยังเพิ่มความขลัง เพราะเนื้อเข้มจัดขึ้น และราคาก็ไม่ธรรมดา เพราะสึกๆแบบนี้ ต้องจ่ายกัน เป็นแสน เชียวนา เพราะติดทำเนียบพระ เจ๋งรอบด้าน...

สุดท้ายจริงๆคือ เครื่องรางของขลัง หายาก คือ ตะกรุด ลูกอมโลกธาตุ หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กาญจนบุรี เนื้อทองคำ ซึ่งมีคุณวิเศษตามตำราแบบ ครอบจักรวาล...



ตะกรุดลูกอมโลกธาตุ หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กาญจนบุรี ทองคำ ของเต่า พระเครื่อง.

ผู้สร้าง ตะกรุดโลกธาตุ ต้องมีสมาธิจิตแก่กล้าสุดๆ ขนาดเพ่ง ไส้เทียน ให้ขาดได้ อย่างที่ หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ แสดงให้ หลวงปู่ยิ้ม ดู ตอนไปขอเรียนวิชา...

หลวงปู่ยิ้ม สร้างตะกรุด ไว้ 3 เนื้อคือ ทองคำ นาก เงิน ความกว้างเท่าความยาวใบมะขาม และความยาวเท่า 7 ใบมะขามเรียงต่อกัน ลงอักขระด้วยลายมือทั้งด้านนอก ด้านใน...

ตะกรุดโลกธาตุ หลวงปู่ยิ้ม และ หลวงปู่ใจ จะ "เหมียน กันเปี๊ยบ" แต่เซียนจะแยกได้ว่าเป็นของหลวงปู่องค์ไหน ที่ ลายมือจารอักขระ ซึ่งต้องจดจำกันไว้...

ปัจจุบันการเล่นหา ไม่เลือกแร้วว่าของใคร ขอให้แท้ก็พอ เพราะอานุภาพของ ตะกรุดลูกอมโลกธาตุ นี้ มีว่า เวลาคับขันให้กลืนลงท้อง จะคุ้มครองได้ และเมื่อตื่นนอน ตะกรุดนี้จะคืนกลับมาอยู่ที่หัวนอนเอง--เชื่อกันอย่างนั้น...

ตะกรุดอันนี้ ของ เต่า พระเครื่อง พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ซึ่งยืนยันว่า หลวงปู่ยิ้ม แน่ เพราะคลี่ตะกรุดออก ดูลายมือแล้ว--โห...ลงทุนพิสูจน์ขนาดนี้ มีไม่บ่อย เพราะตะกรุดนั้น คลี่ออกแล้ว ม้วนกลับสภาพเดิมยาก แต่เอาเถอะก็แปลกตา เท่ไปอีกแบบ และ อีกอย่างอาคมคาถาก็ไม่เสื่อมไม่หายไปไหนนี่นา...

ลากันด้วยเรื่องคุณหมอๆ ซึ่ง วิชาชีพ ขึ้นอยู่กับ ความเป็นจริง ดังนั้น หมอ ก็คล้ายๆ นักวิทยาศาสตร์ ที่ต้องรู้จริงเรื่อง โรคภัยไข้เจ็บ เพื่อเอาชนะให้ได้ ม่ายงั้น คนไข้ก็เท่งทึง...

อาชีพ หมอ ดูแล้ว จึงไปกันไม่ได้เลย กับ ความเชื่อ เหนือปาฏิหาริย์ เพราะถ้ามีคนถูกคาร์บอมบ์มา ถ้ามัวแต่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รอปาฏิหาริย์ดลบันดาลให้หายเอง คนไข้ก็คงหายไปจากโลกนี้แน่--แต่แปลก เท่าที่เจอมา คุณหมอ กลับชอบ เล่นพระ...

ก็คงเป็นมุมกลับ ที่อาชีพ หมอ เจอแต่ความโหดร้ายเจ็บป่วย (สวยงามไม่ค่อยเจอ ยกเว้นหมอแนวบิวตี้) วันๆพบแต่ ความจริงแห่งชีวิต ที่หนีไม่พ้น คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทำให้ หมอรู้แท้ว่า อนิจจังไม่เที่ยง ตามคำสอนของ พุทธศาสนา ยิ่งกว่าพวกเราๆเสียอีก...

พระ เครื่อง ซึ่งกำเนิดมาจากความเชื่อทาง พระพุทธศาสนา จึงใกล้ชิด กับ คุณหมอ และยิ่งถ้าชอบด้วยแล้ว ก็เสร็จ จึงทำให้ หมอ ชอบ เล่นพระ--เพราะขืนเล่น พยาบาล มักเป็นอันตรายต่อสุขภาพ...

วันก่อน เพื่อนๆหามเจ้าพ่อโบนันซ่า ไพวงษ์ เตชะณรงค์ ไปผ่าตัดที่ รพ.พระมงกุฎฯ คนก็ไปเยี่ยมตรึมเพราะรู้ว่าคนไข้ใจเสาะ และชวนคุยเรื่องถูกใจคนไข้คือ พระเครื่อง (คุยเรื่องสีกาไม่ได้ เพราะเมียอยู่) กำลังคุยลั่นห้อง พ.อ.นพ.สุรพงษ์ ปราการรัตน์ รอง ผอ.รพ.ก็เข้ามาเยี่ยมอาการ ทุกคนเลยเกรงใจหมอใหญ่ ลดวอลลุ่ม คุยกันเบาๆเพราะยังติดลม...

พอคุณหมอได้ยิน ก็มาร่วมวงคุยด้วย ปรากฏว่าคุยเรื่องพระอะไร คุณหมอบรรยายได้ถูกต้องหมด...

แต่ทีเด็ดอยู่ที่ คุณหมอ ซึ่งแรกๆกระมิดกระเมี้ยน คุยๆไปชักเป็นกันเอง เลยล้วงพระออกมา มี พระหลวงปู่บุญ ครบชุด รวมทั้ง เหรียญเจ้าสัว สวยกริบ พระกริ่งใหญ่ ก็มี พระหลวงปู่เพิ่ม ทุกรุ่นดังรวมทั้ง เบี้ยแก้ ที่อึ้งมากคือ มีกระทั่ง ลูกอมเนื้อผง หลวงพ่อปาน วัดตุ๊กตา ซึ่งเป็นอาจารย์ของ หลวงปู่บุญ--สรุปว่า เจอ ตัวจริง เข้าอย่างจัง เพราะในตัวท่าน แบก...เอ๊ย พกพระและเครื่องรางฯ ประมาณ 30 องค์ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement