advertisement

สนามพระ 27/11/54

โดย สีกาอ่าง 27 พ.ย. 2554 05:00

พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก กรุวัดนางพญา พิษณุโลก จาก เซ้ง มณเฑียร.

ถึงบัดนี้ น้ำก็ยังอาละวาดในหลายพื้นที่ และเพิ่มฤทธิ์เดชยิ่งขึ้น เพราะมีกลิ่นเหม็นเน่าฉุนกึกมาพิฆาตระบบหายใจด้วย ประชาชนหลายพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมาเป็นเดือน เลยทนไม่ได้ อาละวาดมั่ง มีทั้งรื้อบิ๊กแบ็กและบังคับให้เปิดประตูระบายน้ำ ปัญหาก็เลยยุ่งนุงนังกันขึ้นมาอีก...

ทำยังไงได้ ระดับความอดทนของคนไม่เท่ากัน บางคนท่วมแค่ตาตุ่มก็โวยแหลก บางคนท่วมถึงคอต้องอพยพ แต่ยังยิ้มเพราะปลงได้--ข้าพเจ้าเองก็โดนพอรู้รสชาติน้ำท่วมครั้งแรกในชีวิตครึ่งร้อย ถือว่าไม่ตกเทรนด์ แต่เห็นคนบ่นกันเยอะแล้ว และไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น จึงขอรับสภาพผู้ประสบภัยไม่เต็มขั้น เพราะไม่ถึงกับต้องอพยพ แค่ลุยน้ำและพายเรือเวลาจะออกจากบ้าน--ขอแต่ปีหน้าปีไหน พี่น้ำ อย่ามาอีกเลย ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ สาธุ...

ไปดูพระเครื่องสวยๆใน สนามพระวิภาวดี วันนี้ดีกว่า องค์แรกคือ พระสมเด็จจิตรลดา พระเครื่องจากฝีพระหัตถ์ในหลวง...

พิมพ์พระที่งดงามลงตัวนี้ เกิดจากพระราชวินิจฉัย และทรงโปรดฯให้ อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการกองหัตถศิลป์แกะถวาย เมื่อนำมากดพิมพ์ ได้พระพิมพ์รูปทรงสามเหลี่ยม ด้านหน้าปรากฏองค์พระพุทธรูปปางสมาธินั่งราบ พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย ประทับนั่งอยู่เหนือฐานบัวบานชั้นบน 5 กลีบ ชั้นล่าง 4 กลีบ รวมเป็น 9 กลีบ...


เนื้อพระ ทรงรวบรวมมวลสารจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ และมวลสารส่วนพระองค์ อาทิ ดอกไม้ถวายพระ สีที่ขูดจากภาพเขียนฝีพระหัตถ์ และที่เป็นมงคลสูงสุดคือ เส้นพระเกศา หรือเส้นพระเจ้า พิมพ์พระมี 2 ขนาดใหญ่ ฐานกว้าง 2 ซม. สูง 3 ซม. สร้างพระราชทานข้าราชบริพารในพระองค์...

ขนาดเล็กฐานกว้าง 1.2  ซม. สูง  1.9 ซม. มีพระประสงค์สร้างเพื่อพระราชทานบุตร-ธิดาข้าราชบริพารฝ่ายใน จํานวนสร้างจึงมีน้อย ประมาณว่าไม่เกิน 40 องค์ ทำให้ระยะแรกที่ พระสมเด็จจิตรลดา เริ่มมีชื่อเสียง พระพิมพ์เล็ก ยังไม่มีผู้ใดได้พบเห็นมากนัก จึงไม่ได้รับความนิยมมากนัก...

จนผู้ได้รับพระราชทาน ได้นํา พระพิมพ์เล็ก ใช้บูชาติดตัว ทำให้ได้พบเห็นกันมากขึ้น ความนิยมจึงไล่ทันพระพิมพ์ใหญ่ ทำให้มีราคาเท่าๆกันตอน หลักแสนกลางๆ...

แต่ด้วยจํานวนที่มีน้อยกว่าพิมพ์ใหญ่เกือบ 100 เท่า ปัจจุบัน พระพิมพ์เล็ก แบบองค์นี้ เสี่ยเช็ง สุพรรณ ได้มา จึงมีราคาแซงหน้า พระพิมพ์ใหญ่ หลายเท่าตัว เพราะถือว่าทรงสร้างในระยะเริ่มแรก ระหว่างปี พ.ศ.2508-2509 เท่านั้น นักนิยมพระจึงถือว่าเป็น พระรุ่นแรก...

ตามมาด้วย พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก กรุวัดนางพญา พิษณุโลก จาก เสี่ยเซ้ง มณเฑียร...

ดูแล้วจะเห็นพิมพ์พระบางส่วน ตรงพระกรด้านขวา ลบเลือน ติดไม่ชัด สันนิษฐานได้ว่าเป็นเพราะ ไม่มีความรู้ ตอนนำพระขึ้นจากกรุ...


เพราะพระที่อยู่ในกรุนานหลายๆร้อยปี ความชื้นในกรุจะทำเนื้อพระอ่อนนุ่ม เมื่อหยิบจับอย่างไม่ระวัง จึงทำให้เนื้อพระลบเลือนไป แต่นักนิยมพระไม่ถือว่าชํารุดเสียหาย เพราะถือว่าเป็นมาแต่ในกรุ เพียงทําให้ความงามหย่อนไปบ้าง...

แต่องค์นี้ก็ได้ผิวพรรณพระที่ยังไม่โดนสัมผัสใช้ มาลบจุดด้อยให้น้อยลง บวกกับฟอร์มทรงที่ได้สัดส่วน ทําให้พระดูน่ารัก-น่าใช้มาก...

พระนางพญา พบครั้งแรกเมื่อปี 2470 เมื่อเจดีย์ใหญ่ที่สันนิษฐานว่าสร้างไว้ในสมัย พระวิสุทธิกษัตริย์ และบรรจุ พระพิมพ์นางพญา ไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2100 ล้มครืนทลายลงมา พระครูรอด เจ้าอาวาสสมัยนั้นจึงให้ลูกศิษย์ช่วยกันโกยเศษเจดีย์ไปถมดงกล้วย ระหว่างขนย้ายเศษซากเจดีย์ก็พบ พระนางพญา ปะปนอยู่--แต่ไม่มีใครสนใจวุ้ย โกยไปถมดินเฉย...

จนเกิด สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีกองทัพญี่ปุ่นมาขึ้นเต็มเมือง (และเกิดนวนิยายดัง คู่กรรม ที่ โกโบริ พบรักกับสาวไทยแล้วตายจาก ดูแล้วร้องไห้สงสารพระเอกกันทั้งเมือง เพราะลืมไปว่าเขาเป็นชาติศัตรูกับไทย) พันธมิตร จึงส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดไล่ยุ่นปี่ญี่ปุ่นให้ไทย แต่คนไทยก็ต้องคอยหลบบอมบ์ด้วย ดงกล้วยของวัดนางพญา ก็กลายเป็นที่หลบภัยด้วย...

ระหว่างขุดหลุมหลบบอมบ์ ก็พบ พระนางพญา ที่เอามาถมดินไว้เมื่อ 15 ปีก่อน คราวนี้แย่งเก็บกันใหญ่ เพราะกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ต้องการพระมาคุ้มครองอย่างแรง พระนางพญา  จึงเริ่มเป็นที่รู้จักต้องการมาตั้งแต่ พ.ศ.2485 ซึ่งสงครามใกล้จะจบแล้ว...

รู้ไว้ได้ประโยชน์ พระนางพญา เป็นพระนิยมปลอมระดับท็อปเทน ผู้เชี่ยวชาญจึงชี้จุดตำหนิที่สำคัญๆให้สังเกต เช่น รอยเส้นตอกตัดด้านข้าง เพราะการตัดพระนางพญาให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ส่วนใหญ่ใช้ เส้นตอก ซึ่งทำจากไม้ไผ่มาเหลาให้บางๆเหมือนใบมีด  หนาพอสมควรกับความหนาของพระ...

แต่ถ้าพระไม่มีรอยเส้นตอก ก็อย่าเพิ่งไปเหมาว่าเก๊ เพราะบางคนอาจจะใช้โลหะตัด เพื่อให้สวยเนี้ยบเรียบร้อย และยังมีจุดอื่นที่ใช้ดูเก๊แท้อีกหลายจุด เช่น ดูเม็ดแร่ ดูสีพระ เนื้อพระ...

ก่อนจะจบเรื่องพระนางพญา ก็มี คำถามสนามพระ ว่า ทำไมถึงนิยมบรรจุพระในเจดีย์...

เจอคำถาม ลองภูมิ กันชัดๆ แต่ถึง สีกาอ่าง จะ ภูมิน้อย ก็ขอตอบเท่าที่พอทราบ ใครรู้มากกว่าก็ช่วยบอก...


การนิยมบรรจุพระพิมพ์ในเจดีย์ เกิดขึ้นเพราะมูลเหตุที่แว่นแคว้นต่างๆในสมัยก่อน ต่างก่อสร้างเจดีย์เพื่อรองรับ พระบรมสารีริกธาตุ หลังเสด็จปรินิพพาน จึงถือว่าเจดีย์คือสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา หรือนัยหนึ่งก็คือ  พระพุทธเจ้า  นั่นเอง การไปปฏิบัติภาวนาเพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้าจึงใช้ พระเจดีย์ เป็นศูนย์รวม จึงเกิดการ บูชาพุทธเจดีย์ ขึ้นในชาติพุทธต่างๆ...

เจดีย์ สำคัญๆที่สร้างขึ้นเพื่อเป็น พุทธบูชา จึงเกิดขึ้นแพร่หลาย หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน เช่น เจดีย์พุทธคยา ในอินเดีย เจดีย์ชเวดากอง ที่พม่า มหาเจดีย์บรมพุทโธ ในอินโดฯ...

ของไทยก็คือ พระปฐมเจดีย์ ซึ่ง พระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ฝักใฝ่พระพุทธศาสนา ส่งสมณทูตมาสร้างขึ้น เมื่อประมาณ พ.ศ.200 และเชื่อว่าเป็น 1 ในเจดีย์ที่ พระเจ้าอโศกมหาราช ให้สร้างขึ้นในที่ต่างๆจำนวน 84,000 องค์ เพื่อจรรโลงเผยแผ่พุทธศาสนา--แต่หลังยุค พระเจ้าอโศกฯ พุทธศาสนาในอินเดียก็เสื่อม และถูกมุสลิมยึดครองและทำลายหลักฐานสิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนาจนย่อยยับ...

และเพราะจุดประสงค์แรกในการสร้างเจดีย์คือเพื่อ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาจึงนิยมนำ พระพิมพ์ ไปบรรจุไว้ เจดีย์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา และคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะคำว่า เจดีย์ ก็หมายถึง สถานที่ซึ่งรวบรวมไว้ด้วยอนุสรณ์แห่งบุคคล  หรือสิ่งอัน เป็นที่เคารพสักการะ...

รายการต่อไป คือ พระผงของขวัญ รุ่นแรก เคลือบแล็กเกอร์ หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี (สด) วัดปากนํ้า กรุงเทพฯ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยผงพุทธคุณและมวลสารศักดิ์สิทธิ์ อธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยวิชา “ธรรมกาย” ที่เชื่อว่าท่านสําเร็จ...

แรกเริ่มสร้าง ได้เป็น พระพิมพ์เนื้อผงสีขาว สะอาดตา แต่เมื่อผู้ได้รับไปกลับมาเรียนหลวงพ่อว่าพระเสียหายง่าย โดนเหงื่อโดนนํ้าก็ละลายลบเลือนเสียรูปทรง หลวงพ่อจึงได้คิดวิธีรักษา องค์พระ ให้มีความคงทน โดยนําองค์พระที่กดพิมพ์เสร็จแล้ว มาทาแล็กเกอร์เคลือบ ตากในที่ร่มจนแห้งดี แล้วจึงแจกออกไป และอนุญาตให้ผู้มีพระที่ไม่ได้เคลือบแล็กเกอร์มาแลกเปลี่ยนไปได้ แต่บางคนก็ได้เอาไปเคลือบ ทําให้ พระรุ่นแรก มีทั้งที่ไม่เคลือบ และไม่เคลือบแบบองค์นี้ของ จ่าเบิร์ด เพชรบุรี ซึ่งพิจารณาได้ว่าเป็นพระพิมพ์ที่ 3ในจํานวนพิมพ์พระที่มีทั้งหมด 10 พิมพ์...


ตามมาด้วย เหรียญหลวงพ่อโสธร 2 หน้า ปี 2497 มีวงแหวน เม็ดพระศก 57–57 ของ ร้านเปี๊ยก โภชนา...

ตัวเลขทุกตัวมีความหมาย อย่างเลข 2 เพราะรุ่นนี้ หน้าพระ กับ หลังพระ เหมือนกัน วัดจึงใส่วงแหวนเข้าไปด้านนึงตรงพระอุระ เพื่อให้รู้ว่าเป็นด้านหน้า...

ส่วน 57 นับจากเม็ดพระศก ด้านหน้า แถวบนมี 5 แถวรองมี 7 ด้านหลังก็เหมือนกัน จึงเรียกว่า 57-57 แต่ถ้าอีกพิมพ์ ด้านนึงจะมีแถวบน 5 แถวรอง 7 แต่อีกด้านแถวบนมี 6 แถวรองมีแค่ 7 ก็จะเรียก 57-67 ซึ่งความนิยมรองจาก 57-57 นิดหน่อย...

รู้มาว่า ตอนวัดสร้าง พระกริ่งหลวงพ่อโสธร รุ่นแรก พ.ศ.2500 ได้นำ พระหลวงพ่อโสธร วงแหวน 2497 มาเป็นต้นแบบในการแกะพิมพ์...

อีกสำนักคือ เหรียญหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสาคร รุ่นแรก (ยันต์หยิก) พ.ศ.2484 ซึ่งเป็นเหรียญพระอมตะเถราจารย์อันดับหนึ่งของเมืองสมุทรสาคร ที่ติดทำเนียบเหรียญแถวหน้าของภาคกลาง  เพราะอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านคุ้มครองป้องกันภัยเป็นที่เลื่องลือฮือฮา...

กล่าวกันว่าท่านเป็นพระอารมณ์ร้อน มีวาจารุนแรง แต่ก็แสดงความศักดิ์สิทธิ์ในวิชาพุทธาคมให้ศิษย์ได้ประจักษ์ เล่ากันว่า ครั้งหนึ่งท่าน“ร้อนวิชา” จึงปั้นดินเป็น ควายธนู 2 ตัว ไปวางไว้กลางลานวัด แล้วร้องบอกให้พระเณรและศิษย์วัดขึ้นอยู่บนกุฏิเพื่อดูควายชนกัน แล้วท่านจึงอธิษฐานเสกคาถาเป่าไป ปรากฏว่าควายดินกลายเป็นควายจริง วิ่งชนกันฝุ่นตลบลานวัด เป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่พระเณรและศิษย์วัด...

แต่เมื่อท่านทํานํ้ามนต์สาดใส่ตัวควาย ก็กลายเป็นดินดังเดิม ท่านเดินไปเก็บมาไว้ในกุฏิ ไม่ยอมให้ใครและไม่ยอมพูดถึงอีกเลย...


สำหรับเหรียญรุ่นแรกนี้ มีสร้างไว้ด้วย เนื้อทองแดง กับ เนื้อเงิน แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยวัฒน์ บางแค ซึ่งไม่รู้มีวิชาดีอะไร ถึงหาเหรียญดีแน่ แท้ด้วย สวยเฉียบ แถมเนื้อพิเศษแบบนี้ได้บ่อยๆ...

อีกเหรียญวันนี้ คือ เหรียญปั๊มพิมพ์พระสมเด็จ เนื้อทองระฆัง หลังยันต์สิบ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค นครสวรรค์ ซึ่งเป็นพิมพ์นิยมแถวหน้าในตระกูล ที่นักนิยมพระเล่นหาเป็นพิมพ์มาตรฐานค่านิยมหลักหมื่นถึงแสน ยิ่งองค์งามๆผิวเดิมๆไม่โดนใช้ได้สัมผัส เนื้อเต็ม ไม่มีรอยแตก อย่างองค์นี้ของ เสี่ยวัชรินทร์ นุกูลศิริศักดิ์ เชื่อว่าจ่ายแพงกว่าที่คิด...

ต่อไปคือ รูปเหมือน (ปั๊ม) หลวงพ่อพระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี รุ่นบูชาพระคุณ ๘๔...

รุ่นนี้ ผู้จัดสร้างตั้งใจจําลองแบบพิมพ์ โดยใช้ รูปเหมือน พิมพ์นิยมหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่านมาเป็นต้นแบบ...

เป็นที่ทราบกันว่า หลวงพ่อจรัญ ไม่ค่อยอนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคล เพราะอยากเน้นจะให้พุทธศาสนิกชนยึดถือพระธรรมคําสอนมากกว่ายึดติดในวัตถุมงคล แต่ขัดศิษยานุศิษย์ที่มีมากขึ้นทุกวันไม่ได้ เพราะถือว่ามีอาจารย์ดีอาจารย์เก่ง ก็อยากให้สร้างไว้ให้ได้บูชากัน ระยะหลังหลวงพ่อจึงยอมให้สร้างบ้าง แต่ต้องพอเหมาะพองาม...

รุ่นบูชาพระคุณ ๘๔ นี้ ก็อนุมัติให้ พระครูสุตวัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดภาวนาภิรตาราม บางกอกน้อย กรุงเทพฯ จัดสร้างเหรียญและรูปเหมือนท่าน เพื่อออกให้ทําบุญบูชา หารายได้บูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ (ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์) ที่หลวงพ่อเห็นว่าเป็นศิลปะลํ้าค่า--พระมีน้อย จึงมีให้บูชาเฉพาะที่กุฏิเจ้าอาวาส โทร. 0-2881-3908, 0-2424-0402 และ 08-7049-1676...


ลากันวันนี้ก็เป็นเรื่องของ พระหลวงพ่อจรัญ รุ่นบูชาพระคุณ ๘๔ นี่แหละ เพราะ เสี่ยอั้ง เมืองชล ซึ่งไปเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญ ฝากกระจายข่าวเพื่อช่วยวัดบูรณะภาพผนังโบสถ์...

ข้าพเจ้าก็อยากช่วยให้รักษางานโบราณกันไว้ จึงบริการอย่างดี เขียนให้ไปอาทิตย์ที่แล้ว แต่ไม่รู้ระหว่าง เสี่ยอั้ง หรือข้าพเจ้าที่เมาน้ำท่วม จึงเขียนเบอร์โทร.ผิดเฉยเรยย์ (อันนี้
ผิดประจำ และต้องขอโทษเจ้าของเบอร์ทุกท่านที่ทำให้เดือดร้อน ต้องรับโทรศัพท์กันหูบวม)...

ครั้งนี้ก็อีกแล้ว ทำให้เจ้าของเบอร์ซึ่งมีอาชีพขายพลอย รับโทรศัพท์กระหน่ำ ตอนแรกๆก็แปลกใจว่าพระรุ่นไหนทำไมถึงดังเหลือเกิน แต่พอรับโทรศัพท์ติดๆกัน 2-3 วัน ก็ชักโมโห เลยโทร.ไปโวยวาย จนหลวงพ่อเจ้าอาวาสต้องมาคุยเอง เสี่ยขายพลอยก็เลยหายยัวะ...

และจากเรตติ้ง 3 วัน ที่มีคนโทร.ไปขอเช่าพระ 300 กว่าราย เสี่ยขายพลอยจึงถือโอกาสปรึกษาหลวงพ่อว่า ถ้าเปลี่ยนจากขายพลอย หันมาขายพระ จะรุ่งไหม เจ้าคะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement