advertisement

สนามพระ 13/03/54

โดย สีกาอ่าง 13 มี.ค. 2554 05:00

พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงเจดีย์ ของชัยญา ลิ้นปราชญา.

โอ้โฮวุ้ย วันก่อน เขียนถึง พระสมเด็จวัดระฆังฯ ว่าไม่มีหรอก ที่  หน้าพระพุทธ หลัง ร.๕ ทรงมีพระมัสสุ (มีหนวด) ปรากฏว่าตลาดพระประเภท ยองๆส่อง ริมฟุตปาทป่วนไปเรยย์ เพราะลูกค้า เลิกซื้อ หลังจากตาสว่าง.....

เหตุผลง่ายๆ ย้ำกันอีกรอบ คือตอน ร.๕ ขึ้นครองราชย์ ปี 2411 พระชนมพรรษา 15 พรรษา  เจ้าประคุณสมเด็จฯโต อายุ 80 ปีแล้ว อีก 4 ปีต่อมา ก็มรณภาพเมื่อ พ.ศ.2415 โดยตอนนั้น ร.๕ ก็เพิ่งมีพระชนมพรรษา 19 พรรษา.....

แต่ พระสมเด็จวัดระฆัง ดันมีพระบรมรูป ร.๕ ตอนพระชนมพรรษาราวๆ 40 พรรษา .....

แต่ถ้าจะตะแบงเถียงว่า สมเด็จโต หยั่ง รู้อนาคต ว่า หลังจากที่ตัวท่านมรณภาพไปแล้ว อีก 20 ปีให้หลัง ร.๕ จะต้องมีพระพักตร์อย่างไร เลยสร้างพระ ทิ้งไว้ ก็ขอเชิญเชื่อหัวทิ่มต่อไป.....

แต่อย่าลืมความ เป็นไปไม่ได้ อีกข้อ ว่า เทคนิคการสร้างพระยุค 140 ปีก่อน ยัง ไม่ทันสมัย ที่จะทำให้มี หน้าตาบุคคล ในพระเนื้อผงได้ ดังนั้น พระบรมรูป ร.๕ หลังพระสมเด็จ ที่ คมชัด หูตากะพริบ พระหนวดกระดิกได้ จึง ไม่ใช่ การสร้างใน ยุคสมเด็จโต แน่.....

ก็เลยมีท่านผู้ชมทางบ้าน ถามถึง พระสมเด็จวัดระฆัง รุ่นที่พบตอน รื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์วัดพระแก้ว ว่า มีหรือไม่มี เพราะ เกร่อ พอๆกับรุ่น หลัง ร.๕.....

สีกาอ่าง ไม่อยากทำตัวเป็น จอมค้าน แต่ก็ไม่อยากให้แฟนเพลงทางบ้าน เล่นพระผิดทาง จึงขอยืนยันว่า พระสมเด็จวัดระฆัง รุ่น พบตอนรื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์วัดพระแก้ว ก้อ ไม่มี.....

เพราะ วัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สร้างในสมัย ร.๑ ราวๆ พ.ศ.2325 ซึ่งตอนนั้น สมเด็จโต ยังเป็น เณรน้อย ตจว.อายุ 6-7 ขวบอยู่เรยย์ เพิ่งเข้าเมืองหลวงสมัย ปลาย ร.๑ และมามีชื่อเสียงโด่งดังในสมัย ร.๒-ร.๓.....

และกว่าจะเริ่มสร้าง พระสมเด็จวัดระฆัง ก็เป็น ยุคปลาย ของท่านแล้ว ในสมัย ร.๕.....

ดูแร้ว โนเวย์ ที่ พระสมเด็จวัดระฆัง ซึ่ง ถือกำเนิดในสมัย ร.๕ จึงจะ ย้อนเวลา ไปซุกอยู่ในหลังคาโบสถ์วัด พระแก้วในสมัย ร.๑ ได้ เพราะตอนบูรณะวัดพระแก้ว ครั้งแรกในสมัย ร.๓ ตอนนั้น สมเด็จโต ก็ยังไม่สร้างพระสมเด็จฯ จึงย่อมเอาไปใส่ขื่อวัดไว้ไม่ได้ พอบูรณะหนสองในสมัย ร.๕ (ปี 2425) สมเด็จโต ก็มรณภาพไปแล้ว 10 ปี.....

อีกทั้งเป็นวัดของพระมหากษัตริย์ ใครจะเที่ยวเอาโน่นเอานี่ไปซุกไว้ คงไม่ได้ และหากจะซ่อน พระสมเด็จวัดระฆัง กันจริงๆ ก็คงไม่มีใครอุตริปีนเอาไปไว้บนขื่อโบสถ์สูงลิบ เพราะในยุคโน้น นิยมบรรจุพระไว้ใน พระเจดีย์.....

อีกทั้ง สมัยที่ สมเด็จโต สร้าง พระสมเด็จวัดระฆัง ก็สร้างทีละเล็กละน้อยสร้างไปแจกไป ไม่เคยปรากฏว่า มีการ บรรจุ พระสมเด็จวัดระฆัง ไว้ในกรุไหนเจดีย์ไหน เพราะ ของไม่เหลือให้บรรจุ จึงจะไปเจอเป็นเข่งในขื่อวัดได้งัย ไม่เข้าท่า.....

และที่ชัดเจนแจ่มแจ้งคือ เซียนสายสมเด็จทุกคน พิสูจน์แล้ว พระที่อ้างว่าพบบนหลังคาโบสถ์วัดพระแก้วตอน สมเด็จพระเทพฯ ทรงคุมการบูรณะครั้งใหญ่ เมื่อปี 2520-2525 นั้น ผิดทั้งพิมพ์  เพี้ยนทั้งเนื้อ  และไม่มีอายุความเก่า จบข่าว.....

จบเรื่องพระสมเด็จรุ่นแปลกๆที่ เฟอะฟะหน้าแหก พอๆกับเรื่อง จักษุธาตุพระพุทธเจ้า ของ พระครูพันธกิจประจักษ์ วัดสัมพันธวงศ์ฯ ก็ไปดูรุ่นปกติต่อ คือ พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงเจดีย์ ซึ่งเป็นพระหน้าใหม่ ที่จัดเข้าทำเนียบ พระเครื่องเกรด A คุณภาพ ได้แบบสบายๆ เพราะรายละเอียดเพียบครบเครื่อง ผิวสวยสะอาด ฟอร์มทรงองค์พระการตัดขอบได้สัดส่วน พิมพ์ติดเต็ม ดูล่ำสันสม่ำเสมอ .....

หลังมีรอยปาด รอยปริ (ปูไต่) อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนผิวพระด้านหน้า มีร่องรอยโดนสัมผัสนิดหน่อย- เจ้าของคือ เสี่ยชัยญา ลิ้นปราชญา ซึ่งเก็บแต่พระ เครื่องแนวๆ.....

องค์ที่สองคือ พระกริ่งพุทธนิมิต สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ กทม. .....

อาจารย์หนู-นิรันดร์ แดงวิจิตร ศิษย์รับใช้ใกล้ชิดเจ้าประคุณสมเด็จท่านเล่าว่า ได้รับบัญชา ให้คณะศิษย์จัดงานฉลองพระชนม์ครบ 85 พรรษา โดยให้นิมนต์พระเถระมารับถวายสังฆทานเท่านั้น และงดพิธีเททองหล่อพระกริ่งที่ทำเป็นประเพณี เพราะทรงชราภาพมากแล้ว.....

แต่ 2 วันต่อมา สมเด็จฯได้เรียก พระครูหนูเข้าพบรับสั่งว่า ครูบาอาจารย์คงมีประสงค์ให้ทำพิธีเททองสร้างพระ ด้วยมี นิมิต เห็นโบสถ์ร้าง มีพระพุทธรูปทรงเครื่องงดงามมากมี 4 กร--จึงให้ช่วยกันค้นหาว่ามีพระพุทธรูปลักษณะนี้อยู่ที่ใด ในตำหนักท่านหรือไม่.....

พระครูหนู ค้นหาอยู่เป็นเวลานาน ก็พบว่ามี พระพิมพ์ ทรงเครื่องขนาดเล็ก มี 4 กร บรรจุอยู่ในบาตรเก่าบนตำหนัก จึงนำมาให้สมเด็จฯทอดพระเนตร และมีรับสั่งว่าเหมือนองค์ในฝัน จึงตามตัว ช่างหรัส พัฒนางกูร มากำหนดรูปแบบ พิมพ์พระ โดยให้ ขึ้นหุ่นพระกริ่ง สำหรับเททองในพิธี 7 องค์ เพื่อใช้ ติดองค์พระพุทธรูปทรงเครื่อง 4 กร ที่เททองสร้างในพิธีเดียวกัน.....

พระครูหนู เห็นเป็นโอกาสดีจึงทูลขอว่า ควรหล่อพระเผื่อไว้สำหรับศิษย์และแทนองค์ที่ชำรุดสัก 30 องค์ สมเด็จฯท่านทรงเห็นดีด้วย จึงอนุญาต และกำหนดวันประกอบพิธีเททองในวันที่ 3 พ.ย.2484 ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 .....

เมื่อได้องค์พระ สมเด็จฯท่านได้คัดพระเก็บไว้เป็นส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง โดย ได้ทำ โค้ดรูปฉัตร ตอกกำกับไว้ อีกส่วนหนึ่งให้ ท่านเจ้าคุณศรีฯ ซึ่งได้นำไป จารอักขระ พระคาถากำกับด้วยลายมือท่านไว้ทุกองค์ อย่างองค์นี้ ของ ร้านเต่า พระเครื่อง.....

นัมเบอร์สาม พระชัยวัฒน์ กะไหล่ทอง วัดสุทัศน์ จาก เสี่ยซุป เตาปูน แบบพิมพ์และฝีมือตกแต่งเป็นมาตรฐาน ตามที่สมเด็จฯพระสังฆราช (แพ) ประกอบพิธีเททองสร้างไว้เป็นส่วนพระองค์ จำนวน 28 องค์ เมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมมุนี ปี พ.ศ.2460 (ในพิธีมีศิษย์หลายสกุล ได้ร่วมเททองสร้างพระกริ่งอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งพิจารณาได้จากความแตกต่างของฝีมือช่างตกแต่ง).....

ต่อไป รูปเหมือนจำลอง (ปั๊ม) หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ นครสวรรค์ พระอมตเถราจารย์ที่มีชื่อเสียงพุทธาคมเข้มขลัง เป็นที่พึ่งของศิษย์ยามมีทุกข์ จนได้รับยกย่องเป็น เทพเจ้าของชาวนครสวรรค์.....

ท่านได้สร้างวัตถุมงคลรูปแบบต่างๆไว้มาก ที่ขึ้นชื่อลือชาก็เป็น มีดหมอเทพศาตรา กับ พระรูปเหมือน จำลองรุ่นแรก สำหรับองค์ นี้ของ เสี่ยบอล ทวีทรัพย์ เป็น พิมพ์ A ที่มีราคาค่านิยมสูงสุด สภาพสวยเด็ดแบบนี้ ประมาณได้ว่า ทะลุหลักล้าน.....

ต่อไปเป็น พระพิมพ์ซุ้มพระพุทธชินราช เนื้อผงยา (จุ่มรัก) หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม เป็น 1 ในพระพิมพ์มาตรฐานที่หาพบเห็นได้ยากยิ่ง ในพระเครื่องตระกูลนี้ ยิ่งเป็นพระสวยสภาพสมบูรณ์เดิมๆ มีรักแห้งคลุมอยู่เต็มองค์และยังมีรอยจารอักขระ เบิ้ล เป็น 2 ตัวอยู่คู่กันชัดเจนแบบองค์นี้ ของ เสี่ยหมู ท่าดินแดง ยิ่งหาเวรี่ยากเป็นสองเท่า ดังนั้นราคาเรียกหาจึงต้อง สองเท่า เช่นกัน.....

ตามด้วย เหรียญระฆัง พระอาจารย์ฝั้น ที่คณะศิษย์สร้างออกคราวงานบุญฉลองอายุครบ 6 รอบของหลวงพ่อเมื่อปี 2514 ปัจจุบันเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมเล่นหากันในราคาหลักหมื่น เจ้าของคือ เสี่ยชนินทร์   พิทยาวิวิธเจ้าของน้ำพริกเผา.....

อีกเหรียญคือ เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี ที่ พระอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาส สร้างออกคราวงานฉลองสมณศักดิ์ที่ พระครูวิสัยโสภณ เมื่อปี 2507--เหรียญนี้ของ เสี่ยทราย เมืองตรัง เป็น เนื้อทองแดงรมดำ สภาพเต็มร้อย.....

เชื่อกันว่าเป็นเหรียญที่มีพุทธานุภาพส่งเสริมให้ผู้ใช้มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ จึงมีผู้แสวงหากันตลอดเวลา จัดเป็นเหรียญ ซื้อง่ายขายคล่อง.....

เข้าสนาม พระใหม่ รุ่นแรกมาจาก วัดบวรนิเวศฯ ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อดังทาง พระกริ่ง คู่มากับ วัดสุทัศน์ และ พระกริ่ง อันดับ 1 วงการ คือ พระกริ่งปวเรศ ก็ถือกำเนิดที่วัดนี้.....

ต่อมา ในยุคหลัง วัดบวรฯก็มีการจัดสร้าง พระกริ่ง ด้วยเนื้อสูตรโลหะวัดบวรฯขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ แต่ละรุ่น มีที่มาอันงดงามเหมาะสมเพราะเป็นวัดสำคัญของพระมหากษัตริย์.....

ล่าสุดก็คือ พระกริ่งญาณสังวร (สิงห์หนึ่ง ล้านทอง) ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสทรงครบการสถาปนา 19 ปี.....

โดยทรงกำหนดรูปแบบพิมพ์พระและทรงเททองไปเมื่อ 9 มี.ค. 2551 และนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกด้วยพระองค์เองเมื่อ 9 เม.ย. 2551 โดยประทานนามว่า พระกริ่งญาณสังวร มี 2 เนื้อคือ ทองคำ สร้างตามสั่งจอง และ เนื้อนวโลหะ สูตรเฉพาะของวัดบวรฯ ทุกองค์ตอกโค้ดและหมายเลข และยังมี พระผง อีกจำนวนหนึ่ง.....

สูตรโลหะ พระกริ่งญาณสังวร นั้น เป็นสูตรเดียวกับ พระกริ่งปวเรศ และยังผสมชนวนพระกริ่งปวเรศและพระกริ่งรุ่นต่างๆของวัดบวรฯไว้แทบทุกรุ่น จึงเป็นพระกริ่งวัดบวรฯ ที่มีคนถามหามาก .....

หลังจากเปิดให้บูชาไปเมื่อปี 51 เมื่อได้ปัจจัยไปทำประโยชน์ครบแล้ว ก็ได้ปิดการให้บูชา แต่ยังมีพระอีกจำนวนหนึ่งเก็บไว้เพราะเป็นรุ่นที่มีคุณค่า มาก จึงเป็นโอกาสดีที่ตอนนี้คณะเหลืองรังษีได้นำ พระกริ่งญาณสังวร ออกมาให้เช่าบูชาอีกครั้ง ใครเป็นนักเล่นพระกริ่งไม่ควรพลาด   สอบถามได้ที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ 0-2281 2831-2 และ 08-1552-9967.....

อีกสำนักมาจาก วัดห้วยเขน พิจิตร ซึ่งเป็นวัดหนึ่งที่ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลานเคยไปจำวัด ช่วยสร้างโบสถ์อยู่นานหลายปี .....

เพื่อรำลึกถึงพระคุณและเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนไทยรู้รักสามัคคี ทางวัดจึงจัดสร้าง รูปหล่อหลวงพ่อเงิน รุ่น สามัคคี 54 ขึ้น ด้วย เนื้อสัตโลหะ ซึ่งประกอบด้วยเนื้อโลหะ 7 ชนิด เมื่อหล่อหลอมรวมกันถือเป็น โลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์มีดีในตัว โบราณาจารย์จึงนิยมนำไปจัดสร้าง วัตถุมงคล เพื่อใช้กันเสนียดจัญไรคุณไสยและให้โชคลาภเมตตาค้าขาย บ้างเรียกว่า เนื้อสำริดเหลืองเรืองทรัพย์.....

การจัดสร้างของวัดห้วยเขน ครั้งนี้ ยังได้รับ ดิน 6 วัด ผงธูปบูชาหลวงพ่อเงิน 6 วัด ซึ่งเป็นวัดที่มีความเกี่ยวข้องกับ  หลวงพ่อเงิน  มาตั้งแต่อดีต รวมทั้งนำ กระเบื้องหลังโบสถ์วัดห้วยเขนหลังเก่า ที่ หลวงพ่อเงิน สร้างไว้ มาใช้เป็นมวลสาร อุดไว้ใต้ฐานรูปหล่อรุ่นนี้ เป็น ครั้งแรก รุ่นแรก เพื่อรำลึกถึงความตั้งใจและความเหนื่อยยากของ หลวงพ่อเงิน ที่สร้างโบสถ์จนเสร็จด้วยแรงกายแรงใจ ส่วนครั้งนี้จะนำรายได้ไปสร้าง โบสถ์หลังใหม่.....

รุ่น สามัคคี 54 ได้รับความสนใจมาก เพราะเป็น รุ่นแรก ของ วัดห้วยเขน นับแต่ หลวงพ่อเงิน สิ้นไป และมีมวลสารดีเยี่ยม บูชาได้ที่วัดห้วยเขน พิจิตร 08-7874-6446, 08-6454-1694 หรือกรุงเทพฯ ที่ศิริสโตร์ 08-1920-0022.....

สุดท้ายมาจาก  เสี่ยดำฤทธิ์  วิริยะกุล  ข่าว  ตจว.ของไทยรัฐ  เห็นพี่ชาย ไปบวชพระไม่สึกแน่ จึงไปช่วย และฝากข่าวมาว่าตอนนี้ พระดำริห์ วิริยะกุล ได้ช่วยเจ้าอาวาสสร้าง เหรียญหลวงพ่อปาน รุ่น ฉลองมณฑป 2552 ของ วัดโคกสมานคุณ หาดใหญ่ ขึ้น.....

โดยซุ่มทำกันมาเงียบๆไม่รีบไม่ร้อนมา 2 ปีแล้ว เพราะอยากให้เป็น เหรียญหลวงพ่อปาน ที่สวยที่สุด ซึ่งออกมาแล้วก็สวยจริง  หน้าหลวงพ่อปานงี้คมเนี้ยบ กริบ.....

เนื้อทองคำ จึงหมดเกลี้ยงก่อนใคร เนื้อเงิน เนื้อนวะ ก็ไม่เหลือ ใครอยากได้ เหรียญหลวงพ่อปาน สวยจริง ให้รีบไปบูชา เนื้ออัลปาก้า ก่อนจะหมด รายได้เพื่อสร้างศาลาการเปรียญ.....

และวันที่ 14 มี.ค. วัดโคก- สมานคุณฯจะจัดทอดผ้าป่ามหากุศล โดยมี พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ ท่านสมพร ใช้บางยาง อดีตรองปลัดมหาดไทยเป็นประธานฆราวาส ซึ่งจะมี เหรียญหลวงพ่อปาน ออกให้บูชาด้วย.....

ลากันมิใช่ลาก่อน ด้วยเรื่องของ เสี่ยทิม ทุ่งสง รู้สึกจะทำงานการทาง สร้างถนนหรือไงเนี่ย ความที่ชอบเล่นพระ เลยทำเป็นอาชีพเสริม หาพระไปส่งสนาม ทำมาสิบกว่าปี รายได้ดีทีเดียว.....

วันก่อน เจอพรรคพวกก็ตั้งวงคุย พอเห็นเขาคุยกันถึง พระนางพญา ว่าหายากมาก เสี่ยทิม ก็เล่าว่า เจออยู่องค์ เป็น นางเข่าโค้ง สวยแซบ แต่เจ้าของเป็น  แม่ชี ซึ่งเข้าถึงตัวยาก เพราะเป็นผู้หญิง จะไปเฝ้าบ่อยๆก็ไม่เหมาะ.....

เสี่ยทิม บอกว่า เคยอ่าน สีกาอ่าง ว่า อดีตรองนายกฯ มนตรี พงษ์พานิช ได้ พระขุนแผนเคลือบ วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา มาจาก แม่ชีชรา เพราะเอาใจไปร้องเพลงให้ฟัง จนแม่ชีเอ็นดู ยอมให้เช่าพระ.....

เสี่ยทิม ก็เลยเอามั่ง ไปหา แม่ชี ร้องเพลงให้ฟัง ร้องอยู่ 1 ปี ก็สำเร็จ--แถมสำเร็จท่วมท้นเกินความคาดหมาย.....

เพราะจากที่หวังจะได้ พระนางพญา เข่าโค้ง องค์สวย ดันได้ตัว แม่ชี ที่สึกมาแต่งงานด้วย เพราะหลงเสียงหล่อของ เสี่ยทิม เข้าแร้ว.....

เพื่อนถามว่าแล้ว พระนางพญา อยู่ไหน เสี่ยทิม ทำหน้าเซ็งสุดขีด บอกว่า ก็ยังอยู่ที่เมีย แม่ชีเก่านั่นแหละ เพราะยังไม่ยอมให้ แถมยังให้เลี้ยงลูก 3 คนเป็นพรวนอยู่เนี่ย--สรุปว่า เสี่ยทิม ไม่ต้อง อกหักเพราะรักชี แต่ ไม่สมหวัง เพราะรักพระ (เครื่อง) เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้