สนามพระ 14/06/52 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

สนามพระ 14/06/52

โดย สีกาอ่าง 14 มิ.ย. 2552 05:00
10,262 ครั้ง


ไม่รู้จริงๆว่า "ว็อท แฮ้ปเพ่น" เกิดอะไรขึ้น เพราะ สนามพระ มีเรื่องซู่ซ่าให้ตื่นเต้นอีกแล้วพี่น้องเอ๋ย

ยังนินทากาเลไม่เลิก เรื่อง เสี่ยไจ๋ขายพระ ว่าจริงมั่งไม่จริงมั่ง แต่ก็ไม่เห็นมีใครออกมา ขอแก้ข่าว ซึ่งถ้าชี้แจงมาก็ลงให้ เพราะข่าวที่เล่ากันมาย่อม มีคลาด เคลื่อนบ้าง ถ้าเห็นว่า ลงผิด ก็ลง ให้ถูก ได้--โน พร็อบเบล็ม



แต่สรุปว่า ไม่เห็นมีใครเถียงว่า ไม่ได้ ซื้อขายกันจริง มีแต่ เสี่ยมิ้ง จักรวรรดิ ที่ถูก สีกาอ่าง วางยาไปว่า ได้ ค่าเดิน 2 ล้าน เต้นก๋าอยู่คนเดียว เพราะถูกผู้มีอุปการคุณตามทวงตังค์ นึกว่ารวยมา 2 ล้าน แต่ เสี่ยมิ้ง บอกว่า 2 แสน ก็เอาแล้วโว้ย

วันนี้ สีกาอ่าง มีเรื่องมา ป่วน ท่านผู้ชมอีกแร้ว เผลอๆจะเป็น ฮ็อต อิชชู่ (วันนี้ ข้าพเจ้าสปี๊ค อิงลิช ซะคล่องปรื๋อ) กว่า เพราะเพิ่งมีการซื้อขายพระ แค่ 2  องค์  ฟาดไป  34  ล้าน!!

ไม่เชื่อก็อย่า เชื่อ เพราะ เจ้าตัว คนซื้อ เค้ายืนยันมั่นเหมาะ ว่าจ่ายไปเจงๆ สีกาอ่าง จะนิ่งอยู่ได้ไง เพราะมีหน้าที่เจ๋อเสนอข่าวอยู่แล้ว ต้องเล่าสู่กันฟังให้จังงังทั้งเมืองว่า วงการพระยังเซ็งลี้ฮ้อ ซื้อได้ขายได้

การซื้อขาย บิ๊ก ดีล นัดนี้ องค์แรกคือ พระกริ่งปวเรศ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรฯ



พระกริ่งปวเรศ ถือเป็น จักรพรรดิพระกริ่งไทย ที่ใครๆใฝ่ฝัน ส่วนใหญ่ รวมทั้ง สีกาอ่าง ได้ แต่ฝันไปเถอะ เพราะพระหาเวรี่ยาก

การที่ สมเด็จฯกรมพระยาปวเรศฯ สร้าง พระกริ่ง ก็เพราะเชื่อในพุทธคุณด้านเป็น ยารักษาโรค ของ พระกริ่ง ซึ่งย่อส่วนมาจาก พระไภสัชคุรุ พระพุทธเจ้าทางยา ของศาสนาพุทธแบบทิเบต--ชื่อเกี่ยวกับหยูกยา เช่น องค์การเภสัช ก็มาจาก พระไภสัชคุรุ เหมือนกัน

คนทิเบตโบราณ เวลาจะไปรอนแรมค้า ขายต่างเมือง ก็จะไปสวดมนต์ที่วัด ขอพรจาก พระไภสัชฯ ให้ ปลอดโรคปลอดภัย โดยเคาะระฆังหรือกระดิ่งเพื่อให้สวรรค์รับรู้ ต่อมาได้มี การย่อส่วน พระไภสัชคุรุ ลง เพื่อพกติดตัวและบรรจุ เม็ดกริ่ง ไว้ ให้ เหมือนเสียงสั่นกระดิ่งบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์



ความวิเศษทางยา ของ พระกริ่ง นั้น ตอน สมเด็จฯกรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จเยี่ยม สมเด็จพระวันรัต (แดง) ซึ่งอาพาธเป็นอหิวาต์ รับสั่งว่าเคยเห็นสมเด็จพระอุปัชฌาย์ คือ สมเด็จฯกรมพระยาปวเรศฯ อาราธนา พระกริ่ง แช่น้ำ อธิษฐานขอน้ำพระพุทธมนต์ แล้วให้คนป่วยอหิวาต์กิน และคนป่วยก็หายเป็นปกติ

จาก นั้นได้ให้นำ พระกริ่ง ที่มีในกุฏิฯมาแช่น้ำแล้ว ถวายให้ฉัน ซึ่ง สมเด็จพระวันรัต ก็หายอาพาธเป็นอัศจรรย์ ทำให้ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ (ตอนนั้นยังเป็น พระศรีมหาโพธิ) สนใจความ ศักดิ์สิทธิ์ของ พระกริ่ง นับจากนั้นมา



สมเด็จฯกรมพระยาปวเรศฯ จึงถือ เป็นผู้ริเริ่มนำ พระกริ่ง เข้ามาสู่ วงการพระเครื่องไทย โดยสร้าง พระกริ่งปวเรศ ขึ้น ในสมัย ร.4 ซึ่งเป็นยุคที่เจ้านายเชื้อพระวงศ์ ตามเสด็จ ร.4 ออกผนวชมากมาย โดย สมเด็จฯกรมพระยา ปวเรศฯ ก็ผนวชเมื่อ พ.ศ. 2372 และตาม ร.4 ไปจำวัดที่วัดบวรฯ และสร้าง พระกริ่งปวเรศ ถวายให้ ร.4 พระราชทานแก่เชื้อพระวงศ์ หลังจาก สมเด็จฯกรม พระยาปวเรศฯ สิ้นพระชนม์เมื่อปี 2435 พระกริ่ง ที่ทรงสร้างไว้ ก็กลายเป็น สุดยอดพระกริ่งไทย

พระกริ่งปวเรศ มีประวัติเลือนราง ทราบจากรับสั่งของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในตำนานวัดบวรฯว่า ทรงสร้างไม่เกิน 30 องค์ โดยเททองหลายครั้ง.



ในตำนานวัดบวรฯกล่าวถึงแค่นี้ แต่ได้มีผู้ค้นประวัติเพิ่มเติม บอกว่าพระกริ่งรุ่นแรก ที่ทรงเทในวาระต่างๆระหว่าง พ.ศ.2395-2411 เป็นเนื้อทองเหลืองเปียกทอง หน้าออกจีน ตามแบบ พระกริ่งจีนใหญ่

และมีการเท พระกริ่งปวเรศ สมัย ร.5 อีก 4 ครั้ง เจ้าภาพ คือ จมื่นศราภัยสฤษดิการ (เจิม) บุตร เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี รวมแล้วได้พระกริ่งปวเรศ 310 องค์ มีทั้งเนื้อทองประแจจีน และเนื้อกลับดำ อย่างไรก็ดี พระกริ่งปวเรศรุ่นท่านจมื่นฯ ก็ไม่เป็นที่กล่าวถึง นัก



ไม่เหมือน รุ่นแรก ที่ราคาเล่นหาขึ้นหลัก สิบล้าน มาหลายปีแล้ว อย่างองค์ เสี่ยสมชาติ ศรีรัตนารุ่งเรือง ซื้อกันราวๆ 12 ล้าน ตั้งนานแล้ว--ราคา 22 ล้าน ของ พระกริ่ง ปวเรศ องค์นี้ ที่ เสี่ยเช็ง สุพรรณ ยืนยันว่า ซื้อจริง จึงไม่น่าแปลกอะไร เพราะบาง องค์ที่ประวัติที่มาชัดเจน มีคนสู้ถึง 15 ล้าน ก็ยังหาไม่ได้...n พระ องค์ที่สองสิ น่าตกกะใจกว่า เพราะเป็น เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ อยุธยา

ปกติ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ ซื้อหากันซัก สองสามล้าน ชาวบ้านก็เซ่อแล้ว แต่ครั้งนี้ เสี่ยเช็ง สุพรรณ ไม่รู้โด๊ปอะไรมา จึงระห่ำกระหน่ำเช่า เหรียญหลวงพ่อ กลั่น มาตั้ง 12 ล้าน แม่เจ้าโวย!! โดยท้าว่า ถ้าอนาคตขายต่ำกว่าราคานี้ ให้ฟันคอได้--ฟันคอ เมียหรือฟันคอแมว?



ประวัติ เหรียญหลวงพ่อกลั่น อันนี้ ชัดเจน สวยจริง เพราะเคยอยู่กับ ท่านเสถียร เสถียรสุต มาก่อน เล่ากันว่า สมัยที่กำลังเล่นหนักๆและสู้ตาย "พี่เถียร" มี เหรียญหลัก ระดับแชมป์ ออฟ เดอะ แชมป์ ถึง 5 เหรียญ โดย เหรียญหลวงพ่อกลั่น อันนี้ สวยสุด

เมื่อปี 2545 เหรียญนี้ ก็ถูก นิมนต์ออกมาจาก รังพี่เถียร ไปซื้อขายต่อรองกันที่ ศูนย์พระมณเฑียร ของ เสี่ยหมู-บุญเนตร แล้วซื้อไป 1 ล้าน 5 หมื่นบาท เป็นที่แตกตื่นมากส์

พูดแล้ว นึกถึง เหรียญหลวงพ่อกลั่น อันสวยอีกเหรียญ ตอนนี้อยู่กับ ท่านติ่ง-สุทธิพันธ์ นิมมานเหมินทร์ หลายคนที่เคยเห็น บอกว่าสวยสูสีกับเหรียญนี้ แต่เจ้าของหวงมาก เลยไม่สามารถเอามาวางเทียบกันให้รู้น้องรู้เพ่--แต่ คุณติ่ง ก็คงยิ้มแป้น เพราะในเมื่ออันนี้ 12 ล้าน ก็ย่อมประมาณการได้ว่า เหรียญตูก็ย่อมไม่ห่าง 10 (ล้าน)



รายการที่สามก็สวยแจ่ม คือ เหรียญยอดนิยมนัมเบอร์ 2 เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ยันต์ 5 พ.ศ.2469 ซึ่งค่านิยมเป็นรอง ยันต์ 4 แต่หายากพอกัน

ในอดีต นักเล่นคาใจกลัวว่าสร้างหลังยุคหลวงปู่ แต่สืบประวัติละเอียดแล้ว มีหลักฐาน เถียงไม่ออกว่า หลวงปู่อนุญาตให้สร้างและเสกเรียบร้อยก่อนมรณภาพ ทำให้ค่านิยมพุ่งลิ่วๆ อันนี้ของ เสี่ยตุ๋ย นครปฐม เล่นกัน แสนปลายๆ

ถัดไปเป็น เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท รุ่นแรก 2460 แบบปั๊ม หูเชื่อม มี เนื้อทอง แดง และ ทองแดงกะไหล่ทอง เนื้ออื่น ไม่เคยเจอ ถ้าเจอให้สงสัยไว้ก่อนจะปลอดภัย

ส่วนบล็อก ด้านหน้ามีแบบเดียว แต่ด้านหลัง มี 2 แบบ มีอุ กับ ไม่มีอุ อันนี้ของ เสี่ย ทวีศักดิ์ จันทโลหะวัฒน์ เป็น พิมพ์มีอุ ด้านหลังมีอักขระตัวอุณาโลมคั่นระหว่างยันต์แถวโค้งรอบเหรียญ ถึงจะไม่สวยเด็ดแชมป์ แต่สวยเด้งไม่แพ้ใคร เพราะแท้ดูง่ายและมีจุดตำหนิให้ศึกษาตามตำราครบเครื่อง--ครึ่งล้าน ถือว่า มาตรฐาน



รายการต่อไป เป็น รูปหล่อโบราณ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร พิมพ์ขี้ตา สี่ชาย (ชายจีวร) ของ ส.ส.อุดมเดช รัตนเสถียร ขวัญใจคนเมืองนนท์ สภาพพระกำลังงาม เนื้อโลหะเข้มจัดแบบนี้ เซียนบอกว่า เมื่อไหร่ๆก็ตั้งราคาแบบ "ตามใจฉัน ขัดใจเธอ" ได้

ต่อไปเป็น รูปเหมือนบูชา หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี 2505 หน้าตักประมาณ 4 นิ้ว ซึ่งสร้างพร้อม เหรียญรุ่นเตารีด เนื้อเป็นทองผสม เป็นรุ่นที่เล่นกันเกินแสน เพราะเห็นกับตาว่า เสี่ยสุมนต์ ประภาพยืนยง เจ้าของโรงงานพลาสติกเม้งเช้ง ซื้อตัดหน้าอีกคนไป แสนสาม

ตามด้วย พระพิมพ์นาคปรก หรือที่เรียกว่า ปรกใบมะขาม เห็นพิมพ์ทรง แถมด้านหน้ามีลายอักขระจารมือ บอกได้เลยว่า ปรกวัดท้ายตลาด ของ ท่านเจ้าคุณสนิทสมณคุณ (หลวงพ่อเงิน) วัดโมลีโลกยาราม เป็น ปรกใบมะขามอันดับ 1 วงการ

เนื้อพระมี ทั้ง ทองคำ เงิน ทองแดง องค์นี้ของ เสี่ยประเวศน์ เจียมอ่อน เสี่ยรับเหมา เป็น เนื้อทองแดง  สภาพสวย  ฟอร์มดี  ลายมือ จารใช่ สามารถจ่ายสบายใจได้ ระหว่าง 2-3 แสนบาท ก็ O นะตัวเอง

ปิดท้ายด้วย เครื่องรางฯ ยอดฮิต หนุมาน ชนะ ภัย วัดเตาเหล็ก ซึ่งตอนนี้ที่วัดไม่มี ที่ ไหนๆก็ม่ายมี เพราะ ส่งไปรวมที่ ไปรษณีย์ ที่เดียว เป็นวัตถุ มงคลที่ไปรษณีย์รับจองอย่างสบายใจ เพราะหลวงพ่อประกาศชัดว่า ไม่สร้างอีก

เพราะ ผงพุทธคุณ 5 ประการ และ ผงภูติพระเสาร์ ได้จากเถ้ากระดูกอาจารย์ของท่าน ซึ่ง ตายเสาร์ เผาอังคาร โบราณถือว่า "แรง ขลัง" มาก ที่เอามาบรรจุใต้ฐาน หนุมาน หมดแล้ว กว่าจะทำใหม่ได้ก็ไม่รู้กี่ปี

เฮ้อ เดินมาจนตาปลาระบม องค์โน้นก็สิบล้านยี่สิบล้าน ถูกหน่อยก็ยังเป็นแสนๆ สีกาอ่าง ชวนขำกับเรื่องใน สนามพระ ซึ่งดั๊นไปเกิดใน สนามกอล์ฟ

สนามกอล์ฟโบนันซ่า เขาใหญ่ ของ เสี่ยสงกรานต์ เตชะณรงค์ ปกติก็แน่นอยู่แล้ว แต่ รักษากฎกติกามารยาทกันดี การสวิงชิ่งวงจึงไปลื่นๆไหลๆ ไม่ติดแหง็ก

แต่เสาร์ที่ผ่านมา  เกิด  จราจรติดขัด ตั้งแต่ หลุม 1 ถึงหลุม 18 นักกอล์ฟตะโกนกันลั่นว่าเกิดอะไรขึ้น มีใครถูกเมียหวดหัวไม้หนึ่ง ใส่เพราะจับได้ว่าจูงแคดดี้ไปตีหลุม 19 หรือเปล่าวะ

เรื่องไปเฉลยหน้าบ้าน พล.อ.ชาตรี ทัตติ ที่อยู่ติดสนาม ซึ่งมี อาเสี่ยนักกอล์ฟ ยืนพนมมือแต้เพราะกำลังอินสุดๆกับเสียง เทปสวดมนต์ ที่กระจายเสียงมาจากในบ้าน แถมเป็น ชินบัญชร ด้วย สั้นอยู่ซะเมื่อไหร่ ก๊วนหลังเลยติดระงม ตีไม่ได้ทั้งสนาม

เสี่ยสงกรานต์ ต้องรีบไป ขอร้องเจ้าของบ้าน ว่าไม่ต้องเปิดเทปเผื่อนักกอล์ฟในสนามก็ได้ เพราะแค่เจอ นักกอล์ฟแนวธรรมะ รายเดียว เจ้าของสนามก็ถูกด่าจนเหี่ยว ไปแล้ว เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement