advertisement

รำลึกวันวาน..เที่ยว 2 ย่านตลาดเก่าเมืองสุพรรณฯ

โดย 4 ก.ย. 2553 05:01

ลำน้ำสุพรรณ สายน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงชุมชนคนสุพรรณมาอย่างยาวนาน.

วันว่างๆ หากนึกอยากเดินตลาดเก่าแก่ ไม่ไกลเมืองกรุง ส่วนใหญ่มักนึกถึง ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี
จ.สุพรรณบุรี ที่ถือว่าติดลมบนคนนิยมไปซื้อหาของกินอร่อยๆกันแทบทุกสัปดาห์

แต่แท้จริงแล้วเมืองสุพรรณยังมีตลาดเก่าอีก 2 แห่ง ที่น่าเดินไม่แพ้กัน

หากมองตามภูมิศาสตร์ สุพรรณบุรีมีสายน้ำหลักคือ แม่น้ำสุพรรณซึ่งเป็นสายเดียวกับแม่น้ำท่าจีน คอยหล่อเลี้ยงและให้ความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน จึงมีการตั้งชุมชนเรียงรายตามชายน้ำสุพรรณ   มีการทำมาค้าขายในชุมชนอย่างคับคั่ง และ ตลาดสามชุก   ก็ถือเป็นหนึ่งในสามตลาดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดังกล่าว   และยังคงรักษาสภาพอาคาร บ้านเรือน รวมถึงวิถีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมไว้ได้ค่อนข้างมาก

แต่หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นตลิ่งชัน-สุพรรณฯ ไปตามถนนหลวงหมายเลข 340 หรือเลียบล่องขึ้นไปตามแม่น้ำสุพรรณ จะพบตลาดเก่าแก่อีก 2 แห่ง ที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ และน่าเที่ยวไม่แพ้กัน

แห่งแรกคือ ตลาดเก้าห้อง จุดเด่นของตลาดเก่าริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณแห่งนี้ ก็คือการคงเป็นตลาดห้องแถวไม้รูปแบบสถาปัตยกรรมจีน ที่ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายของชาวบ้านในทุ่งฟากตะวันตกของ อ.บางปลาม้า

อาคารเรือนไม้เก่าที่ยังคงสภาพดีในตลาดศรีประจันต์.

ตลาดเก้าห้องแบ่งเป็น 3 ตลาด คือ ตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง มีอายุกว่า 70 ปี ปัจจุบันชาว
ตลาดบ้านเก้าห้องพยายามรักษาเอกลักษณ์ในการดำรงชีวิตเหมือนครั้งอดีต ซึ่งหลายบ้านก็ยอมรับถึงความเปลี่ยนแปลงของกระแสเมืองที่ไหล่บ่าเข้ามานำพาลูกหลานออกไปทำงานนอกบ้านกันซะเยอะ แต่กระนั้นก็ยังคงเหลือคนเก่าคนแก่เปิดร้านทำมาค้าขายเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนอยู่อีกมาก   โดยที่นี่ถือเป็นแหล่งรวมของอร่อยอีกแห่งของเมืองสุพรรณ ทั้งอาหารคาวหวาน ราดหน้าร้านเจ๊จุก ผัดซีอิ๊ว ผัดไทย หอยทอด ขนมถ้วยฟู แต่ที่ขึ้นชื่อถือเป็นจุดเด่นสุดๆก็คือ ขนมเปี๊ยะ แสนอร่อย ซึ่งมีอยู่หลายเจ้าให้เลือกซื้อตามอัธยาศัย

มาแล้วอย่าลืมแวะซื้อขนมเปี๊ยะหอมอร่อยติดมือกลับไปด้วย.

อีกสิ่งหนึ่งที่บ้านเก้าห้องมีไม่เหมือนใคร มาแล้วต้องเข้าไปชมใกล้ๆ  ก็คือ  หอดูโจร  ตั้งอยู่ในตลาด หอสูงประมาณตึก 4 ชั้นนี้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2477 โดยนายบุญรอด เหลียงพานิช เป็นหอก่ออิฐถือปูนรูปแบบชัดเจนตามสถาปัตยกรรมจีน ชั้นบนเป็นดาดฟ้า ในกาลก่อนยุคเสือ (โจร) ชุกชุม ก็ต้องให้คนขึ้นมาเฝ้าระวังโจรที่จะเข้ามาบุกปล้น โดยตัวหอมีบันไดเหล็กให้ไต่ขึ้นไป สามารถมองเห็นลำน้ำสุพรรณ และ ตัวตลาดเก้าห้องทั้งหมดได้ถนัด ตามผนังแต่ละชั้นเจาะรูไว้สำหรับเสียบปากกระบอกปืนส่องยิงได้ทั้ง 4 ด้าน

ข้าวของส่วนหนึ่งที่จัดแสดงอยู่ภายใน ชาติภูมิสถานของท่าน ป.อ.ปยุตโต.

จากตลาดเก้าห้อง ไปต่ออีกนิดก็จะเจอ ตลาดศรีประจันต์ (บ้านเจ้าคุณฯ) ที่ยังได้รับความสนใจจากคนชิมนักช็อปไม่มากนัก   อาจเป็นเพราะสภาพตลาดที่ดูใหม่ และการตั้งอาคารบ้านเรือนไม่ค่อยอุ่นหนาฝาคั่งเมื่อเทียบกับตลาดเก้าห้อง นักท่องเที่ยวจึงอาจมองข้ามและผ่านเลยไปยังตลาดสามชุกหมด ทั้งที่ ตลาดแห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังและละครมาแล้วหลายเรื่อง เป็นแหล่งรวมแห้วรสชาติดี เพราะเป็นพื้นที่ปลูกแห้วได้มากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ถึงขั้นจัดการประกวดนางงามแห้วศรีประจันต์ เป็นงานประจำปีกันเลยทีเดียว

อาคารเรือนไม้แบบสถาปัตยกรรมจีนที่บ่งบอกความเป็นมาของชุมชมในตลาดเก้าห้องได้เป็นอย่างดี.

เมื่อมาถึงตลาดศรีประจันต์   (บ้านเจ้าคุณฯ) แล้วต้องไม่พลาดเข้ามาเยือนบ้านเกิด   หรือที่เรียกว่า ชาติภูมิสถานท่าน   ป.อ.ปยุตโต   พระอริยสงฆ์ไทยผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นกวีทางพุทธศาสนา   และเป็นเพชรน้ำเอกของโลก   โดยอาคารบ้านเกิดดังกล่าวเป็นเรือนไม้ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคเงินบูรณะอาคาร และจัดทำเป็นศูนย์ข้อมูลชีวประวัติ

ภายในบ้านชั้นล่าง จำลองบรรยากาศร้าน ใบรัตนาคาร ในอดีต จำหน่ายผ้าไหมไทย และกางเกงแพรจีน รวมถึงแสดงอัตชีวประวัติในวัยเด็ก และเหตุการณ์สำคัญบางช่วงในชีวิตของท่าน ฯลฯ ซึ่งผู้มาเยือนก็จะได้รับรู้ถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อครั้งอดีตด้วย

ทางเข้าตลาดเก้าห้อง ที่มีป้ายยืนยันความเก่าแก่ของชุมชนคนริมน้ำสุพรรณชัดเจน.

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือสภาพความเป็นอยู่ของชาวตลาดศรีประจันต์ตอนนี้ ไม่ต่างจากหลายชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำสุพรรณ ที่คนรุ่นใหม่ นิยมออกไปทำงานในเมือง คงเหลือแต่คนเก่าคนแก่ เฝ้าถิ่นฐาน ทำให้การต่อวิถีดั้งเดิมจึงดูเหมือนขาดตอนไปบ้าง แต่บรรยากาศเก่าๆ และของกินอร่อยๆ ก็ยังพอมีให้ลิ้มลองอยู่

หอดูโจร อายุกว่า 75 ปี ที่ยังยืนตระหง่านอยู่ในตลาดเก้าห้องมาจนถึงทุกวันนี้.

จนมีคำเชิญชวนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่า   หากจะมาเที่ยวตลาดเก่าเมืองสุพรรณ   ก็มาได้ทั้งวัน  โดย  มาชมตลาดเช้าที่ตลาดเก้าห้อง กินอาหารกลางวันที่ตลาดศรีประจันต์   แล้วค่อยไปเดินเล่น   นั่งจิบกาแฟที่ตลาดสามชุก   ซึ่งแล้วแต่ใครจะถนัดเวลาไหน   เพราะอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ...นั่งรถไปแป๊บเดียวเอง.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement