advertisement

ยาฆ่าแมลงในถั่วฝักยาว

โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย 25 ก.พ. 2554 05:00

ตามหลักโภชนาการที่ดี ใน 1 วัน เราควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือ ถ้าไม่ครบจริงๆ ก็ควรทานให้ได้ 3 ใน 5 ถือว่ายังได้อยู่

ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน  ประชาชนตาดำๆอย่างเราเห็นจะเลือกไม่ได้ เพราะตอนนี้ที่ขาดกันอยู่เห็นจะเป็นหมู่ที่  5  คือ ไขมัน

ตอนนี้คนไทยกำลังขาดไขมันกันอย่างหนัก โดยเฉพาะไขมันจากพืชจำพวกน้ำมันพืชชนิดต่างๆ  หากมองในแง่ดี  นับเป็นผลดีทางอ้อมที่ทำให้คนไทยกินไขมันน้อยลงจะได้ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วน  ซึ่งต้องเสียงบประมาณในการรักษากันในระยะยาว

เมื่อไขมันหายาก  ก็หันมากินเนื้อสัตว์  ผัก  และผลไม้แทนให้มากขึ้นก็น่าจะดี เพราะได้ทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย  ทำให้มีสุขภาพดี  และมีผิวพรรณสดใส

สำหรับผักและผลไม้ เวลาซื้อต้องระวังของแถมที่เรามองไม่เห็นคือ ยาฆ่าแมลง  สักนิด  เพราะเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่เมื่อสะสมจนได้ที่แล้ว จะระเบิดและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ถั่วฝักยาว  เป็นผักอีกชนิดที่มักพบว่ามียาฆ่าแมลงตกค้าง  ซึ่งเมื่อสุ่มตรวจเพื่อหาการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่ม  ไพรีทรอยด์และคาร์บาร์เมต  ก็จะพบแทบทุกครั้ง

โดยเฉพาะ  ไซเพอร์เมทรินและเมโทมิล  ซึ่งน่าอัศจรรย์ที่ทำไมมันไม่หมดเสียที  หรืออาจเป็นเพราะเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือไม่  พอถึงช่วงที่เก็บได้ก็ประโคม ฉีดพ่น ทิ้งไว้ 1-2 วัน ก็เก็บมาขายโดยไม่คำนึงว่าจะมียาฆ่าแมลงตกค้างหรือไม่

คนกินไม่รู้เรื่องก็พลอยรับเคราะห์ไปด้วย

สำหรับคนที่ชอบกินถั่วฝักยาว วันนี้ต้องระวัง  เพราะผลการตรวจวิเคราะห์หายาฆ่าแมลงชนิด ไซเพอร์เมทรินและเมโทมิล ตกค้างนั้น พบว่า

มีถั่วฝักยาว 3 ตัวอย่าง  พบการตกค้าง และมีอยู่ 1 ตัวอย่างที่พบสารไซเพอร์เมทริน  ตกค้างในปริมาณที่เกินกว่ามาตรฐานกำหนด  ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไทยได้กำหนดไว้ว่า  ตรวจพบสาร  ไซเพอร์เมทริน  ตกค้างในถั่วฝักยาวสูงสุดได้ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม ต่อ 1 กิโลกรัม

วิธีการป้องกันง่ายๆ สำหรับผู้บริโภค  คือ  นำผักมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง เพื่อให้ปริมาณยาฆ่าแมลงที่ตกค้างนั้นหมดไปหรือเจือจางลงกว่าเดิม  เพื่อความปลอดภัย.

 

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement