เมื่อวาน + วันนี้ = พรุ่งนี้ (3) - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เมื่อวาน + วันนี้ = พรุ่งนี้ (3)

โดย สาทิส อินทรกำแหง 6 ก.ย. 2552 05:00
23,014 ครั้ง


ควรใช้ฮอร์โมนทดแทนสำหรับวัยทองหรือไม่?

ตอนนี้มาถึงเรื่องสำคัญสำหรับเพื่อนๆคุณผู้หญิงแล้วครับ อันที่จริงเรื่องคำถามว่าควรใช้ฮอร์โมนหรือไม่ ไม่สำคัญครับ แต่ สำคัญที่คำตอบคือ จะสงสัยว่าแล้วผมมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องวัยทอง ในเมื่อตัวเองก็เป็นผู้ชาย และแน่นอนครับ ไม่เคยมีประจำเดือนเลย

ขอตอบแบบเดียวกับฉบับอาทิตย์ที่แล้วคือ

1. ผมเคยศึกษาเรื่องเกี่ยวแก่ฮอร์โมนมามากพอสมควร ตอบปัญหาเกี่ยวแก่วัยทองได้แน่นอน

2. ขณะที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในเมืองไทยมากว่า 12 ปีแล้ว (ขณะนี้ก็ยังทำอยู่) มีเพื่อนมีแฟนๆที่ติดตามเรื่องชีวจิตมาตลอดเวลา มาถามปัญหาเกี่ยวกับวัยทอง ได้แนะนำไปถึงวิธีแก้ เฉพาะตัว ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก

ที่ใช้คำว่า "วิธีแก้เฉพาะตัว" นั้นก็เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัวจริงๆ ขอชี้แจงวิธีรักษาโรคภัยแบบชีวจิตว่า "เราไม่ได้เอาตัวโรค" เป็น โจทย์ แต่เราเอาตัวผู้ป่วยหรือมีอาการผิดปกติเป็นโจทย์

ที่ว่าเอาโรคเป็นโจทย์นั้น สมมติว่า ผู้ป่วยเป็นนิวมอเนียหรือปอดบวม วิธีที่แก้โรคนี้ก็คือต้องใช้ยาแอนตี้ไบโอติคหรือยาปฏิชีวนะเป็นหลัก เพราะยาพวกนี้ฆ่าเชื้อโรคนิวมอเนียได้ นี่คือเอาโรคเป็นโจทย์ แล้วเราแก้โจทย์นั้น

แต่ "วัยทอง" ไม่ใช่โรค ผู้ที่เข้าสู่วัยทองจะมีอาการต่างๆหลายอาการ สมมติว่ามีคน 10 คนมาปรึกษาเรื่องอาการวัยทองจะแก้อย่างไรดี รับรองว่าอาการของคน 10 คนนั้นจะไม่เหมือนกันเลย

ทั้งนี้ เพราะสภาพของร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน อายุที่เริ่มเป็นวัยทองก็ไม่ค่อยเท่ากัน นอกจากนั้นนิสัยใจคอแต่ละคนก็ไม่ เหมือนกันอีก บางคนใจน้อย ผิดใจอะไรนิดๆหน่อยๆไม่ได้ บางคนใจเย็น มีเรื่องมีราวปัญหาอะไรก็ยังหัวเราะได้อยู่ อย่างนี้เป็นต้น

การแก้ปัญหาเรื่องวัยทอง จึงต้องเอาตัวคนไข้เป็นโจทย์ ถ้าจะแก้ปัญหาก็ต้องคิดวิธีแก้ เฉพาะตัวของแต่ละคนให้ จึงต้องใช้ตัวคนไข้เป็นโจทย์

ซึ่งแน่นอนที่สุด ไม่เหมือนกับการเอาโรคเป็นโจทย์

ทีนี้ก็มาถึงปัญหาเฉพาะว่า เมื่อเริ่มเข้า สู่วัยทอง จำเป็นที่จะต้องใช้ฮอร์โมนทดแทนหรือไม่

การบำบัดโดยใช้ฮอร์โมนทดแทนเรียกว่า HORMONE REPLACEMENT THERAPY หรือเรียกสั้นๆว่า HRT

ถ้าถามกันตรงๆอย่างนี้ ผมก็จะตอบสั้นๆว่า "ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ HRT แต่ในกรณีที่บางคนมีอาการหลายอย่างหนักหนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอารมณ์ ถึงกับมีอาการแบบซึมเศร้าเสียอกเสียใจ ร้องห่มร้องไห้ง่ายๆโดยไม่มีเหตุผล อย่างนี้ก็ต้องพินิจ พิจารณาเรื่องการใช้ฮอร์โมน แต่คงจะใช้เพียงชั่วคราวเท่านั้น"

ขอต่อเหตุผลที่ว่า "ไม่เห็นด้วยกับการใช้ HRT" สักนิด ผมชอบใช้วิธีที่เป็นไปตามธรรมชาติ และก็นับถือวิถีชีวิตที่ยึดเอาธรรมชาติเป็นหลัก

เมื่อสมัยรุ่นคุณแม่ คุณป้า คุณน้า คุณอาของผม นั่นคือประมาณ 80 กว่าปีมาแล้ว ไม่เคยเห็นท่านบ่นกันถึงเรื่องหมดประจำเดือน

พอถึงวัยที่ท่านหมดประจำเดือน ก็เห็นท่านได้พักผ่อนกันมากยิ่งขึ้น หน้าผ่องใสขึ้น และท่านก็ชวนกันไปวัดไปวา ไปทำบุญ สวดมนต์ไหว้พระ ก็รู้สึกเป็นสุขกันดี

ถ้าพูดกันในด้านการแพทย์ เมื่อฮอร์โมนอย่างหนึ่งลดน้อยลง ฮอร์โมนตัวอื่นก็จะค่อยๆเข้ามาทดแทน ไม่ช้าท่านที่มีอาการวัยทองก็จะปรับตัวได้ มีความสุขขึ้นตามอัตภาพของตัวเอง

เรื่องของสุขภาพสตรีวัยเก่าๆของเราและก็ของโลกด้วย ก็มีอาการเป็นไปตามวงจรชีวิตแบบธรรมชาติเช่นนี้

แล้วความนิยมเรื่องการใช้ฮอร์โมนทดแทนเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อประมาณปี 1960 คือเกือบจะ 50 ปีล่วงมาแล้ว มีแพทย์ทางโรคสตรีผู้หนึ่ง ชื่อ โรเบิต วิลสัน ได้เริ่มใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการรักษาโรคเกี่ยวแก่วัยทองของอเมริกาเป็นคนแรก

ตอนแรกนั้น คุณหมอวิลสันใช้เอสโตรเจนรักษา อาการเกี่ยวแก่วัยทองเพียงแค่แก้อาการหน้าและตัวร้อนผ่าว และอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนเท่านั้น

แต่เมื่อการรักษาเพียง 2 อาการนี้ได้ผลดี คุณหมอวิลสันก็เลยมีความคิดว่า การใช้เอสโตรเจนแก้เรื่องวัยทอง น่าจะแก้อาการทั้งหมดของวัยทองได้

หมอวิลสันจึงได้ทดลองใช้เอสโตรเจนเป็นการใหญ่ และในปี 1966 เขาก็จัดการพิมพ์หนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ "ผู้หญิงตลอดกาล" และได้อ้างว่า เอสโตรเจนสามารถรักษาอาการวัยทองของผู้ป่วยได้เด็ดขาดถึง 26 รายการ

และคุณหมอวิลสัน ผู้นี้แหละที่ได้เรียกโรควัยทองอย่างเป็นทางการว่า คือ โรคฮอร์โมนบกพร่อง (HORMONE DEFICIENCY DISEASE)

เมื่อปี 1963 หมอวิลสันได้ก่อตั้งมูลนิธิวิลสันขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อรักษาอาการวัยทอง

สมัยนั้นวิลสันได้รับเงินอุดหนุนจากบริษัทยาถึง 1,300,000 ดอลลาร์ เป็นเงินมากมายทีเดียวสมัยปี 1963

ต่อจากนั้นวิลสันก็ได้ทำโครงการส่งเสริมและโฆษณาการใช้เอสโตรเจนเป็นการใหญ่ ตามสถิติการวิจัยเมื่อปี 1991 การสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนออกสู่ตลาดมีราคาสูงขึ้น 750 ล้านดอลลาร์ และในปีต่อมาก็ขึ้นสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์

เอสโตรเจนกลายเป็นยาประจำตัวคุณผู้หญิงอเมริกันที่อายุถึงวัยทองแทบทุกคน แก้ ได้ทุกโรคทุกอาการของวัยทอง โดยเฉพาะในด้านเกี่ยวกับเรื่องเพศซึ่งผู้หญิงอเมริกันสนใจมาก กล่าวว่า ช่วยให้ชีวิตคู่ หรือชีวิตทางเพศของชาวอเมริกันดีขึ้น

แต่ทางยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษไม่เห็นด้วยกับการใช้เอสโตรเจน มีการศึกษาและวิจัยการใช้เอสโตรเจนเป็นเวลานาน แพทย์ ทางโรคสตรีของอังกฤษหลายคนให้ความเห็นว่าการใช้เอสโตรเจนอาจทำให้เกิดมะเร็งผนังมดลูกและมะเร็งเต้านมได้

แพทย์ผู้มีชื่อเสียงของอังกฤษบางคน เช่น จอห์น สตัดด์ แห่งโรงพยาบาลคิงส์ คอลเลจ จึงแนะนำว่า ถ้าใช้เอสโตรเจน ก็น่าจะเติมฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสโตรเจนลงไปด้วย เพื่อลดความเสี่ยงจากมะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และยังช่วยป้องกันอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะใช้สูตรชีวจิตจริงๆแล้ว สิ่งที่อยากจะเสนอก็คือ ให้ปฏิบัติตามสูตร 5 เล็กอย่างเคร่งครัดเสียก่อน คือ กิน-นอน-ทำงาน-พักผ่อน-ออกกำลังกายให้ถูกต้อง (ตามสูตรซึ่งเคยแนะมาในคอลัมน์นี้หลายครั้งแล้ว)

ส่วนเรื่องอยากจะใช้ฮอร์โมนร่วมหรือไม่ ค่อยปรึกษากันอีกทีดีไหมครับ ผมคงต้องขอรายละเอียดของคุณเพิ่มขึ้นอีก ส่งแฟกซ์ ถามไปที่ 0-2570-8273 ครับ.

*******

คอร์สสุขภาพ......กับชมรมชีวจิต

คอร์สฟื้นฟูสุขภาพแนวชีวจิตแบบเข้มข้นกับอาจารย์สาทิสและทีมพี่เลี้ยงจากชมรมชีวจิต วันที่ 8-11 ตุลาคม 2552 (3 คืน 4 วัน) ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี สอบถามเพิ่มเติมที่ คุณสุนีย์ 0-2629- 5884, คุณมานพ 08-1907-2113, คุณพิเชฐ 08-9856-9484, คุณแดง 08-9782-3545, คุณวิจารณ์ 08-9992-5187, คุณสิริแก้ว 08-1625-7875, คุณอุษณา 08-9680-4027, พี่สุวคนธ์ 08-0295-1794.

สาทิส  อินทรกำแหง

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement