advertisement

รำลึก...155 ปี สังฆราชแพ วัดสุทัศน์...สร้างกริ่งฯสืบเจตนา

โดย ก้อง กังฟู 9 ก.ย. 2555 05:00

พระธรรมรัตนดิลกจุดเทียนมหามงคล.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ......พระสังฆราชรูปที่ 12 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

......พระองค์ประสูติในรัชสมัย พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 4

นามเดิม “แพ” เป็น ศิษย์สมเด็จพระวันรัต 2 พระองค์ คือบรรพชาเป็นสามเณรกับ สมเด็จพระวันรัต (สมบูรณ์) เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อายุ 12 ปี หลังสมเด็จพระวันรัต (สมบูรณ์) มรณภาพ สมเด็จพระวันรัต (แดง) วัดสุทัศน์ รับช่วงต่อ......จึงจัดอุปสมบทให้ในปี 2422

.....พระภิกษุ “แพ ติสสเทว” ได้เลื่อนฐานา- นุกรมโดยตลอด ถึงปี 2472 จึงได้เป็น “สมเด็จพระวันรัต”......เสมออดีตพระอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน...!!!

O O O

ล่วงถึงปี 2481.....พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้โปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระวันรัต (แพ) วัดสุทัศน์ เป็น สมเด็จพระสังฆราช ให้เฉลิมพระนามจารึกในสุพรรณบัฏ...ว่า

“.....สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสุขุมวิธานธำรง สกลสังฆปริณายก ตรีปิฎกกลากุโลภาส อานันทมหาราชพุทธมามกาจารย์ ติสสเทวาภิธาน สังฆวิสสุต ปาวจนุตตมโศภณ วิมลศรีลสมาจมาวัตร พุทธศาสนิกบริษัทคาราวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ อดุลคัมภีรญาณสมุทร บวรสังฆาราม คามวาสี.....”

เสด็จสถิต ณ วัดสุทัศนเทพวราราม พระอารามหลวง.....26 พฤศจิกายน 2487 สมเด็จพระสังฆราช (แพ) สิ้นพระชนม์ 84 ปี 66 พรรษา....ครองวัดสุทัศน์ 43 ปี

O O O

ครั้งหนึ่ง....สมเด็จพระวันรัต (แดง) อาพาธด้วยอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิราญาณวโรรส บอกว่า......เคยเห็นกรมพระยาปวเรศฯอาราธนาพระกริ่งฯแช่น้ำอธิษฐานทำน้ำพระพุทธมนต์ให้คน ไข้ที่เป็นอหิวาตกโรคแล้วหาย

จึงรับสั่งให้ทำอย่างนั้น .....หลังสมเด็จพระวันรัต (แดง) ฉัน ปรากฏว่าอาการอาพาธบรรเทาและหายเป็นปกติ...!!!

ครั้งนั้น....สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ดำรงสมณศักดิ์ “พระศรีสมโพธิ์” อยู่ในเหตุการณ์ด้วยโดยตลอด จึงสนพระทัยพระกริ่งฯ ทรงค้นประวัติในการสร้าง ทั้งของทิเบต จีน เขมร และของไทยในยุคของ สมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว กรุงศรีอยุธยา...จนเป็นที่แตกฉาน

O O O

เมื่อปี 2441.....สมเด็จพุฒาจารย์ (มา) วัดจักรวรรดิ์ จึง ประสาธน์ตำราการสร้างพระกริ่งฯของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส วัดพระเชตุพนฯ ให้กับ “พระเทพโมลี” สมณศักดิ์ของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ในขณะนั้น...

และ.....ในปีเดียวกัน “พระเทพโมลี” จึงได้สร้างพระกริ่งฯขึ้น โดยเป็นผู้กำหนด ฤกษ์ มวลสาร ขั้นตอนของพิธีกรรม ฯลฯ เองทั้งหมด อันเป็นปฐมบทแห่งการสถาปนาพระกริ่งวัดสุทัศน์

ด้วยพลังแห่งความขลังของ พระกริ่งฯพระสังฆราช (แพ) จึงได้รับความเลื่อมใสมาโดยตลอด จากนั้นก็ได้สร้างกันมาอย่างต่อเนื่องอีกหลายครั้ง ตามวาระและโอกาสที่สมควร

......จนถึงปี 2486 จึงได้สร้างรุ่น “เชียงตุง” ถือเป็นพระกริ่งฯ รุ่นสุดท้ายของสมเด็จพระสังฆราช (แพ)

O O O

ล่วงถึงปี 2555......อันเป็นวาระ 155 ปีประสูติกาลของสมเด็จพระสังฆราช(แพ) อดีตเจ้าอาวาส ผู้ครองวัดสุทัศน์ถึง 43 ปี ทางวัดจึงสร้างอนุสรณ์ให้กับพระองค์ท่านด้วยถาวรวัตถุ เพื่อกาลในยาวนานอย่างเช่น สร้างพิพิธภัณฑ์ บูรณปฏิสังขรณ์ “ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ)” โบราณสถานที่มีอายุกว่า 200 ปี

ที่สำคัญ.....ด้วย สมเด็จพระสังฆราช (แพ) เป็นผู้ซึ่ง ประวัติศาสตร์ที่ข้องเกี่ยวกับพระกริ่งฯต้องจารึก นามว่าเป็น “เพชรแท้พระกริ่งไทย” กับอนุสรณ์ใน ศักราชนี้ อันเป็นคาบเวลาที่นานนับศตวรรษ (114 ปี) ของการสร้างพระกริ่งวัดสุทัศน์

หากไม่สืบสาน.....ก็เสมือนกับลืมพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ที่มีต่อวัดสุทัศนเทพวราราม สมเด็จพระพุทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์
จึงมีบัญชาให้ พระธรรมรัตนดิลก เปิดตำราสมเด็จพระสังฆราช (แพ) สร้างพระกริ่งฯ.....จ่ายแจกศิษยานุศิษย์ และผู้ศรัทธา

O O O

พระธรรมรัตนดิลก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เจ้าคณะภาค 4 ผู้รับบัญชา บอกว่า.....พระกริ่งฯถือกันว่าเป็นจักรพรรดิแห่งพระเนื้อโลหะทั้งปวง การสร้างต้องครบถ้วนตามตำรา พิถีพิถันทุกขั้นตอน

พระกริ่งฯรุ่นนี้ ชื่อว่า..... “155 ปี สมเด็จสังฆราช (แพ)” เป็นเบญจภาคีแห่งกฤตยาคมที่มีพลังพุทธาคมครอบจักรวาล ประกอบด้วย “วัตถุ ประสงค์และเจตนาบริสุทธิ์” ด้วยมวลสารที่ได้รับศรัทธาว่าศักดิ์สิทธิ์ โดยพิธีกรรมถูกต้องตามศาสตร์

ทุกขั้นตอนพิธีกรรม.....พระคณาจารย์ที่ร่วมมีฌานสมาบัติสูงและจิตในพลังที่บริสุทธิ์ แผ่พลังบนฤกษ์ยามที่เป็นมงคลคือ เททองหล่อวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปี 2555 อันเป็นฤกษ์ “เอกอุ” อุดมมงคล อันหมายถึง ยศถาบรรดาศักดิ์จะยิ่งใหญ่ การต่อสู้ชนะอุปสรรค แคล้วคลาด มีเมตตามหานิยม ประสพโชคลาภ...ฯลฯ

.......เป็นฤกษ์เดียวกับที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ได้ใช้หล่อพระกริ่งฯรุ่น “ชนะคน” ซึ่งรุ่นนี้เป็นที่ต้องการในวงการเครื่องรางของขลัง......ฤกษ์อันเข้มขลังนี้111 ปี จะมีครั้งหนึ่ง

O O O

พิธีกรรมสุดท้ายก่อนจ่ายแจกคือ.....“พุทธาภิเษก” โดยประกอบในวันที่ 26 กรกฎาคม ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8–8 เป็น 8 สองหน ซึ่ง เลข 8 ในทางโหราศาสตร์คือความร่ำรวย....หมายถึง “รวยแล้ว รวยอีก”

ส่วนผู้ที่ได้ไปแล้วจะ รวยขนาดไหน....ก็แล้วแต่ “ดวง” หรือ “พฤติกรรม” จะสมพงศ์์กับพลังแห่งกฤตยาคมหรือไม่...!!!

 

ก้อง กังฟู

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement