ตอนที่ 12 (ต่อจากวานนี้)
ตกดึก นัทธมนกลัวลิฟต์จนเก็บเอาไปฝันร้ายว่าตัวเอง ยืนอยู่หน้าลิฟต์ ในล็อบบี้ของโรงแรมซึ่งไร้ผู้คน กฤตย์ยืนรออยู่ในลิฟต์ ชักชวนเธอขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน นัทธมนยืนลังเล เท้าของเธอคาไว้ที่ประตูลิฟต์เหมือนเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำทุกอย่าง แต่ขณะที่เธอยื่นแฟ้มกับม้วนกระดาษแปลนงานให้ กฤตย์กลับกระชากเธอเข้าลิฟต์ ส่วนเขาหนีออกมาก่อนประตูลิฟต์จะปิด ทิ้งเธออยู่ในนั้นคนเดียว นัทธมนหน้าเสียร้องลั่น
"ช่วยด้วยๆๆ...ใครก็ได้ช่วยด้วยๆๆๆ..."
เสียงละเมอร้องขอความช่วยเหลือของนัทธมนดังเข้ามาในห้องพักของกฤตย์ เขาสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นเสียงนั้นกลับเงียบ มองไปรอบๆเห็นติสรณ์นอนหลับอยู่อีกเตียงหนึ่ง มีเสียงของนัทธมนแว่วเข้ามาอีก กฤตย์ค่อยๆย่องไปเปิดประตูที่เชื่อมต่อถึงกัน เห็นนัทธมนนอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียง ร้องขอความช่วยเหลือ
ข้าวของในห้องนั้นเริ่มสั่น กฤตย์พยายามปลุกนัทธมน แต่เธอไม่มีทีท่าจะตื่น ข้าวของสั่นแรงขึ้นๆ แก้วน้ำเลื่อนหล่นพื้นแตกกระจาย กฤตย์คิดว่าแผ่นดินไหววิ่งกลับไปที่ห้องพักตัวเอง อารามรีบร้อนไม่ทันสังเกตว่าห้องตัวเองนั้นเงียบสงบไม่มีอะไรเคลื่อนไหว
"ติสรณ์ๆ...ตื่นเร็วเข้า แผ่นดินไหว"
ติสรณ์งัวเงียลุกขึ้นแล้วล้มตัวลงนอนเช่นเดิม กฤตย์วิ่งกลับไปห้องพักนัทธมนซึ่งยังคงปั่นป่วนไปทั้งห้อง ประคองเธอขึ้นจากเตียงเห็นเลือดกำเดาไหลซึม นัทธมนฝันว่าดิ้นรนอยู่ในลิฟต์ทั้งทุบประตูทั้งร้องเรียกให้คนช่วย ทันใดนั้น ประตูลิฟต์เปิดออก มีแสงแห่งธรรมส่องสว่างไปทั่ว กายทิพย์ ของพระธุดงค์ยืนเด่นอยู่
"เวร...ยอมระงับได้ด้วยการไม่จองเวร"
นัทธมนตะลึงตกใจตื่นอยู่ในอ้อมแขนของกฤตย์ ทันทีที่เธอลืมตา ของทุกอย่างในห้องนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น กฤตย์วิ่งไปยืนกลางห้อง เร่งเธอให้รีบออกจากห้องมีแผ่นดินไหว นัทธมนนั่งนิ่งหยิบทิชชูมาซับเลือดกำเดา พูดกลบเกลื่อนว่าไม่เห็นจะมีอะไร ติสรณ์ยืนงัวเงียอยู่ที่ประตูเชื่อมต่อระหว่างห้อง
"อะไร...ทำไมส่งเสียงดังจังเลย"
กฤตย์ยืนมองทั้งคู่งงๆ ทำไมไม่มีใครรับรู้เรื่องแผ่นดินไหว
ooooooo
กฤตย์ยังคาใจเรื่องแผ่นดินไหวไม่หาย เช้าขึ้นมาเขาเที่ยวถามพนักงานของโรงแรมว่ารู้เรื่องนี้บ้างไหมแต่ไม่มีใครรู้สักคน กฤตย์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหาหนังสือพิมพ์ มาเปิดดูทุกฉบับที่อยู่ในห้องล็อบบี้ ไม่มีฉบับไหนลงข่าวแผ่นดินไหว กฤตย์ยังมึนไม่หายว่าเมื่อคืนเขาเห็นอะไร นึกสงสัยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับนัทธมน...
ในเวลาต่อมา กฤตย์ขับรถมาถึงรีสอร์ตของปิติ กะจะมาถามทางไปโครงการของลูกค้า ปิติดูแผนที่ที่กฤตย์ส่งให้ บอกว่าตรงนี้เป็นที่พักที่เราสองคนเคยมาพักกันเมื่อสมัยหนุ่มๆ เกตุมณีชะโงกหน้ามาดูบ้าง
"อ๋อ...ที่จีบกันใหม่ๆไง...วรดาก็มาด้วย"
นัทธมนได้ยินชื่อวรดา หูผึ่ง กฤตย์จำได้แล้วว่าที่ไหน รีบขอตัวไปถึงที่นั่น อยากจะไปดูทางแสงทางแดดเพื่อเก็บข้อมูล ถุงแป้งขอไปด้วย แต่ปิติไม่ให้ไป อ้างว่ากฤตย์กับนัทธมนไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยว ติสรณ์เห็นถุงแป้ง ไม่ไปก็เลยขออยู่ที่นี่ด้วย...ระหว่างทางไปดูโครงการของลูกค้า กฤตย์เล่าให้นัทธมนฟังว่าเขาเคยพาวรดามาแถวนี้ ตอนนั้นเขากับเธอมีความสุขกันมาก
"คุณคงสุขที่หลอกผู้หญิงคนหนึ่งให้หลงไปกับคำหวานๆได้"
"ฉันไม่เคยหลอกวรดา"
นัทธมนมองหน้าเขาอย่างชิงชัง หลุดปากออกมาว่า "คิดถึงสิ ผมจะคิดถึงรดา ทุกวัน ทุกคืน คิดถึงจนกว่าผมจะตาย... ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับรดาจริงๆผมยินดีชดใช้ด้วยชีวิต"
กฤตย์ตกตะลึง เบนรถเข้าจอดข้างทางทันที ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าเขาพูดอะไรกับวรดา นัทธมนแดกดันว่าคนอย่างเขาจำคำพูดตัวเองได้ด้วยหรือ กฤตย์จำทุกคำสัญญาที่ให้ไว้กับวรดาได้ จับบ่านัทธมนไว้แน่น ถามคาดคั้นว่าเธอคือวรดาใช่ไหม นัทธมนปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่ ขอให้เขาปล่อยเธอ
"ผมจะไม่ปล่อยคุณ ผมจะไม่ยอมให้คุณจากผมไปอีกแล้ววรดา...ผมคิดถึงคุณมากนะวรดา ผมคิดถึงคุณทุกวัน ทุกคืนอย่างที่ผมเคยสัญญาเอาไว้จริงๆ...วรดา...คุณเข้าใจผมผิด"
กฤตย์กอดนัทธมนไว้แน่น น้ำเสียงเว้าวอนขอความเห็นใจ นัทธมนสั่งให้เขาปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ กฤตย์ไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะยกโทษให้ นัทธมนมองเขาอย่างสงสาร แต่เพียงอึดใจกลับเสียงกร้าว
"ไม่มีวัน...ปล่อย" นัทธมนดิ้นจนหลุด เปิดประตูรถวิ่งหนี กฤตย์ได้สติวิ่งตาม ไม่สนใจว่ากิ่งไม้จะเกี่ยวหน้าตา เนื้อตัว นัทธมนวิ่งเตลิดเข้าป่าละเมาะข้างทาง สะดุดรากไม้ล้มลง หมดสติไป
ooooooo
วันนั้น เมื่อสิบแปดปีที่แล้ว ขณะวรดากำลังนั่งจดบันทึกอยู่ในสวนร่มรื่น ณ รีสอร์ตในเมืองเพชรบูรณ์ เกตุมณีในวัยสาวเข้ามาชวนเธอไปกราบพระธุดงค์ด้วยกัน ได้ยินพวกแม่บ้านในรีสอร์ตคุยกันว่าพระรูปนี้ดูหมอแม่น เผื่อจะให้ท่านดูเนื้อคู่ให้ ครู่ต่อมาสองสาวเดินลัดเลาะมาตามทางเดินแถวป่าละเมาะ
เห็นพระธุดงค์ปักกลดอยู่ ทั้งคู่เข้ามากราบ แจ้งความจำนงที่มาขอพบ พระธุดงค์ปฏิเสธว่าไม่เคยดูหมอดูดวงให้ชาวบ้านที่ไหน ใครมาปรับทุกข์ ท่านก็แค่ชี้ทางไปตามที่เห็นควร เกตุมณีขอให้ท่านช่วยชี้ทางสว่างให้ พระธุดงค์มองวรดา ทักว่าทำไมถึงดูเศร้านัก วรดางง
"เอ่อ...ช่วงนี้ หนูมีความสุขที่สุดแล้วนะคะ"
พระธุดงค์หลับตาลง นั่งสมาธิ ลมพัดแรงใบไม้ปลิวว่อน วรดากับเกตุมณีมองหน้ากันหวั่นๆ พระธุดงค์ถอดจิตล่องลอยไปในความมืดผ่านข้ามมาอีกภพหนึ่ง มีเสียงนัทธมนขอความช่วยเหลือแว่วเข้ามา กายทิพย์ของท่านปรากฏอยู่ด้านนอกลิฟต์ เสียงร้องของนัทธมนดังอยู่ข้างใน ท่านยกมือขึ้นแผ่เมตตา แสงสว่างแห่งธรรมเป็นสีทองกระจายไปทั่ว ประตูลิฟต์เปิดออก เห็นนัทธมนเหงื่อแตก หายใจหอบอยู่ในลิฟต์
"เวร...ย่อมระงับได้ด้วยการไม่จองเวร"
พระธุดงค์ลืมตาขึ้น สั่งสอนวรดาให้หมั่นรักษาศีลภาวนา บาปหนักจะได้เป็นเบา วรดาถามว่าท่านไปเห็นอะไรมา พระธุดงค์ไม่ตอบได้แต่แผ่เมตตา และสั่งให้หมั่นสร้างกุศลไว้
"หลวงพ่อ บอกหน่อยไม่ได้เหรอคะ" เกตุมณีคะยั้นคะยอ
"เราไม่ได้เห็นอะไร มันเป็นเพียงฝันในฝันเท่านั้นเอง"
"หนูไม่มีอะไรพอจะถวายหลวงพ่อได้เลย มีเพียงเข็มทิศอันนี้ที่คุณพ่อซื้อให้...หนูขอถวายเข็มทิศเผื่อหลวงพ่อจะได้ธุดงค์โปรดสัตว์ผู้ยาก ให้เดินได้ตรงทางยิ่งขึ้น"
พระธุดงค์เอาผ้าวางตรงหน้า เพื่อให้วรดาวางเข็มทิศลงบนนั้น "เจ้าถวายเข็มทิศเป็นกุศล เราจะได้ไม่หลงป่า ภพนี้เจ้านำทางเรา...เราตั้งจิตมั่นว่า ในภพหน้าของเจ้า เราจะช่วยนำทางให้เจ้าบ้าง"
วรดากล่าวสาธุ แล้วก้มลงกราบ เกตุมณีมองวรดาด้วยความเป็นห่วง...ระหว่างเดินกลับที่พัก เกตุมณีขอโทษวรดาที่ทำให้ไม่สบายใจ วรดาหน้าซีดๆ ฝืนยิ้มให้ อ้างว่าเมื่อคืนคงนอนดึกไปหน่อยเลยรู้สึกไม่ค่อยดี พูดยังไม่ทันขาดคำ วรดาหน้ามืดเป็นลมหมดสติ
ช่างประหลาดมาก วรดาในชาติภพที่แล้วนอนท่าเดียวกับนัทธมนซึ่งสะดุดรากไม้หกล้มหมดสติไป กฤตย์ตามหาจนเจอ รีบวิ่งเข้ามาอุ้มไปที่รถ แล้วขับกลับรีสอร์ตของปิติทันที...
จังหวะที่ติสรณ์กำลังถ่ายวีดิโออยู่กับถุงแป้งที่รีสอร์ตของปิติ ถุงแป้งเห็นกฤตย์แบกนัทธมนขึ้นหลังมา ติสรณ์ยังคงเปิดกล้องบันทึกภาพค้างอยู่ หันไปมองตามสายตาถุงแป้ง ตกใจว่านัทธมนเป็นอะไรไป ทั้งสองคนรีบวิ่งเข้ามาดู กฤตย์วางนัทธมนลงบนโต๊ะแถวนั้น ขอขวดน้ำในมือถุงแป้งมาเทใส่ผ้าเช็ดหน้า แล้วเช็ดหน้านัทธมน พลางสำรวจดูว่าเธอมีบาดแผลที่ไหนบ้าง โชคดีไม่มีแผล ถุงแป้งถามว่าเกิดอะไรขึ้น
"เขาวิ่งมาแล้วล้ม เป็นลมไป"
กฤตย์รินน้ำใส่ฝาขวด หยอดใส่ปากที่แห้งผากของนัทธมนทีละน้อย ติสรณ์ยังคงเปิดกล้องวีดิโอค้างไว้ เนื่องจากทำอะไรไม่ถูก รู้แค่กฤตย์ดูเป็นห่วงนัทธมนมากเหลือเกิน...
ครู่ต่อมา กฤตย์อุ้มนัทธมนเข้ามาปฐมพยาบาลในบ้าน คอยบีบนวดเท้าให้ ติสรณ์ยังคงถ่ายวีดิโออยู่ตลอดเวลา เกตุมณีเอาแอมโมเนียชุบสำลีมาให้กฤตย์ เขาเอามันให้นัทธมน ดมห่างๆ อึดใจเธอรู้สึกตัว กฤตย์ถอนใจโล่งอก นัทธมนมองไปรอบๆห้อง ปิติ เกตุมณี ถุงแป้ง รวมทั้งติสรณ์มองมาที่เธอด้วยความเป็นห่วง
"หนู...เป็นอะไรไป"
"เราล้มลงสลบไปน่ะสิ พูดอะไรก็ไม่ฟังเลย ถ้าเป็นอะไรมากจะทำยังไง" กฤตย์ห่วงมากเลยเสียงดังใส่
"หนูจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของหนู" นัทธมนไม่พอใจ โต้กลับเสียงดังเช่นกัน
"เรื่องของเธอน่ะใช่ แต่มันเสียงานรู้ไหม ทีหลังอย่าทำอะไรอย่างนี้อีกนะ ถ้าฉันบอกให้หยุดก็ต้องหยุด ไม่ใช่ดื้อแบบนี้...ถ้าเป็นอะไรไป ฉันจะไปบอกแม่เธอว่ายังไง ไม่เห็น แก่ฉันก็คิดถึงแม่ตัวเองมั่ง"
"หนูไม่น่าฟื้นขึ้นมาเลยใช่ไหมคะ ไม่งั้นคุณคงจะรู้สึกดีกว่านี้" นัทธมนโกรธจัด จ้องหน้าเขาอย่างชิงชัง กฤตย์มองเธอแล้วเดินออกจากห้อง นึกขอบคุณฟ้าดินที่นัทธมนไม่เป็นอะไรมาก
ด้านนัทธมนทั้งเจ็บใจ ทั้งแค้นใจ บ่นกับถุงแป้งว่ากฤตย์ คงอยากให้เธอตาย ถุงแป้งพยายามอธิบายว่าเข้าใจผิด แต่เธอไม่ฟัง คิดหาทางแก้แค้น รอจนมืด ระหว่างที่กฤตย์นั่งดื่มเบียร์ เพียงลำพังอยู่นอกชานบ้าน นัทธมนแอบเพ่งพลังไปยังเขา กฤตย์ เริ่มตาลาย เวียนหัว เดินโงนเงนมาริมระเบียงบ้าน พยายามควบคุมตัวเองแต่ทำไม่ได้ ปีนขึ้นไปบนขอบรั้วกั้นแล้วโดดลงมา ร่างของเขากระแทกพื้น หน้าคะมำ
เกตุมณีได้ยินเสียงเหมือนของหนักๆตกพื้น วิ่งออกมาดู เห็นน้องชายตัวเองนอนคว่ำหน้าอยู่ รีบเข้าไปประคองหน้าหงายกฤตย์ขึ้นมามีแต่เลือดเต็มหน้า เธอตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น นัทธมนหายใจหอบเหนื่อยเช็ดเลือดกำเดาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกผิด...
กฤตย์ถูกพาส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน ปิติ เกตุมณี และถุงแป้งยืนรอหน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจจดจ่อ ส่วนนัทธมนเดินวนไปมาไม่สบายใจอยู่บนระเบียงบ้าน ติสรณ์ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง ป่านนี้กฤตย์คงถึงมือหมอแล้ว นัทธมนพูดกลบเกลื่อนว่าไม่ได้เป็นห่วง แต่สมน้ำหน้าเขาต่างหาก ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้น
"ถ้าทำอะไรเอาไว้ ควรได้แบบนั้น ฉันว่า...เธอน่าจะเป็นคนแบกเขาไปโรงพยาบาลนะ"
นัทธมนงงไม่เข้าใจว่าติสรณ์หมายถึงอะไร ติสรณ์จึงเอาวีดิโอที่ถ่ายเหตุการณ์ตั้งแต่กฤตย์แบกนัทธมนขึ้นหลัง คอยเป็นห่วงเป็นใย ดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลาที่เธอหมดสติให้ดู นัทธมนถึงกับอึ้ง
ooooooo
เช้าวันใหม่ นัทธมนนั่งเหงาอยู่ระเบียงหน้าบ้านปิติ ในสภาพเหมือนไม่ได้นอน ชะเง้อมองไปทางถนนเข้าบ้าน พอเห็นรถของปิติแล่นเข้ามารีบลงมาดู เห็นสามคนพ่อแม่ลูกลงจากรถ ไม่มีกฤตย์ด้วย ถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ปิติบอกว่ายังโชคดีที่หัวไม่ฟาดพื้น เอาตัวลงกระแทกก่อนไม่อย่างนั้นคงจะแย่
"นี่เธอไม่ได้นอนเลยเหรอเนี่ย" ถุงแป้งร้องทัก มองสภาพของเพื่อนอย่างสงสัย
นัทธมนโกหกว่าเพิ่งตื่นเมื่อกี้ ปิติกะว่าตอนสายๆจะไปเยี่ยมกฤตย์อีก นัทธมนขอไปด้วย ส่วนถุงแป้งหมดข้อสงสัยทันทีเมื่อเห็นสภาพตึงเปรี๊ยะของผ้าปูที่นอนนัทธมน ไม่มีร่องรอยการนอนเลย...
ฝ่ายปิติกับเกตุมณีเก็บของใช้ส่วนตัวของกฤตย์ใส่ กระเป๋าเดินทางใบเล็ก เกตุมณีไม่ลืมหยิบสร้อยตะกรุดที่กฤตย์ สั่งนักสั่งหนาให้เอามาให้
"นัทธมนเขาก็มีน้ำใจนะ อุตส่าห์นั่งเป็นห่วงกฤตย์"
"...เหมือนที่วรดาเคยเป็นห่วงเลยนะ" ปิติมองเกตุมณี ที่พยักหน้าเห็นด้วยกับเขา...
กฤตย์กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย พยายามกินอาหาร กลางวันอย่างยากลำบาก เพราะนิ้วมือได้รับบาดเจ็บ ถุงแป้ง นัทธมน กับติสรณ์เปิดประตูห้องพักฟื้นเข้ามา พร้อมกับข้าวของ เครื่องใช้ กฤตย์ถามถุงแป้งว่าพ่อกับแม่ไม่มาด้วยหรือ ถุงแป้งว่าทั้งคู่เลยไปทำธุระ เย็นๆจะแวะมารับ ถ้าน้ากฤตย์กลับบ้านได้
"กลับได้อยู่แล้ว เรื่องเล็ก" กฤตย์พยายามจับช้อนจะกินข้าว แต่ไม่สำเร็จ
"นัทเขาเป็นห่วงน้ากฤตย์มากนะคะ ไม่ได้นอนทั้งคืนเลย"
นัทธมนทำหน้าดุใส่เพื่อน ไม่อยากให้พูดอะไรอีก กฤตย์มองนัทธมนอย่างค้นหา ถุงแป้งทำทีว่าลืมหยิบยาสีฟันมาให้น้าชาย เลยจะลงไปซื้อที่ร้านค้าข้างล่าง ติสรณ์รู้งานรีบวิ่งตาม นัทธมนจะเรียกไว้แต่ไม่ทันเลยต้องอยู่กับคนป่วยตามลำพัง กฤตย์พยายามหยิบช้อนจะกินข้าวแต่ช้อนหล่นอีก นัทธมนอาสาป้อนข้าวให้ กฤตย์ถามว่าผิดหวังหรือเปล่าที่เห็นเขาไม่เป็นอะไร นัทธมนทำไก๋ไม่รู้เรื่อง
"ฉันรู้ตัวเองดีว่าเมื่อคืนฉันไม่ได้เมา ฉันได้ยินเสียงใครบางคนเรียกให้กระโดดลงไป"
นัทธมนอึกอัก ไม่กล้าสบตา "ไม่ใช่เสียงหนูหรอกมั้ง"
"ไม่ใช่เสียงเธอหรอก...แต่เป็นเสียงของวรดา...คืนที่เรานอนในตัวเมืองไม่มีแผ่นดินไหวจริงๆด้วย ฉันเช็กดูแล้ว... แต่สิ่งที่ฉันเห็นมันเป็นอะไรบางอย่าง พลังอะไรบางอย่าง พลังเช่นเดียวกับเมื่อคืนนี้"
นัทธมนทำทีหันไปรินน้ำให้เขา "หนูไม่รู้นะ ว่าคุณพูดอะไร"
กฤตย์จับมือเธอที่ยื่นแก้วน้ำให้ "ฉันทำอะไรให้เธอเจ็บแค้นนักหนา...นัทธมน"
นัทธมนปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร ขอร้องให้เขาปล่อยมือ กฤตย์ทำตามที่ขอ นั่งมองหน้าเธอนิ่ง...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปณิตาบ่นกับเลขาฯหน้าห้องกฤตย์ ว่า กฤตย์หายไปดูงานข้ามวันข้ามคืนกับนัทธมน ป่านนี้ทำไมยังไม่กลับ โทร.ติดต่อก็ไม่ได้ เลขาฯคาดว่าพรุ่งนี้เขาคงจะกลับ
ปณิตาหงุดหงิดเดินบ่นมาคนเดียวว่า "นังนี่...ถึงมันจะข้ามภพข้ามชาติมา ฉันก็ไม่กลัวหรอก..."
ตกเย็น ปิติกับติสรณ์พยุงกฤตย์เข้ามานั่งในห้องรับแขก ปิติติงว่ากฤตย์น่าจะนอนพักอีกสักวันสองวันก่อน กฤตย์อ้างว่าเจ็บแค่นี้ไกลหัวใจ เกตุมณีเป็นห่วง มือเจ็บแบบนี้เขาจะขับรถกลับไหวหรือ ติสรณ์อาสาขับให้ ถุงแป้งถือโอกาสขอพ่อกลับกรุงเทพฯพร้อมกับกฤตย์เลย...
คืนวันเดียวกัน รุจน์มาดักรอปณิตาที่ลานจอดรถใต้ถุนตึกที่ทำงานของเธอ ปณิตาคิดว่ารุจน์จะมาขอเงินใช้ แต่เขาเอายาเสพติดมาขายให้ ปณิตารับยามาแล้วหยิบเงินให้ ถามว่ายังรับงานอื่นอยู่อีกไหม
"คุณปณิตาจะให้ผมทำอะไร" รุจน์มองปณิตาซึ่งกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์
ooooooo
กว่ากฤตย์กับพวกจะเดินทางกลับถึงบ้านนัทธมนก็ค่ำแล้ว มนทิรายืนรออยู่หน้าบ้าน แปลกใจว่าทำไมติสรณ์เป็นคนขับรถกลับ พอหันไปเห็นกฤตย์ซึ่งมีผ้าพันแผลที่มือ ถามว่าไปโดนอะไรมา
"อุบัติเหตุจากความซุ่มซ่ามของผมเองครับ" กฤตย์มองนัทธมน แต่เธอเมินหน้าหนีไปทางอื่น
"ก็โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากค่ะ คุณแม่"
มนทิราจับพิรุธได้ว่านัทธมนต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ รอส่งกฤตย์กับพวกกลับไปแล้ว เธอจึงถามลูกว่ามีอะไรในใจกับกฤตย์หรือเปล่า นัทธมนปฏิเสธว่าไม่มี แล้วนิ่งไปอึดใจ ก่อนหยิบสมุดบันทึกของวรดาออกจากกระเป๋าเดินทางให้แม่ดู บอกว่าเธอได้สมุดเล่มนี้ก่อนไปต่างจังหวัด และอ่านมันหลายรอบแล้ว
"วรดาตายเพราะอะไร" มนทิราถามอย่างตื่นเต้น
"ตายเพราะความรักค่ะ" นัทธมนเปิดสมุดบันทึก อ่านเรื่องราวของวรดาให้แม่ฟัง...
วันนั้น ประพจน์ซึ่งมีท่าทางอิดโรย ไอตลอดเวลาเรียกวรดากับกฤตย์มาพบที่ห้องนอนของเขา เร่งกฤตย์ให้รีบหาฤกษ์ แต่งงานกับวรดาแล้วแนะทั้งคู่ทำพาสปอร์ตเตรียมไว้เผื่อจะไปฮันนีมูนด้วยเลย สร้อยเอาเครื่องดื่มสมุนไพรมาให้ประพจน์ พอดี ถึงกับหูผึ่ง มีข่าวให้เธอคาบไปบอกนายหญิงอีกแล้ว...
ด้านคุณหญิงผกา ผาณิต แกมแก้วกับปณิตานัดถกถึงเรื่องงานแต่งงานที่ปุบปับของวรดากับกฤตย์ ปณิตาจะไปกดดันวรดาให้ยกเลิกงานแต่งงานโดยใช้เรื่องธุรกิจที่เธอทำกับกฤตย์มาเป็นข้อต่อรอง
"ใครอยากจะใช้สันติวิธีก็ใช้ไปเถอะ แต่หนูจะใช้ไม้แข็งล่ะนะ...คุณหญิงติดต่อนายรุจน์ให้หนูหน่อยได้ไหมคะ...งานนี้เราทำเองไม่ไหวหรอก"
"ใครจะคิดอ่านทำอะไรก็ทำๆไปซักทางหนึ่งเถอะ ไม่งั้น นังนั่นมันได้ชูคอในชุดเจ้าสาวอวดเราแน่"
(อ่านต่อพรุ่งนี้)




















