ตอนที่ 12 (ต่อจากวานนี้)
นัดดาสอบเลขานุการเอกอยู่คาดว่าปีหน้าคงไปประจำที่เมืองนอกได้ วารีชมปลื้มว่ายังหนุ่มแน่นอนาคตอีกไกล
ระหว่างนั้นนุชไม่ได้ร่วมพูดคุยด้วยเลย เธอแพ็กขนมไปเงียบๆจนวารีถามว่าไม่สบายใจเรื่องนันทวดีหย่ากับสามีหรือเปล่า ปรารภว่า "ย่าก็เหมือนกัน สังหรณ์ใจยังไงบอกไม่ถูก"
พูดแล้วชำเลืองไปทางนัดดาพูดตรงๆว่า "ใจฉันอยากให้คุณนัดไปทำงานต่างประเทศซะวันนี้พรุ่งนี้เลยจะได้พานุชไปด้วย"
นุชถามย่าเขินๆว่าตนจะไปได้ยังไง วารีบอกว่าจะจับคลุมถุงชนแต่งงานกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
"ไม่ต้องรอย้ายไปต่างประเทศก็คลุมถุงชนได้เลยครับคุณย่า" นัดดายุย่าชอบใจ ทำเอาวารีขำ แซวว่าเห็นทำหงิมๆแต่ไม่เบาเหมือนกัน ส่วนนุชทำเป็นไม่สนใจก้มหน้าก้มตาแพ็กของแต่ในความคิดยังนึกถึงภาพบาดตาที่นัดดากอดปลอบนันทวดีที่ข้างรถแล้วพากันหายไป ร้ายกว่านั้นคือจนวันนี้เขายังไม่พูดถึงเรื่องนั้นเลย
ooooooo
หาญพงศ์พานันทวดีไปพักที่รีสอร์ตต้อนรับการกลับสู่ความโสดของเธอ นันทวดีถามว่าต่อไปไม่รู้จะหาเงินที่ไหนใช้อีกแล้ว หาญพงศ์บอกว่าไม่ต้องห่วงอยู่กับตนเธอไม่มีวันกระเป๋าแห้ง ให้เธอหลบอยู่ที่นี่ได้ตามที่ต้องการจนกว่าจะสบายใจ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน
เพียงวันรุ่งขึ้น หาญพงศ์ก็หาทางให้เธอลงทุนทำธุรกิจใหม่นั้นคือการเก็งกำไรทองเพราะทองตอนนี้กำลังราคาดี โดยเธอไม่ต้องทำอะไรแค่เซ็นเช็คให้เขาแล้วทองก็จะส่งมาถึงที่เลย ยุให้ซื้อทองรูปพรรณเพราะยังใส่ไปโชว์ได้ไม่เหมือนทองแท่งที่ซื้อมาเก็บอย่างเดียว
นันทวดีตกลงใช้เงินสองล้านในธุรกิจเก็งกำไรทอง พอได้รับเช็คหาญพงศ์ก็กลับไปทันที
ระหว่างเว้นจากการโอ้โลมของหาญพงศ์ นันทวดีโทร.ถึงนัดดา ทำเสียงเศร้าอย่างหดหู่กับชีวิต พูดให้นัดดาเป็นห่วงแล้วตัดสายให้เขาว้าวุ่นใจ ทิ้งระยะจนบ่ายแก่ๆก็โทร.ไปอีกครั้ง คราวนี้ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะฆ่าตัวตายเดี๋ยวนั้น
นัดดาเป็นห่วงมากบอกให้ใจเย็นๆหยุดคิดสั้นและอย่าอยู่คนเดียว นันทวดีได้ทีอ้อนว่าตนอยู่คนเดียวตนไม่มีใครแล้ว นัดดาเป็นห่วงถามว่าอยู่ไหน เมื่อรู้รายละเอียดเขาบอกให้รอเดี๋ยวจะไปหา
พอวางสายจากนัดดา นันทวดียิ้มอย่างเจ้าเล่ห์มีความสุขที่อ่อยนัดดาได้สำเร็จ รีบแต่งหน้าแต่งตัวในชุดวาบหวิวคอยชายหนุ่มผู้มีน้ำใจงามที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา...
ooooooo
สารัตถ์ไปคอยดักพบนันทวดีที่ร้านของนุชบอกว่าจะกลับไปก่อนที่นัดดาจะมา แต่ไม่นานนุชก็ได้รับโทรศัพท์จากนัดดาบอกว่าวันนี้ติดธุระมาช่วยปิดร้านไม่ได้ สารัตถ์เลยถือโอกาสขอนั่งต่อไปจนกว่าจะปิดร้าน
สีดาหงุดหงิดมากที่สารัตถ์มานั่งเฝ้าที่ร้าน แอบโทร.
หาแววตาบอกว่าปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวตนต้องไปรับแม่ด้วยทำไงดี
นัดดาขับรถไปรับนันทวดีเดินทางกลับกรุงเทพฯ เธอให้พาไปส่งที่คอนโดฯของหาญพงศ์โกหกว่ามาพักกับเพื่อน ชายหนุ่มลงมาช่วยขนของเธอลงจากรถ ระหว่างนั้น นันทวดีเอาโทรศัพท์มือถือโทร.หานุช
พอนุชรับสาย นันทวดีไม่พูดด้วย แต่แกล้งพูดเสียงดังเข้าโทรศัพท์ว่า
"ขอบคุณมากค่ะคุณนัด" เสียงนัดดาตอบว่าไม่เป็นไรครับแว่วเข้าไปด้วย จากนั้นก็ยังคุยกันถึงทางไปลิฟต์ เท่านั้นไม่พอ นันทวดีจงใจย้ำใส่โทรศัพท์ว่า "เดี๋ยวคุณนัดอยู่ทานข้าวเป็นเพื่อนนันบนห้องก่อนนะคะ"
นุชทนฟังไม่ได้กดตัดสายทันที หน้าร้อนผ่าวใจเต้นแรงจนต้องยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
นัดดาปฏิเสธที่จะอยู่ทานข้าวกับนันทวดีเพราะต้องรีบกลับไปทำงานต่อ นันทวดีไม่ตื๊อแต่พออึดใจต่อมาเธอก็กดโทรศัพท์ถึงนุชอีก คราวนี้ส่งรูปภาพหน้าตัวเองกำลังยิ้มระรื่นไปเยาะเย้ยนุช
ขณะนุชกำลังยืนมึนอยู่นั้น สารัตถ์เข้ามาเตือนว่าลูกค้าถามว่ามีเค้กฝอยทองเหลืออีกไหม นุชสังเกตเห็นสารัตถ์ยิ้ม
แปลกๆ แล้วอีกครู่เดียวนันทวดีก็ได้รับรูปที่ส่งมาทางโทรศัพท์
พอเปิดดูก็โกรธเลือดขึ้นหน้าเมื่อเห็นเป็นรูปนุชกับสารัตถ์กำลังยืนยิ้มแย้มคุยกันอย่างสนิทสนมที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์
นันทวดีโกรธแค้นนุช แต่ที่แท้สารัตถ์เป็นคนถ่าย จนเมื่อได้เวลาจึงช่วยกันปิดร้านแล้วขอเดินไปส่งนุชที่บ้าน เจอนันทวดีขับรถมาอย่างโกรธแค้น พอเห็นสารัตถ์กับนุชก็รีบหลบ ซุ่มดูจนสารัตถ์ส่งนุชที่หน้าบ้านแล้วกลับ
ooooooo
คืนนี้ นันทวดีนั่งดักรอนุชที่ห้องโถง พอนุชเดินลงมาก็หาเรื่องทันทีถามว่าสารัตถ์ไปหานุชที่ร้านทำไม นุชบอกว่าเขามารอดักพบเธอ นันทวดีก็ไม่เชื่อ นุชไม่แยแสจะเดินไป ก็ถูกกระชากมาถามว่านุชเป็นมือที่สามทำให้ครอบครัวตนแตกใช่ไหม
"เมื่อไหร่คุณจะเลิกโทษคนอื่นแล้วมองการกระทำของตัวเองเสียที" นุชย้อนถามอย่างไม่พอใจ นันทวดีจับนุชเหวี่ยงไปกระแทกผนัง ด่าว่าปากแข็งแล้วเข้าไปจับแขนบีบเต็มแรง ด่าอีกว่านุชเกิดมาเพื่อแย่งทุกอย่างไปจากตน
นุชพยายามดิ้นจะผลักนันทวดีออก ทันใดนั้นนวลใจลงมาจากข้างบนร้องเสียงดัง
"ปล่อยน้องเดี๋ยวนี้!"
นันทวดียังไม่ยอมปล่อย นวลใจจึงเข้าไปกระชากเหวี่ยงจนนันทวดีกระแทกกับเก้าอี้โต๊ะอาหารล้มกระแทกพื้นอีกทอดหนึ่ง พอลุกขึ้นได้ก็ชี้หน้าด่านุชอีก "แกจงใจทำลายชีวิตฉัน"
"แกนั่นแหละที่จงใจทำลายพวกเรา" เสียงวารีตวาดลั่น "บ้านฉันร้อนเป็นไฟก็เพราะแก ตั้งแต่แกเหยียบเข้าบ้านฉัน ก็มีแต่เรื่องเดือดร้อน แกเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านฉันได้แล้ว บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนอย่างแก"
นันทวดีได้ทีบอกให้จ่ายเงินอีก 10 ล้านมาแล้วตนจะไป นวลใจนัดทันทีว่าพรุ่งนี้จะจัดการให้แล้วขอให้ถือว่าเราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีก นันทวดีก็ยังกวนประสาทจนได้ว่าถ้าได้เงินแล้วตนเปลี่ยนใจขึ้นมาใครจะทำอะไรตนได้
"หน้าด้าน" วารีด่า
"ขอบคุณค่ะ" นันทวดีเอ่ยเสียงหวานแล้วกรีดกรายไป ท่ามกลางสายตาของวารีและนวลใจที่มองตามไปอย่างเกลียดเข้ากระดูกดำ
ooooooo
หลังจากเฉดหัวนันทวดีออกจากบ้านไปได้แล้ว รุจิราเตรียมจัดงานวันเกิดตัวเอง โดยมีแผนบางอย่างเตี๊ยมกับงามพิศไว้ จนเมื่อวันเสาร์ก็ย้ำกับงามพิศอีกครั้งว่าอย่าลืมที่เตี๊ยมกันไว้ เราต้องทำทุกวิถีทางที่จะกู้คะแนนคืนให้สารัตถ์ งามพิศรับรองว่าจะไม่ยอมให้น้องสะใภ้หลุดมือไปอีกแล้ว รุจิราถอนใจบ่นว่าจะหนักใจก็ที่วารีนี่แหละ
งานนี้ทั้งวารี นวลใจ และนุชรีไปทำบุญอวยพรวันเกิดรุจิราด้วย รุจิราถือโอกาสเลียบเคียงถามความเห็นนวลใจว่าเด็กๆจะกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม เพราะสารัตถ์ก็ได้รับผลกรรมไปแล้ว
ไม่ว่ารุจิราจะหว่านล้อมอย่างไร นวลใจก็ยังคงยืนกรานว่าทุกอย่างต้องแล้วแต่ลูก ตนไม่อยากจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกอีกแล้ว รุจิราถามว่าถ้านุชยอมให้โอกาสสารัตถ์เธอจะขัดขวางไหม นวลใจก็ยังยืนยันคำเดิมว่า "นวลบอกแล้วไงคะว่าแล้วแต่นุชเขา"
"ได้ยินแบบนี้พี่ค่อยใจชื้นขึ้นหน่อย ถ้าคุณพี่ได้ยินคงดีใจมาก" รุจิราเข้าไปกอดนวลใจไว้อย่างมีความหวัง แต่นวลใจกลับหน้านิ่งอย่างหนักใจ
สวีเองก็ถึงกับช่วยพูดด้วยตัวเอง ถามนุชว่ายังโกรธสารัตถ์อยู่หรือเปล่า นุชตอบเรียบๆว่า
"นุชเป็นคนทำใจได้เร็ว แต่เจ็บแล้วจำค่ะ"
"จะจำไว้ให้รกสมองทำไมลูก คนที่มันคิดผิดไม่เชื่อฟังพ่อแม่ก็ได้รับกรรมไปแล้ว ถ้าเราไม่ให้อภัยคนสำนึกผิดจะมีแรงใจกลับเนื้อกลับตัวได้ยังไงล่ะลูก"
นุชฟังแล้วก้มหน้าไม่ตอบ ในใจเดาได้ว่าสวีกำลังพยายามทำอะไรอยู่
ooooooo
ส่วนนันทวดีพอรู้ว่าพวกวารีไปงานที่บ้านรุจิราก็ต่อว่านุชว่าไม่ชวนกันเลย นุชบอกว่าเจ้าภาพไม่ได้
เชิญ นันทวดีเลยฝากความคิดถึงสารัตถ์และรับอาสาจะไปดูร้านให้นุช
แต่พอนุชไปจริงๆ นันทวดีก็ไปซื้อของสดที่ตลาด
ลิ่วไปที่บ้านนัดดา เพราะเขารับปากไว้ว่าจะคุยกับอาเล็กอาใหญ่ให้ว่าเธอจะมาเรียนทำอาหารระหว่างที่ยังทำใจเรื่องสารัตถ์ไม่ได้
แต่วันนี้อาเล็กกับอาใหญ่ไม่อยู่ นันทวดีสั่งสาวใช้ให้
ขนของสดไปไว้ที่ตู้เย็นแล้วเดินไปหานัดดาที่สาวใช้บอกว่าทำสวนอยู่หลังบ้าน
พอเห็นนัดดาใส่เสื้อกล้ามทำสวนอยู่ นันทวดีหลงใหลรูปลักษณ์ชายชาตรีของเขาทันที หาทางอ่อยอย่างไรก็ไม่สำเร็จเลยใช้มุกเดิมๆ ทำเป็นช่วยฉีดน้ำรดต้นไม้แล้วทำน้ำรดตัวเองจนเปียกปอนผ้าแนบเนื้อ นัดดาจึงให้ขึ้นไปเอาเสื้อผ้าของตนเปลี่ยนไปก่อน
นันทวดีใส่เสื้อของนัดดาคลุมยาวลงมาจนเห็นแค่ขากางเกงสั้นๆ แพลมนิดๆ อาใหญ่กับอาเล็กกลับมาเห็นพอดี สองอามองตาค้างนึกว่าหลานชายตนพลาดท่าเสียทีแล้ว พอนัดดาเข้ามาอาเล็กจึงเรียกไปคาดคั้นที่ห้องนอน นัดดายืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรอย่างที่อาเล็กคิด แล้วเล่าสาเหตุที่นันทวดี
ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฟัง ยืนยันหนักแน่นว่า
"อาเล็กครับ ผมเจอคนที่ผมรักและอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยแล้ว ผมไม่หาเศษหาเลยกับคนใกล้ตัวหรอกครับ"
อาเล็กหยิกแขนนัดดาอย่างหมั่นไส้ ปรามว่าคนไกลตัวก็ไม่ได้ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน แล้วกำหนดกะเกณฑ์แกมบังคับว่า
"ตำแหน่งหลานสะใภ้ของอา อาล็อกไว้ให้หนูนุชรี
คนเดียวเท่านั้น ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะ ห้ามทำให้อาผิดหวังเด็ดขาด" พอนัดดารับปากอาเล็กยังไม่หายหมั่นไส้หยิกบิดอีกที นัดดาร้องเสียงหลงขำๆว่า
"พอแล้วครับอา จำขึ้นใจแล้วครับ"
แต่เวลาเดียวกันนั้น นันทวดีเข้าครัวไปเรียนทำอาหารกับอาใหญ่ ซึ่งอาใหญ่ก็สอนให้ด้วยความเมตตาเหมือนลูกศิษย์คนหนึ่ง นันทวดีดีใจที่เข้าได้ถูกทาง ยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการในใจ
ooooooo
ตอนที่ 13
อยู่ร่วมงานที่บ้านรุจิราจนบ่ายๆ นวลใจ วารี และนุชจึงขอตัวกลับ รุจิรา สวี และสารัตถ์เดินออกมาส่ง รุจิราบ่นเสียดายว่าไม่น่ารีบกลับเลย นวลใจบอกว่านุชเป็นห่วงร้าน สวีได้จังหวะชมว่า
"ขายดีขนาดนั้นก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา ดีแล้วลูก รู้จักทำมาหากินสร้างเสื้อสร้างตัว ขยันแบบนี้ไม่มีทางอดตายหรอก"
นุชยิ้มรับอย่างอ่อนน้อมขอบคุณ แต่วารีอดกระแนะกระแหนไม่ได้ว่า
"ใช่ค่ะ มีแต่คนตาถั่วเท่านั้นล่ะค่ะคุณสวี ที่มองไม่เห็นค่าของหลานสาวดิฉัน"
สามพ่อแม่ลูกหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง นวลใจรีบพูดเปลี่ยนบรรยากาศ เอ่ยลาแล้วหันไปยกมือไหว้ ทุกคนไหว้และรับไหว้กัน แล้วรุจิราก็เดินไปจับมือนุชพูดอย่างมีความหวังว่า
"เรื่องมันจบไปแล้ว หนูกับพี่รัตถ์คงเจอกันได้เหมือนเดิม นะลูกนะ"
"ก็วันเกิดคุณสวีปีหน้าไงคะ ไปนะคะ" วารีตัดบทนิ่มๆแล้วจูงมือนุชเดินไปเลย นวลใจยิ้มอย่างเกรงใจรุจิรากับสวีแล้วจึงตามไป พอแขกกลับไปหมดแล้ว รุจิราหันไปค้อนลูกชายอย่างขัดใจ
เวลาเดียวกัน นันทวดีกำลังทำความสะอาดห้องครัวหลังหัดทำอาหารเสร็จ นัดดาถือเสื้อของเธอเข้ามาบอกว่าแห้งแล้ว นันทวดีชะม้ายมองบอกเขาว่า เดี๋ยวจะเอาเสื้อของเขาไปซักให้ก่อน จะซักรีดให้หอมฟุ้งเลย นัดดาบอกว่าไม่ต้องแต่เมื่อเธอยืนยันเช่นนั้นเขาจำต้องบอก "ก็ได้ครับ"
อาเล็กเข้ามาถามนัดดาว่าเพื่อนเขาจะกินเลี้ยงเมื่อไหร่ ตนกำลังเถียงกับอาใหญ่อยู่ นัดดาบอกว่าเสาร์หน้า นันทวดีหูผึ่งถามแทรกว่าวันเกิดนัดดาหรือ นัดดาบอกว่าปาร์ตี้กันเฉยๆเพื่อนๆติดใจฝีมือทำอาหารของอาใหญ่หาเรื่องมาทานอยู่เรื่อย
นันทวดีฉวยโอกาสขอสมัครเป็นลูกมืออาใหญ่ทันที อาเล็กเหล่ขวางๆแล้วจงใจบอกนัดดาว่า
"ยังไงก็อย่าลืมชวนหนูนุชด้วยนะ จะได้เปิดตัวแฟนอย่างเป็นทางการเสียที"
นัดดารับคำยิ้มๆ นันทวดีฟังแล้วไม่พอใจแต่จำต้องปั้นหน้ายิ้มไว้
ooooooo
นุชกลับมาถึงร้านขนมไม่ทันนั่ง นันทวดีก็เดินออกจากห้องน้ำของร้านในชุดที่ยืมเสื้อนัดดาใส่อยู่ เดินเข้าไปถามนุชว่าคุ้นเสื้อตัวนี้ไหม นุชตอบนิ่งๆว่าไม่คุ้น นันทวดีเลยดักคอว่าพูดจริงหรือแกล้งแล้วเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า วันนี้ตนว่างไปช่วยนัดดาทำสวนที่บ้าน เสื้อเลอะเลยขึ้นไปที่ห้องนอนนัดดายืมเสื้อใส่ก่อน
นุชถามว่าแล้วมาบอกตนทำไม นันทวดีเดินกรีดกรายไปมาบอกว่าจำเป็นต้องบอก กลัวนุชจะหึงแล้วงอนนัดดา พูดทิ้งท้ายว่าเดี๋ยวซักเสร็จจะฝากนุชไปคืนนัดดา
"พี่นันเก็บไว้เถอะค่ะ เสื้อตัวนี้พี่นัดไม่ชอบใส่อยู่แล้ว เดี๋ยวนุชซื้อตัวใหม่เพิ่มให้เองค่ะ"
นันทวดีสะอึกไปนิดหนึ่งที่ถูกย้อนเลยสวนกลับไปให้แสบยิ่งกว่าว่า
"งั้นก็ช่วยเลือกสีสดๆด้วยนะ เผื่อพี่จะยืมใส่อีก" พูดแล้วเดินกรีดกรายออกจากร้านไป
นุชมองตามไป พยายามสูดหายใจลึกๆอย่างไม่ยอมหวั่นไหวกับการยั่วยุของนันทวดีอีกแล้ว
นันทวดีเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าตัวเองแล้ว ส่วนเสื้อของนัดดาถูกปาที่พื้นรถอย่างหัวเสีย นั่งอยู่ในรถครู่หนึ่งจึงลงจากรถเดินเข้าบ้าน เจอวารีกับนวลใจรออยู่แล้ว พอเจอหน้านวลใจก็ยื่นเช็คให้ นันทวดีรับเช็คไปดูตัวเลขแล้วยิ้มแย้มเอ่ย "ขอบคุณค่ะ"
วารีบอกว่ารับเงินแล้วก็ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าเสีย นันทวดีตัดพ้อว่าทำไมถึงเสือกไสไล่ส่งหลานสาวตัวเองอย่างนี้ วารีย้อนถามว่าเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ อย่าได้ผิดคำพูด
นันทวดีตะแบงหน้าตาเฉยว่า ตนบอกว่าจะไปแต่ไม่ได้ บอกว่าจะไปวันไหน ต้องรอให้ตนหาที่อยู่ถูกใจได้ก่อนแล้วค่อยไป
"หน้าด้าน" วารีด่าอย่างเหลืออดเหลือทน
แทนที่จะสลด นันทวดีกลับย้อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่าด้านได้ อายก็อดมีที่ซุกหัวนอนซิ นวลใจปรามว่าหยุดพูด ยอกย้อนแบบนี้เสียทีได้ไหม
"ไม่ต้องเสียเวลาไปพูดดีกับมันหรอก แกไปให้พ้นๆหน้าฉันเลย ฉันไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าแกแล้ว" วารีพูดอย่างอ่อนใจหงุดหงิด กลับถูกนันทวดีเย้ยว่าให้ด่าแบบในละครก็ได้ วารีเดือดพล่านตวาด "แกไปให้พ้นนะ ไป!"
พอนันทวดีเดินยักย้ายยกเช็คขึ้นจุ๊บกวนประสาทขึ้นข้างบนแล้ว นวลใจพูดกับวารีอย่างพยายามทำใจปลงแล้วว่าเรากับเขาคงยังไม่หมดกรรมหมดเวรต่อกัน ให้อภัยเขาเสียเถิดจะได้ไม่ต้องต่อเวรต่อกรรมกันไปอีก
"ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วนะแม่นวล คนแบบนี้ก็มีด้วย ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับมันแล้ว"
"ตอนนี้วิญญาณคุณธวัชคงเสียใจนะคะ ที่คิดผิด เขียนพินัยกรรมทิ้งไว้แบบนั้น..." นวลใจน้ำตารื้นอย่างอึดอัดใจไม่น้อยกว่าวารี
ooooooo
ตกเย็น นัดดาเอากล่องใส่อาหารมาให้นุชที่ร้านบอกว่าคุณอาฝากมาให้ นุชปั้นยิ้มขอบคุณแล้วถามว่าจะทานอะไรดี นัดดาบอกว่าตนเรียบร้อยแล้ว นุชเลยถามแย็บๆว่าวันนี้ไม่ไปเที่ยวไหนหรือ
คำตอบของนัดดาทำให้นุชยิ่งไม่สบายใจเพราะเขาบอกแค่ว่าปลูกต้นไม้อยู่บ้านโดยไม่แพร่งพรายเรื่องนันทวดีเลย แต่กลับบอกว่า เสาร์หน้าอยากชวนไปงานปาร์ตี้ที่บ้าน นุชว่างหรือเปล่า
"ก็ยังไม่ติดอะไรค่ะ" นุชตอบแบ่งรับแบ่งสู้อย่างมีเรื่องคาใจอยู่ แล้วก็ชะงักเมื่อนัดดาบอกว่ามีปัญหาอยู่นิดหนึ่งคือนันทวดีจะขอไปเป็นลูกมือช่วยคุณอาทำอาหารด้วย พอเห็นนุชชะงัก นัดดาพูดต่ออย่างไม่สบายใจว่าถ้านุชไม่สะดวกใจไปก็...นุชเลยขัดขึ้นว่า "รู้แบบนี้นุชยิ่งต้องไปค่ะ"
"พี่อยากจะบอกนุชไว้นะครับ พี่ไม่ได้คิดอะไรกับคุณนันเกินกว่าความเป็นเพื่อน" นัดดาออกตัว
"นุชก็อยากจะบอกให้พี่นัดเข้าใจเหมือนกันค่ะ บางที ของบางอย่างเราก็ไม่ได้ถูกใจอะไรนักหนาหรอกนะคะ แต่เห็นว่ามีคนอยากได้นักก็เลยอยากได้ขึ้นมามั่ง สุดท้ายถึงจะแย่งมาได้ก็อาจจะโยนทิ้งถ้ามาพบว่ามันไม่มีค่าพอที่จะเก็บไว้" ตลอดเวลาที่นุชพูด เธอจ้องหน้านัดดานิ่ง...นิ่งเสียใจ ชายหนุ่มอึ้ง พอพูดจบเธอถามว่า "กาแฟเย็นสักแก้วนะคะ" แล้วลุกเดินไป
"นุชเปลี่ยนไปเยอะนะ" นัดดาทึ่งจนอดพูดไม่ได้ นุชหยุดหันมองเขา นัดดาพูดอย่างไม่หายทึ่งว่า "ดูเข้มแข็งขึ้นมากกว่าวันแรกที่พี่รู้จัก"
"ประสบการณ์มันสอนให้เราแข็งแกร่งขึ้น ปกป้องตัวเองมากขึ้นมังคะ ขืนเจอแต่ประสบการณ์แย่ๆบ่อยเข้า นุชก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าจะกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป" พูดเรียบๆหน้านิ่งๆแล้วหันเดินไปชงกาแฟที่เคาน์เตอร์ด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง เยือกเย็น
ooooooo
หลังจากกระแสข่าวค่อยซาลงไปแล้ว นันทวดีกลับไปที่บ้านสร้อยสอางค์อีกครั้ง คราวนี้เจอเข้าจังๆเลยลุยเข้าไปต่อว่าต่อขานทั้งแม่ทั้งยายที่ทำกับตนได้ถึงขนาดนี้
(อ่านต่อพรุ่งนี้)




















