นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว 19/09/53

โดย จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ...แพรพริมา 19 ก.ย. 2553 05:01

ตอนที่ 10        (ต่อจากวานนี้)

ระหว่างนั้น กล้องแพนไปจับภาพนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวบนดาดฟ้าของบริษัท กำลังโปรยเงินจำนวนมากจากกระเป๋าใส่เงินของแก๊งเงินกู้นอกระบบ ผู้คนต่างเฮโลเก็บเงินที่ปลิวว่อนไปทั่ว นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอาศัยจังหวะชุลมุน ขี่มอเตอร์ไซค์ ซุปเปอร์ถึกคู่ใจหนีไป

ด้านธงไทปิดทีวีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แสงระวีย้ำให้พ่อของเธอเห็นว่า นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเก่งจริงอย่างที่เธออวดสรรพคุณ เธอคิดว่าตอนนี้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคงเริ่มแผนการรับมือกับองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์แล้ว ธงไทฟังอย่างสนใจ...

เสือปล่อยให้หัวหน้าแก๊งเงินกู้นอกระบบในสภาพบอบช้ำเอาคำพูดของเขากลับไปบอกอำนาจว่า ถ้าคิดจะทำให้แผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟ อำนาจจะต้องข้ามศพนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปก่อน อำนาจยัวะจัดที่หัวหน้าแก๊งมีสมุนรายล้อมมากมายกลับปล่อยให้ไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้กำแหงมาข่มขู่เขา

"ไอ้นั่นมันไม่ใช่คน พวกเราพยายามจะฆ่ามันแล้ว แต่ทั้งมีดทั้งปืนทำอะไรมันไม่ได้เลย"

กำนันฉ่ำถามว่าไอ้หมอนั่นมีวิชาอยู่ยงคงกระพันด้วยหรือ หัวหน้าแก๊งพยักหน้า ลิงลมชักสนใจขึ้นมา หัวหน้าแก๊งเงินกู้ทำให้งานขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ต้องสะดุด โทษที่ได้รับคือตาย อำนาจจ่อยิงเขาอย่างไร้ความปรานี แล้วทวงถามกำนันฉ่ำว่าให้ไปสืบเรื่องนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตั้งนานแล้วแต่ทำไมยังไม่ได้เรื่อง

"พวกเรากำลังพยายามอยู่ครับผู้พัน"

"แต่ยังพยายามไม่พอ รีบๆหาทางกำจัดไอ้แมลงหวี่ตัวนี้ให้พ้นหูพ้นตาฉัน เข้าใจไหม"

กำนันฉ่ำรับคำ มองตามอำนาจที่เดินหัวเสียออกไปอย่างเซ็งๆ ลิงลมตั้งข้อสังเกตว่า พลังพิเศษของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่หัวหน้าแก๊งพูดถึงคล้ายกับของเสือมาก เขาคิดว่าน่าจะเป็นคนคนเดียวกัน...

ในเวลาต่อมา กำนันฉ่ำกับลิงลมแวะมาดูอาการของมะลิซึ่งนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ในเซฟเฮาส์ของอำนาจ โดยมีเห่าดงนั่งเฝ้าไม่ห่าง กำนันฉ่ำถามเห่าดงว่าอาการของมะลิเป็นอย่างไรบ้าง

"หมอเพิ่งมาดูให้เมื่อกี้นี้ เห็นว่ายังเหมือนเดิม ไม่รู้จะรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อไหร่"

กำนันฉ่ำมองดูมะลิแล้วหันไปพูดกับลิงลมว่าถ้าเป็นอย่างที่ลิงลมสงสัย เขาคงต้องบอกให้หมอหาทางทำให้มะลิรู้สึกตัวเสียที กำนันฉ่ำไม่เห็นลูกชายอยู่แถวนั้น ถามเห่าดงว่าศรหายหัวไปไหน ให้ไปสืบเรื่องของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยังไม่เห็นกลับมารายงานความคืบหน้า ได้ความว่าตอนนี้ศรไปฝึกวิชาอยู่...

ด้านศรกำลังคร่ำเคร่งฝึกวิชาอยู่ในโบสถ์ร้างท่ามกลางคืนเดือนมืด มีศพ 5 ศพรายล้อมรอบตัวเขา ที่ข้อมือของศพมีสายสิญจน์โยงมารวมกันที่หัวกะโหลกลงอักขระขอมโบราณ ศรนั่งท่องคาถาอยู่อึดใจ เหล่าซากศพถูกปลุกให้กลายเป็นผีดิบกระหายเลือด ผีดิบตัวหนึ่งพุ่งกัดศรจมเขี้ยว

ศรฝืนความเจ็บปวดท่องคาถาพึมพำ ผีดิบกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ถอยกรูดไปรวมกับผีดิบตัวอื่น ศรค่อยๆลืมตาขึ้นมองพวกผีดิบอย่างไม่หวั่นเกรงเพราะเขาฝึกวิชาจนกล้าแข็ง แล้วหันไปหยิบปืนลูกซองลงอาคมสาดกระสุนใส่พวกผีดิบ ฆ่าทีละตัวๆจนหมด ศรยิ้มสะใจ ตะโกนลั่น "ข้าคือหนึ่งในแผ่นดิน"

ooooooo

ตอนที่ 11

คืนเดียวกัน ขณะเคนกำลังจอดแท็กซี่รอรับส้มหลังเลิกงาน สิงห์พรวดพราดเข้าไปนั่งในรถแท็กซี่ของเคน เชิญตัวเขาไปสอบปากคำเรื่องที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวช่วยชีวิตเขาไว้ เคนถึงกับหน้าเสีย ส้มเลิกงานออกมาเห็นเหตุการณ์พอดี รีบกลับไปรายงานเสือทันที...

สิงห์พาเคนมาที่ห้องสอบสวน ยิงคำถามใส่เป็นชุดว่ารู้จักนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไหม แล้วทำไมเขาถึงเข้าไปช่วยเคนจากบริษัทเงินกู้ เคนตีหน้าซื่อบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น สิงห์สงสัยว่าทำไมเสียงคนที่โทร.ไปแจ้งข่าวสถานีโทรทัศน์ถึงเหมือนเสียงเคน เคนถึงกับสะอึก แกล้งกระแอมเจ็บคอ สิงห์ขู่ว่าถ้ารู้แล้วไม่ยอมบอก เขาจะถือว่าเคนร่วมมือกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

"ผมแค่คนขับรถแท็กซี่นะครับ ไม่ใช่โรบินคู่หูแบทแมน"

"งั้นอธิบายหลักฐานมา"

"เอ่อ...คือผมเห็นว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกำลังดัง เลยอยากเกาะกระแสออกทีวีกับเขาบ้าง ผมก็เลยโทร.ไปบอกนักข่าวให้มาทำข่าว"   เคนปั้นหน้าซื่อสุดฤทธิ์ยืนยันว่าที่เล่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง สิงห์จ้องหน้าเคนจับพิรุธ แต่เคนตีบทใสซื่อแตก สิงห์ไม่รู้จะตั้งข้อหาอะไร เลยปล่อยเคนกลับไป...

ระหว่างขับรถกลับบ้าน สิงห์รู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยตาม ทันใดนั้น มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งตีคู่รถของเขา สิงห์หันไปมองแล้วต้องแปลกใจ  ที่เห็นว่าเป็นรถของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เขามองสิงห์กลับมาด้วยสายตาท้าทาย ก่อนขับรถนำไป สิงห์ไม่รอช้ารีบเร่งความเร็วตามมาจนถึงบริเวณตึกร้าง

สิงห์ชักปืนออกมา กวาดตามองไปตามมุมมืดอย่างระแวดระวัง พลันมีเงาดำวิ่งผ่านหลัง สิงห์หันขวับเหนี่ยวไกปืนใส่ มั่นใจว่าโดนเป้าหมาย เสียงนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตะโกนขึ้น

"ผมไม่ใช่เป้าหมายที่ผู้กองจะมาเสียเวลาด้วยหรอก"

"พวกที่ทำผิดกฎหมาย เป็นเป้าหมายของฉันทุกคน"

"ดูเหมือนว่า ผมจะมาขอให้ผู้กองอยู่ฝ่ายเดียวกับผมไม่ได้แล้ว...งั้นเราก็คงต้องสู้กัน แต่ผู้กองก็รู้ว่าผู้กองสู้ผมไม่ได้" นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก้าวออกมายืนประจันหน้ากับสิงห์

"ยังไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ" ขาดคำ สิงห์ยิงใส่นักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวเป็นชุด แต่เขารับกระสุนได้หมด สิงห์เห็นว่าปืนทำอะไรนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้ วางปืนลง ขอท้าประลองฝีมือด้วยเพลงมวย เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่มีทางเลือกนอกจากตอบตกลง ทั้งคู่เข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด

เสืออยากพิสูจน์ฝีมือกับสิงห์อย่างยุติธรรมจึงไม่ยอมใช้พลังข้าวเหนียว เขาตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายเข้าหา สิงห์ก็ง้างหมัดเด็ดของตัวเองเช่นกัน หมัดของทั้งสองคนประสานงากันอย่างจัง ต่างฝ่ายต่างกระเด็นไปตามแรงหมัดที่หนักหน่วง สิงห์ตั้งหลักได้ก่อน พุ่งเข้าไปคว้าปืนขึ้นเล็งเสือ

"ฝีมือแกดีมากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แกพ้นความผิดเมื่อไหร่ ฉันจะชวนแกมาร่วมงานกับตำรวจ...อย่างเปิดเผย"   สิงห์ถือปืนเข้าไปหมายจับกุมเสือ

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นจากระยะไกล สกัดไม่ให้ สิงห์เข้าถึงตัวเสือ สิงห์ต้องพุ่งหลบกระสุนปืนปริศนา หาทางจะยิงตอบโต้แต่ไม่มีโอกาส ห่ากระสุนพุ่งใส่เป็นชุดเขาจำต้องถอยกรูด พอสิ้นเสียงปืนนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหนีไปแล้ว สิงห์มองไปฝั่งตรงข้ามที่มือปืนอยู่อย่างเจ็บใจ

ขณะที่โรสในชุดแดงสวมหน้ากากสีแดงปกปิดใบหน้ากำลังเก็บอาวุธใส่กระเป๋า สิงห์ตามเข้ามาจ่อปืนด้านหลัง สั่งให้ยกมือขึ้นแล้วหันหน้ามา สิงห์แปลกใจที่เห็นมือปืนเป็นผู้หญิงสวมหน้ากาก คิดว่าต้องเป็นพวกเดียวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เอื้อมมือจะถอดหน้ากาก โรสคว้ามือข้างที่ถือปืนแล้วแย่งปืนมาจ่อหลังสิงห์ไว้

"ปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทำงานของเขาไป ถ้าคุณไปขัดขวางเขาอีก ฉันจะเล่นงานคุณ"

สิงห์เห็นเสียงเงียบไป หันไปมองอีกครั้ง สาวหน้ากากแดงหายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงดอกกุหลาบแดงที่พื้นหนึ่งดอก สิงห์หยิบขึ้นมามองด้วยความประหลาดใจ

ooooooo

เสือเล่าเรื่องสาวหน้ากากแดงให้ส้มกับเคนฟังระหว่างกินข้าวเช้าด้วยกัน เขาเป็นหนี้บุญคุณเธอคนนั้น ถ้าไม่ได้เธอช่วยไว้ ป่านนี้สิงห์คงรู้ความลับของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวไปแล้ว

"น่าอิจฉาบักเสือจริงๆเลยเว้ย มีแนวร่วมเป็นผู้หญิงถึงสองคน ไหนจะสาวหน้ากากแดง ไหนจะคุณแสงระวีคนสวย คิดแล้วอยากเป็นฮีโร่กับเขาบ้าง"

ส้มหมั่นไส้ แดกดันว่าหน้าหักอย่างเคน ขับแท็กซี่อย่างเดิมก็ดีแล้ว แล้วหันไปชวนเสือไปทำบุญให้มะลิ เธอเตรียมของทำบุญไว้แล้ว เสื้อชะงักอึกอัก ส้มไม่ทันสังเกตรีบควงแขนเขาออกไป...

ในบ้านของลมใต้ปีก ธงไทดูวีดิโอการต่อสู้ระหว่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับสิงห์ที่โรสบันทึกไว้ถึงกับอึ้ง โรสยอมรับว่าฝีมือของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสุดยอด ที่จริงเขาสามารถเอาชนะสิงห์ได้ด้วยพลังพิเศษ แต่เขากลับไม่ทำ ธงไทเห็นว่าถ้าเราได้คนแบบเขามาเป็นพวก การกำจัดองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

โรสแนะนำให้ติดต่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวผ่านทางแสงระวีเพราะเป็นคนเดียวที่ติดต่อเขาได้ ทีแรกธงไทไม่เห็นด้วย ไม่อยากดึงลูกมาเกี่ยวข้อง แต่สุดท้ายต้องยอมทำตามคำแนะนำของโรส...

ธงไทอ้างกับลูกว่าอยากติดต่อกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเพื่อจะได้เปิดโอกาสให้เขาแสดงตัวตนที่แท้จริงให้คนในสังคมหายเคลือบแคลง แสงระวีไม่รู้ว่าจะติดต่อเขาได้อย่างไร และที่สำคัญ ตอนนี้สิงห์ต้องการตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาก ส่งคนมาเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอ จนเธอแทบจะขยับตัวไปไหนไม่ได้

"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องห่วง พ่อจัดการให้ได้" ธงไทยิ้มมีเลศนัย...ครู่ต่อมา แสงระวีขับรถออกจากสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มจะขับรถตาม แต่ธงไทขับรถปาดหน้าขวางไว้ ทำให้ทั้งคู่ตามแสงระวีไม่ทัน...

แสงระวีโล่งใจที่สลัดลูกน้องของสิงห์พ้น ขับรถเข้ามาจอดบริเวณวัด หยิบของทำบุญที่เตรียมไว้ในรถจะเดินเข้าวัด แต่ต้องชะงักเพราะเห็นเสือกับส้ม หญิงสาวทั้งสองคนต่างมองหน้ากัน

"ต๊ายตาย...บังเอิญอะไรอย่างนี้เนี่ย พี่เสือจ๊ะ ฉันว่าเราเปลี่ยนไปทำบุญวัดอื่นเถอะจ้ะ ส้มไม่อยากทำบุญวัดเดียวกับยัยนั่น เดี๋ยวชาติหน้าต้องมีเวรมีกรรมด้วยกันอีก"

แสงระวีไม่พอใจที่โดนแขวะ แกล้งต่อว่าเสือว่านัดมาทำบุญให้มะลิแค่เราสองคน แล้วทำไมถึงมีคนอื่นตามมาขอส่วนบุญด้วย ส้มปรี๊ดแตกที่แสงระวีว่ากระทบกระเทียบว่าเธอเป็นเปรต เลยแช่งชักหักกระดูกเสียยกใหญ่ แสงระวีรำคาญเอาของทำบุญที่เตรียมมายัดใส่มือเสือ ฝากทำบุญให้มะลิด้วย ขยับจะเดินหนี

เสือคว้ามือเธอไว้ ขอร้องให้อยู่ทำบุญด้วยกันก่อน ถ้าไม่เห็นแก่เขาก็ให้เห็นแก่มะลิ อย่างน้อยเธอเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับมะลิ แสงระวีใจอ่อนยอมอยู่ทำบุญด้วย ท่ามกลางความไม่พอใจของส้ม...

ระหว่างที่เสือกับแสงระวีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้มะลิ ราวกับมีปาฏิหาริย์ มะลิซึ่งนอนหลับเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในเซฟเฮาส์ของอำนาจ อยู่ๆก็ละเมอเรียกชื่อเสือ เห่าดงตกใจ ตะโกนบอกกำนันฉ่ำกับศรว่ามะลิรู้สึกตัวแล้ว สองพ่อลูกรีบเข้ามาดูใกล้ๆ

"พี่เสือๆช่วยฉันด้วย" มะลิเพ้อออกมาเบาๆ...

ตั้งแต่เสือรู้ความจริงว่าแสงระวีเสียแม่ของเธอไปอย่างไร้ความยุติธรรมเหมือนที่เขาเสียพ่อกับมะลิ ความขุ่นข้องหมองใจที่เคยมีต่อเธอก็ลดน้อยลงแทบไม่เหลือ กรวดน้ำเสร็จเสือกับแสงระวีเอาน้ำที่กรวดอุทิศส่วนกุศลมาเทใส่ต้นไม้ใหญ่หลังวัด แสงระวีแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเสือ อดถามไม่ได้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้ญาติดีกับเธอ ทั้งๆที่ผ่านมาเราสองคนคุยกันได้ไม่เกินสิบประโยค เขาเป็นต้องหาเรื่องเธอ

"คุณต่างหากที่ชอบหาเรื่องผม คุณน่ะเป็นคนหัวแข็งเอาแต่ใจตัวเองไม่ใช่ผม"

แสงระวีแว้ดใส่ หาว่าเขาหลอกด่าเธอ จังหวะนั้นเสียงส้มตะโกนเรียกหาเสือดังขึ้น เสือยังมีหลายเรื่องต้องคุยกับแสงระวี จึงออกปากจะเลี้ยงข้าวกลางวันเธอแล้วพากันหลบหน้าส้มออกจากวัด ไม่นานนักทั้งคู่มาถึงร้านส้มตำริมถนน เสือหวั่นๆว่าคนกรุงอย่างแสงระวีจะไม่ชอบกินอาหารประเภทนี้ ที่ไหนได้
ตำปูปลาร้ากับอ่อมไก่คือของโปรดของเธอ เสือไม่ลืมสั่งข้าวเหนียวมากินเพิ่มพลังด้วย

(อ่านต่อพรุ่งนี้)

โหวตข่าวนี้

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง