advertisement

"หูเสือจีน" ต้นกับสรรพคุณ ต่างกับหูเสือไทย

โดย นายเกษตร 17 ต.ค. 2555 05:00

ผู้อ่านไทยรัฐจำนวนมาก อยากทราบว่า “หูเสือจีน” ต่างกับหูเสือไทยอย่างไร ซึ่งทั้ง 2 ชนิด ต่างกันทั้งลักษณะทางพฤกษศาสตร์และสรรพคุณทางสมุนไพร โดย “หูเสือจีน” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า RUBUS PAVIFOLIUS LINN. เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กจำพวกไม้เลื้อย มีเหง้าหรือไหล ทั้งต้นมีขนละเอียดทั่ว ที่สำคัญต้นและใบจะไม่มีเมือกเหมือนกับต้นและใบของหูเสือไทย

บริเวณใบและกิ่ง จะมีหนามเล็กๆขึ้นกระจายทั่ว แต่ไม่สามารถทิ่มแทงผิวหนังให้บาดเจ็บได้ ลำต้นกลมแข็งสีเขียวสด สามารถเลื้อยได้ยาวถึง 5-6 ฟุต ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชนิดมีใบย่อย 3-5 ใบ ก้านใบหลักออกเรียงสลับ ลักษณะใบเป็นรูปพัดใบตาลหรือรูปไตโคนใบเว้า ขอบใบจักตลอด หน้าใบสีเขียวสด หลังใบสีเขียวด้าน เนื้อใบค่อนข้างหนาและเหนียว ไม่มีเมือกเหมือนใบหูเสือไทยตามที่กล่าวข้างต้น เวลามีใบดกจะน่าชมมาก

ดอก เป็นสีม่วงแกมสีขาว โดยดอกจะออกในช่วงฤดูฝนและฤดูร้อนทุกปี ส่วนฤดูหนาวจะไม่มีดอก ลักษณะดอกโคนเชื่อมกัน ปลายแยกเป็นกลีบดอก 5 กลีบ “ผล” ทรงกลม เมื่อสุกเป็นสีแดง รสชาติหวานรับประทานได้ มีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยเหง้า ทั้งต้นรสฝาดเฝื่อน สรรพคุณ ต้นและใบ 1 ตำลึง ต้มดื่ม แก้เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว เนื่องจากโรครูมาติสม์ใช้ 1 ตำลึง ต้มกับกระดูกหมูกิน ต้นและใบ ดองน้ำส้มสายชู เอาน้ำทาข้อมือข้อเท้าที่ปวด เป็นเบาหวาน ใช้ 1-2 ตำลึง ต้มกับเซี่ยงจี๊หมูกินประจำ ผื่นคันตามตัว ต้นใบต้มน้ำล้าง หรือใบขยี้ถูทาหาย อัตราส่วน 1 ตำลึง เท่ากับ 37.50 กรัม สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทานเด็ดขาด

ปัจจุบัน “หูเสือจีน” มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป เหมาะจะปลูกลงกระถางไว้ใช้ประโยชน์เป็นสมุนไพรจีนตามที่กล่าวข้างต้นครับ.


“นายเกษตร”

โหวตข่าวนี้