advertisement

เรียนรู้คู่กิจกรรม แบบสาวบัญชี จุฬาฯ

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 29 มิ.ย. 2555 05:30

เผลอแป๊บๆ ก็เข้าสู่ศุกร์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน และยังเป็นศุกร์สุดท้ายของครึ่งปี 2555 แล้วด้วย เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ใครยังไม่ได้เริ่มลงมือทำตามสิ่งที่ใจวางแผนเอาไว้ในปีนี้ก็ต้องรีบๆ กันหน่อยแล้ว สัปดาห์นี้ 'สวัสดีแคมปัส' จะพาไปทำความรู้จักกับสาวหมวย นักบัญชี จากรั้วจามจุรี ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 อยู่ในขณะนี้

ช่วงระยะเวลาเดือนแรกของการเปิดภาคเรียนที่ 1 ในมหาวิทยาลัย ภาพน้องปี 1 เดินจูงมือเรียงแถวกัน เสียงตะโกนที่แสดงให้เห็นถึงพลัง ความพร้อมเพรียงและสามัคคี มักจะมีให้เห็นกันบ่อยครั้ง เบื้องหลังของภาพและเสียงเหล่านี้ บัญชาด้วยรุ่นพี่แต่ละชั้นปี ซึ่งวันหนึ่งพวกเขาก็เคยผ่านจุดนั้นกันมาแล้ว


สำหรับ 'ดารารัตน์ มหตระกูลรังษี' หรือน้องแอม นิสิตชั้นปีที่ 3 ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นพี่ที่คลุกคลีอยู่ในห้องกิจกรรม ทั้งกิจกรรมบ้านรับน้อง การเชียร์ เดินพาเหรด รวมถึงเป็นนักกีฬาของคณะ เล่าถึงสมัยที่ตนเริ่มเข้ามาเป็นเฟรชชี่กับ 'สวัสดีแคมปัส' ว่า ตอนนั้นทำกิจกรรมเกือบทุกอย่างที่มี เพราะเป็นคนชอบกิจกรรมอยู่แล้ว ทำให้ต้องกลับบ้านดึกทุกวัน แรกๆ ก็โดนคุณพ่อว่า เพราะกลัวว่าเราจะทำกิจกรรมจนเสียการเรียน อีกทั้งสุขภาพเราก็ไม่ค่อยดีนัก แต่เราก็แสดงให้เห็นว่าการทำกิจกรรมใช่ว่าจะฉุดเรื่องการเรียน

"กิจกรรมไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย กลับกันกิจกรรมเป็นตัวผลักดันให้เรายิ่งต้องตั้งใจเรียนมากขึ้น เพราะเมื่อเรารู้ว่ามีเวลาเรียนและทบทวนน้อยกว่าคนอื่น จึงกระตุ้นตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไป เคล็ดลับง่ายๆ คือการอ่านเพิ่มทดแทน อย่างถ้าเพื่อนอ่านก่อนสอบ 2 สัปดาห์ เราก็จะอ่านก่อนสอบ 3 สัปดาห์ เพื่อจะได้มีเวลาทบทวนเนื้อหาที่เราไม่ได้เรียน หากไม่เข้าใจจุดไหน ก็จะถามเพื่อนหรืออาจารย์ นอกจากนี้ ก็จะใช้การเขียน จดในกระดาษไปด้วยเวลาอ่าน เพื่อช่วยเรื่องความจำมากยิ่งขึ้น"


แม้ว่าตารางทำกิจกรรมของน้องแอมจะแน่น แต่เกรดเฉลี่ยรวมของเธอคือ 3.69 เกียรตินิยมอันดับ 1 ในตอนนี้ น้องแอม บอกว่า จริงๆ แล้วเป็นคนที่เรียนอะไรก็ได้ เพราะคิดว่าเมื่อจบไป ทุกอย่างคือการเริ่มใหม่ในสังคมใหม่ ซึ่งเราต้องมีการปรับตัวอีกครั้ง แม้ว่าตอนแอดมิชชั่นอันดับแรกที่ตั้งใจคือคณะนิเทศศาสตร์ แต่สุดท้ายก็ได้มาเรียนคณะนี้ ซึ่งเลือกไว้เป็นอันดับ 2 แต่ความสนุก มีความสุขในการเรียน และการเลือกเรียนด้านการตลาด มันก็ยังพอมีความคล้ายคลึงอยู่บ้าง เพราะไม่อยากทำงานอยู่กับที่ อยากเจอผู้คนมากๆ ชอบพูดชอบคุย เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด

หากจะพูดถึงสิ่งที่ได้จากกิจกรรมนอกจากเพื่อน พี่ น้อง ในคณะของตัวเองแล้ว น้องแอม บอกว่า ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนคณะอื่นๆ เพราะกิจกรรมบ้านรับน้อง เราได้มีโอกาสเจอคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ ได้รู้จัก ทั้งแพทย์หรือวิศวะ ซึ่งถ้าไม่ร่วมกิจกรรมก็อาจจะไม่มีโอกาสรู้จักกันเลย นอกจากนี้แล้ว กิจกรรมก็ช่วยให้เรารู้จักปรับตัวเข้ากับสังคม รวมถึงการทำงาน สอนให้เรารู้จักความสามัคคี ความลำบาก โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วม ที่ได้มีโอกาสเป็นจิตอาสา ทำให้เรารู้ว่าอาชีพที่ใช้แรงงาน ต้องใช้ความอดทนสูง เมื่อเราได้โอกาสลงไปทำจริงๆ ซึ่งนี่ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ประทับใจมาก เพราะได้เห็นคนต่างที่ ต่างสถาบัน ต่างอาชีพ มารวมตัวช่วยเหลือกัน


น้องแอม บอกว่า พอมาเป็นรุ่นพี่ กิจกรรมที่ทำก็มีความต่างและยากขึ้น การรับน้องจากที่เราเคยเข้าร่วมโดยที่ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้แล้ว ก็กลายมาเป็นคนที่เริ่มคิด และทำให้น้องๆ บ้าง เราต้องหาวิธีการทำอย่างไรให้น้องรักกัน ให้น้องเข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่ใช้มาตรการลงโทษ และทำให้น้องสนุกกับกิจกรรมที่เราเตรียมไว้

"อยากฝากน้องๆ ปี 1 ว่าหากมีกิจกรรมอะไร ก็ควรเปิดใจเข้าร่วม เพราะทางรุ่นพี่หรือคณะตั้งใจทำมาให้เรา แต่ก็ใช่ว่าจะทำกิจกรรมอย่างเดียว หรือเรียนอย่างเดียว เพราะสมัยนี้มันไม่พอสำหรับการทำงาน เก่งอย่างเดียวไม่มีสังคมก็คงไม่ได้ มีสังคมแต่ไม่มีความสามารถเลยก็ไม่ดี แต่เราควรจะมีทั้งสองอย่างควบคู่กันไป ไม่ต้องมีเยอะมาก แต่ให้รู้จักปรับใช้ก็พอ"

กีฬา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอได้พบคนมากขึ้น ด้วยการเป็นนักบาสของคณะ พอมาเป็นรุ่นพี่ก็อาจจะคุมน้องๆ แทน ส่วนกีฬาอื่นที่น้องแอมเล่นก็น่าสนใจไม่เอา ทั้งการยิงปืน ยิงธนู และขี่ม้า ซึ่งแต่ละชนิด พอจะบอกได้ว่าสาวคนนี้ไม่หวานอย่างที่คิด


นอกจากนี้ น้องแอมยังเข้าคัดเลือกและได้เป็นดีเจของคณะ จัดรายการในช่วงเช้าและบ่าย เพราะเป็นคนชอบฟังเพลง และอยากเปิดเพลงให้คนอื่นฟัง เป็นสื่อและตัวแทนบอกข่าวสารหรือเรื่องราวต่างๆ ซึ่งแต่ละครั้งเธอจะหาประเด็นที่อยู่ในกระแสมาพูดคุย ทำโพลสำรวจความคิดเห็น และใช้ความเป็นคนชอบพูดชอบคุยของตัวเองให้เป็นประโยชน์

"เสียใจที่เราได้ทำดีกว่ามานั่งเสียดายทีหลังว่าทำไมไม่ยอมลงมือทำ" คือคติของน้องแอมต่อทุกๆ เรื่อง ที่ช่วยกระตุ้นให้เธอทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการเริ่มเดินทางเข้าสู่การประกวดเวทีต่างๆ การเล่นโฆษณาและเอ็มวี ซึ่งถึงแม้ว่ายังไม่ใช่นักแสดงหลัก แต่เธอบอกว่า แค่ได้รู้วิธีการการทำงาน เบื้องหน้าและเบื้องหลังก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าแล้วที่ได้มีโอกาส ซึ่งหากมีโอกาสอีกก็ยินดีเสมอ

เมื่อถามถึงอาชีพที่อยากทำ น้องแอม บอกว่า อย่างที่บอกว่าอยากเจอผู้คน และชอบพูดชอบคุย จึงอยากเป็นพิธีกรเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ไปเจอผู้คนและสถานที่ใหม่ๆ เพราะเชื่อว่าอย่างน้อยต้องได้อะไรจากคนเหล่านั้น เพราะทุกคนมีพื้นฐานต่างกัน ต้องรู้จักการปรับตัว เข้าใจความเป็นเขา ซึ่งมันน่าจะท้าทายกับเรามากที่สุด แต่ก็ยังต้องมีการพัฒนาตัวเอง และหาประสบการณ์อีกมากกว่าจะถึงจุดนั้น


"คำพูดไม่ว่าใครจะพูดดีแค่ไหน ใครๆ ก็สามารถพูดกันได้ แต่การกระทำคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนได้เห็น เราไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอกว่าเราเป็นคนอย่างไร นิสัยดีอย่างไร เพราะคนที่พูดแล้วทำไม่ได้นั้นมีเยอะ แต่เราเชื่อกับการกระทำกับปัจจุบัน ไม่ยึดติดกับอนาคต แค่ทำให้ทุกวันนี้มีความสุข รักษาความเป็นเพื่อน พี่น้อง ครอบครัว ที่เรารักให้ดีก็พอ เพราะทุกอย่างมันต้องมีการเปลี่ยนแปลงได้ เราต้องรู้จักการเปลี่ยนแผนให้ทัน ตัดสินใจให้เร็ว".

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement