advertisement

'จูน' ดาวเภสัชฯ รังสิต สวยใสแบบธรรมชาติ

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 15 มิ.ย. 2555 05:30

กลับมาเจอกันอีกแล้ว กับ "สวัสดี...แคมปัส" เนื่องในวันสุดท้ายของการทำงานในสัปดาห์ หรือว่า "วันศุกร์แห่งชาติ" เชื่อว่าบรรยากาศเย็นนี้ของกรุงเทพฯ เมืองหลวงของเรา ก็คงจะรถติดเช่นเคย หากวันนี้ใครมีโปรแกรมไปฉลองวันหยุดที่แห่งหนใด เราขอแนะนำให้ตรวจเช็คเส้นทางกันก่อน อย่างน้อยก็จะได้ไม่ไปหลงทาง หรือเจอรถติดจนเสียเวลามากมาย แถมยังทำให้อารมณ์หงุดหงิด พาลจะหมดสนุกกันไปใหญ่ ยังไงก็อย่าลืมนำข้อเสนอแนะนี้ไปใช้ เผื่อจะช่วยกันได้ ไม่มากก็น้อย...

นอกเรื่องมาเยอะ เรากลับมาพูดถึง "สวัสดี...แคมปัส" ของเรากันบ้างดีกว่า ว่าสัปดาห์นี้จะมี "แคมปัสรับเชิญ" เป็นใครกันน้า ลองมาเดากันดู แต่ครานี้ขอเกริ่นถึงข่าวใหญ่แห่งปี ซึ่งคงหนีไม่พ้น คดีลักลอบนำยาซูโดอีเฟดรีนออกจากโรงพยาบาลหลายแห่งของประเทศ เพื่อนำไปผลิตเป็นสารเสพติด อ้าว...มันเกี่ยวกันอย่างไร เพราะแคมปัสรับเชิญฝันจะมีอาชีพอยู่หนึ่งในเรื่องราวใหญ่โตบานปลาย จนกลายเป็นคดีพิเศษไปแล้ว ทั้ง ผอ.โรงพยาบาล เภสัชกร ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็น ก็ต้องเดือดร้อนไปตามๆ กัน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ "สวัสดี...แคมปัส" อันแน่...มันต้องเกี่ยวแน่นอน เพราะแคมปัสรับเชิญ เป็นถึง "ว่าที่เภสัชกรสาวสวย" เลยทีเดียว

เริ่มจากชื่อแช่กันเลย สาวคนนี้มีชื่อเล่นว่า "น้องจูน" หรือ "พิชยา มณีรัตน์" เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของคณะเภสัชศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งไม่อยากจะบอกเลยว่า ว่าเธอใสมากๆ แค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นกริยา ท่าทาง มารยาท คำพูดคำจา รวมถึงความคิด จูนดูเป็นสาวที่ธรรมชาติจริงๆ ด้วยคุณสมบัติของเธอ ทำให้เธอได้ครองตำแหน่ง "ดาวคณะ" ด้วย เราเริ่มกันตั้งแต่เรื่องเรียน โดยจูนเล่าว่า "ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปี 2 ซึ่งที่เรียนอยู่มันก็สนุกดี ถามว่าเรียนยากมากมั้ย มันยังไม่ยากมาก แต่ถ้าปีต่อๆ ไป ก็น่าจะยากอยู่"


"สวัสดี...แคมปัส" ถามต่อว่า ทำไมถึงเลือกเรียนเภสัชศาสตร์ แล้วเหตุใจจึงไม่เลือกเรียนนิเทศศาสตร์ เมื่อหน้าหนูก็สะสวยขนาดนี้ ? จูน ตอบว่า "หนูอยากเป็นเภสัชกร และอยากเปิดร้านขายยา แต่ตอนเด็กๆ ก็เคยคิดอยากเป็นแอร์โฮสเตสที่ต้องเรียนนิเทศศสาตร์เหมือนกัน แต่พอโตมากลับคิดว่า มันเป็นอาชีพที่ไม่ได้คิดอะไรมากนัก ใช้แต่ภาษามากกว่า จึงไม่อยากเป็น และอยากใช้ความคิดมากๆ จึงเลือกเรียนเภสัช ที่สำคัญหนูอยากเป็นเภสัชกรเหมือนพี่สาวด้วย"

จูน บอกอีกว่า "มันน่าตื่นเต้นดี ที่เห็นยาเยอะแยะ ซึ่งเราก็ต้องรู้ว่า ยาชนิดนี้เป็นยาอะไร ใช้อย่างไร มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ซึ่งเภสัชจะมี 2 แบบ คือเภสัชบริบาล และเภสัชเภสัช ซึ่งมีความแตกต่างกัน โดยเภสัชบริบาล จะทำงานเกี่ยวกับโรงพยาบาล ร้านขายยา ซึ่งเราจะต้องเจอผู้ป่วยโดยตรง  ส่วนเภสัชเภสัชจะทำงานเกี่ยวข้องกับตัวยาต่างๆ สารเคมีที่เป็นส่วนผสมของยา คืออาจจะไปทำงานอยู่ตามโรงงานผลิตยาต่างๆ"

ดาวคณะเภสัช พูดต่ออีกว่า "หนูอยากเปิดร้านขายยาเอง และตั้งใจว่าเรียนจบ จะกลับไปเปิดร้านขายยาที่บ้านที่สมุทรสาคร เพราะมองว่าแถวนั้น ร้านยายังมีไม่ค่อยทั่วถึง จึงอยากไปเปิดร้านเพื่อให้คนได้มาซื้อยาง่ายขึ้น" ส่วนเหตุผลที่จูนไม่เลือกเรียนแพทย์ หรือเป็นหมอไปเลยนั้น เหตุผลง่ายนิดเดียว จูนกลัวเลือด ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเธอถึงเลือกเรียนเภสัช เพราะเภสัชมันจะเกี่ยวข้องกับเคมีมากกว่า


จูนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ในสายวิทย์-คณิต ซึ่งพอขึ้นมาเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป เพราะเหตุผลที่ว่า ในแต่ละวันจูนเรียนค่อนข้างเหนื่อยมาก ซึ่งเธอบอกว่า มันไม่เหมือนกับตอนที่ ม.6 เลย ที่เราก็เรียนไปเรื่อยๆ เล่นไปด้วย แต่ตอนนี้จูบกลับไม่มีเวลาไปทำอะไรเท่าไหร่ จูนบอก "หนูตั้งใจเรียนมาก เพราะกลัวเรียนไม่จบ จะว่ายาก มันก็ยาก ถ้าชอบ ก็ไม่น่าจะยากนะคะ ยิ่งพอปี 5 ปี 6 เราก็ต้องไปฝึกงานอีก ยังไงหนูก็ต้องเรียนให้จบ 6 ปี"

เห็นเรียนขนาดนี้ แต่จูนก็ยังมีเวลาไปกินข้าวกับเพื่อนๆ บ้าง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เกรดเฉลี่ยของสาวแม่กลองดูน่าเกลียดไปเลย ล่าสุดจูนมีเกรดเฉลี่ยถึง 3.00 ซึ่งเธอบอกว่า "เป๊ะเลยคะ" ซึ่งก็ไม่ได้ได้มาง่ายๆ ก็แค่ต้องอ่านหนังสือทุกวัน เพราะไม่อย่างงั้น ก็จะเรียนไม่ทันเพื่อน และถ้ายิ่งไปอ่านช่วงใกล้สอบ ยิ่งทำให้จูนไม่ทันเพื่อนใหญ่เลย

ส่วนอนาคตเมื่อเรียนจบ ดาวคณะบอกว่า "เมื่อเรียนจบ หนูอยากหาประสบการณ์ คืออยากเป็นรีเทลเลอร์ขายยา เพื่อจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับยาก่อน" ที่สำคัญไปกว่านั้น คืองานที่จูนเลือก จะทำให้เธอได้เก็บเงินเพื่อไปลงทุนเปิดร้านขายยาที่บ้านด้วย


สุดท้ายจูนฝากไปบอกเพื่อนๆ ที่คิดว่า เรียนเภสัชมันยากว่า "จริงๆ อยากให้มาเรียนกันดู มันก็ไม่ยากเท่าไหร่ ถ้าเราตั้งใจและชอบจริงๆ เพราะยิ่งเรียน มันก็ยิ่งสนุก เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวยา สารเคมีในการผลิตยา หรือการใช้ยาในแต่ละคน แต่ละช่วงอายุ ซึ่งมันจะต้องใช้ความจำมากหน่อย แต่ถ้าชอบ มันก็ไม่ยากเลย หนูว่าอย่างงั้นนะ"

สำหรับน้องๆ ที่ผิดพลาดหรือผิดหวังเรื่องสถานที่เรียน จูนบอกว่า "เรื่องนี้ไม่ต้องเครียด มหาวิทยาลัยก็มีรองรับอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปยึดติดกับสถาบัน หนูว่าเลือกคณะ สำคัญมากกว่าเลือกมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเอกชนดีๆ ก็มีเยอะ เราควรเลือกคณะมากกว่า เพราะนั่นมันทำให้เราได้เลือกในสิ่งที่เราชอบจริงๆ"

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement