advertisement

เสริมรายได้...ในสวนยาง

โดย ดอกสะแบง 23 ส.ค. 2554 05:00

ยางพารา...ถือว่าเป็น พืชเศรษฐกิจยอดนิยม ในยามนี้...!!

เกษตรกร...แทบจะทุกภูมิภาคของไทย ไม่มีใครปฏิเสธหากจะปลูกยางพารา แต่กว่าจะเปิดกรีดเพื่อ เก็บเกี่ยวผลผลิต ได้เม็ดเงินกลับคืนนั้น ต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 6 ถึง 7 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร

และ...เพื่อลดแรงกดดันในการลงทุนของเกษตรกร ในช่วงเวลาที่รอการเก็บเกี่ยว เกษตรกรควรมีรายได้มาจุนเจือเป็นการแบ่งเบาภาระ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร จึงได้ศึกษาวิจัย หาวิธีการที่เหมาะสมในการสร้างอาชีพและรายได้เสริม...เพื่อสร้างทางเลือกทางรอดให้กับเกษตรกร

คุณศุภมิตร ลิมปิชัย นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยยางสงขลา กล่าวถึงแนวทางว่า...การสร้างรายได้เสริมในสวนยางพารามีหลายแนวทาง ได้ทั้งภาคกสิกรรมและปศุสัตว์...

หากเลือกการปลูกพืชแซมยาง นั้น ควรพิจารณาชนิดของพืชซึ่งเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ดิน และภูมิอากาศในแต่ละท้องถิ่น และต้องเป็นพืชที่ตลาดมีความต้องการพอสมควร “...ปกติมักจะแบ่งอายุออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกตั้งแต่เริ่มปลูกต้นยางจนถึงอายุ 3 ปี และช่วงที่ 2 ตั้งแต่ต้นยางอายุ 3 ปีขึ้นไป ซึ่งแต่ละช่วงพืชปลูกจะไม่เหมือนกัน อย่างช่วงแรกเหมาะสำหรับพืชล้มลุก เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็ว และเป็นพืชที่ต้องการแสงแดด เช่น ข้าวไร่ ข้าวโพด กล้วย สับปะรด มะละกอ พืชตระกูลถั่ว และพืชผักสวนครัว เป็นต้น...

...ส่วนช่วงที่ 2 ต้องเป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงแดดมากนัก เพราะระยะนี้ต้นยางเริ่มมีทรงพุ่มและมีร่มเงาแล้ว จึงเหมาะกับพืชจำพวกสละ ระกำหวาน กระวาน พืชสกุลหน้าวัว และเปลวเทียน เป็นต้น

แต่...ถ้าจะเลือกเลี้ยงสัตว์ในสวนยางที่มีร่มเงาแทนการปลูกพืชก็ได้ สำหรับสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น แพะ แกะ วัว และสัตว์ปีก บางพื้นที่ก็อาจประสบผลสำเร็จในการเลี้ยงผึ้งเป็นอาชีพเสริมรายได้...”

...การปลูกพืชเสริมในสวนยางพาราควรปลูกให้มีระยะห่างจากแนวแถวต้นยางอย่างน้อยข้างละ 1 เมตร (ตามปกติในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ปลูกยางประมาณ 25 ถึง 30% ของพื้นที่ ส่วนที่เหลืออีก 70 ถึง 75% สามารถใช้ปลูกพืชต่างๆ ได้) และต้องใส่ปุ๋ยบำรุงตามความต้องการของชนิดพืช

“.......อย่างไรก็ตาม ก็มีพืชบางชนิดที่ไม่แนะนำให้ปลูกเป็นพืชแซมยาง ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย และละหุ่ง เพราะเป็นพืชที่ดูดอาหารจากดินในปริมาณที่มากกว่าพืชชนิดอื่นๆ...

... ส่วนกรณีที่ เลี้ยงสัตว์ในสวนยางก็ไม่ควรเลี้ยงแบบปล่อย เนื่องจากสัตว์นั้นหมิ่นเหม่ต่อการสร้างความเสียหายให้กับต้นยางและรากต้นยางได้ โดยเฉพาะแพะ แกะ และวัว ชอบแทะเล็มใบและยอดของต้นยางที่ยังเล็ก อาจทำให้ชะงักการเจริญเติบโตและแคระแกร็นในที่สุด สำหรับพวกสัตว์ปีกและผึ้งไม่พบปัญหามากนัก....” นักวิชาการ สรุปไว้อย่างนั้น...!!!

 

ดอกสะแบง

โหวตข่าวนี้