advertisement

แจกหุ้นน่าลงทุนเพียบ!!

โดย อินเด็กซ์ 51 5 เม.ย. 2556 05:05


ดัชนีหุ้นวันที่ 4 เม.ย.56 ปิดที่ 1,528.46 จุด เพิ่มขึ้น 7.94 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 60,928.61 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 3,084.90 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด BTS ปิด 9.05 บาท ลบ 0.10 บาท, CK ปิด 23.20 บาท บวก 0.50 บาท, TIPCO ปิด 14.60 บาท บวก 1.50 บาท, SUSCO ปิด 6.75 บาท บวก 0.60 บาทและ BBL ปิด 231 บาท บวก 1 บาท

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินภาพตลาดยังมีโอกาสปรับตัวลง หรือหากปรับขึ้นได้ก็จะอยู่ในกรอบจำกัด เพราะยังมีหลายปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ แนะกลยุทธ์การลงทุน หากดัชนีปรับลงแรงอีกรอบแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นรายตัว ไว้รอขายทำกำไรช่วงตลาดรีบาวน์กลับ โดยแบ่งส่วนขายทำกำไร ด้านให้แนวรับที่ 1,510 จุด ส่วนแนวต้าน 1,535-1,540 จุด

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่าตลาดมีโมเมนตัมที่จะปรับตัวขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 1,530 จุดได้ มองหุ้นที่น่าลงทุนเป็นหุ้นที่ปรับตัวลงไปมาก เช่นหุ้นตัวเล็กในกลุ่ม ICT เพราะถ้าการเมืองมีเสถียรภาพ การประมูลงานภาครัฐฯตามแผนงานต่างๆ

ก็จะเดินหน้าออกมามากในช่วงครึ่งหลังปีนี้ หุ้นที่แนะนำลงทุนเลือกหุ้นในกลุ่ม SAMART, AIT, MFEC และ SVOA

ปิดท้าย “เผดิมภพ สงเคราะห์” กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บล.กสิกรไทย คาดช่วงปลาย เม.ย.ถึงต้น พ.ค.นี้จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในการเข้าไปลงทุนรอบใหม่ เพราะมีปัจจัยบวกหลายอย่างที่จะเข้ามา  ส่วนการลงทุนระยะยาวประเมินดัชนีปีนี้จะไปได้ระดับ 1,720 จุด และมี P/E ตลาด ที่ 15 เท่า มีปัจจัยหนุนคือสภาพคล่องในตลาดโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีมาตรการการพิมพ์พันธบัตรออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และเม็ดเงินดังกล่าวจะไหลเข้าเอเชีย รวมทั้งไทย

หุ้นที่น่าเข้าลงทุนรอบใหม่แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน AEC และการขยายการลงทุนในต่างจังหวัด เช่น หุ้น PM, CPF, TK และ TICON 2. กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน เช่น SPCG และ GUNKUL 3. กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับทีวีดิจิตอลและโครงข่าย 3G เช่น ADVANC และ SAMART 4. กลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการลงทุนของภาครัฐ เช่น CK, ITD และ STEC

กลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มหุ้นเทิร์นอะราวด์ เช่น TTA, THAI และ TRUE!!


อินเด็กซ์ 51

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement