ดัชนีหุ้นวันที่ 22 ก.พ.55 ปิดที่ 1,137.82 จุด ลดลง 2.57 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 39,622.49 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,310.56 ล้านบาท
หลังโชว์ผลงานแจ่มแจ๋ว หลายสำนักโบรกเกอร์ยังคงแนะซื้อหุ้น CPALL โดย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมจาก 56 บาท เป็น 68 บาทสูงสุด ตามด้วย บล.ทิสโก้ ให้มูลค่าเหมาะสม 65 บาท, บล. บัวหลวง 64 บาท
ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ให้มูลค่าเหมาะสมก่อน XD ที่ 62.80 บาท แนะแค่ “ถือ” ส่วน บล.กรุงศรีอยุธยาแนะ “เก็งกำไร” ให้มูลค่าพื้นฐาน 60 บาท และ บล.เกียรตินาคิน ให้ราคาเหมาะสม 57 (ก่อน XD)
ทั้งนี้ CPALL ปี 54 มีรายได้รวม 161,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา และมีกำไรสุทธิ 8,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% พร้อมเตรียมจ่ายปันผลเป็นหุ้นและเงินสดรวม 2.25 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่าย 22 พ.ค. นี้
ปิดท้ายมีบทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส เลือกหุ้น PF เป็น Top picks ในกลุ่ม Domestic Play มีจุดเด่นคือ EPS Growth คาดว่าจะสูงมากถึง 22% ต่อปี ในปี 55-56 เนื่องจากฐานกำไรที่ต่ำในปี 54 จากปัญหาน้ำท่วม แต่ปี 55 ทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ
โดยผู้บริหารกำหนดเป้ายอดขาย Presale สูงถึง 1.7 หมื่นล้านบาท และจะรับรู้รายได้จากการขายหอพักเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์อีก 2 พันล้านบาท และใช้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 23% ในปี 55 และลดลง 20% ในปี 56 นอกจากนี้ ค่า PER ต่ำสุดในกลุ่ม ขณะที่คาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 10% ทั้งนี้ ให้มูลค่าพื้นฐานที่หุ้นละ 1.16 บาท
ส่วนหุ้นบิ๊กบึ้ม อย่าง BANPU บล.เอเซีย พลัส ยังแนะให้ซื้อหลังมี Upside สูงสุด ระบุว่าจากราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ที่ 111.8 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล สูงกว่าสมมติฐาน ที่ 100 เหรียญฯ จะทำให้ประมาณกำไรปี 55 ของหุ้นกลุ่มปิโตรเลียมขั้นต้นคือ PTTEP, BANPU, PTT และ LANNA มีแนวโน้มดีกว่าที่คาด หนุนให้กำไรสุทธิต่อหุ้น และราคาพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากเดิม
โดยมูลค่าพื้นฐานใหม่ BANPU จะปรับขึ้นเป็น 1,000 บาท ตามมาด้วย PTTEP 225 บาท และ LANNA 440 บาท และสุดท้าย PTT440 บาท.
อินเด็กซ์ 51




















