advertisement

ผักหวานป่า..ชาต้านมะเร็ง ต่อยอด..ปรุงง่ายสะดวกเปิบ

โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน 23 ก.ย. 2554 05:01

ผักหวานป่าสด.

ประเทศไทย....มีผักพื้นบ้านที่ให้ประโยชน์มากมาย คนสมัยใหม่มักไม่ค่อยรู้จักกัน ดังนั้นการนำเอาผักพื้นบ้านที่มีความโดดเด่นในด้านคุณค่าทางโภชนาการสูง นำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มในลักษณะเดียวกับ...ชา สามารถนำมาบริโภคได้โดยง่ายขึ้น ดังเช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาจากใบผักหวานป่า

“ผักหวานป่า”...เป็นไม้ยืนต้นมักพบบริเวณเนินสูง ในป่าเบญจพรรณผสมไผ่ และป่าเต็งรัง มีขึ้นอยู่เกือบทุกภาคของประเทศไทย มีโปรตีนสูง สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ลดคอเลสเทอรอล ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยย่อยอาหารละลายไขมัน และ ลดการอักเสบของผิวหนัง เป็นต้น


เนื่องจากผักหวานป่าเป็นผักพื้นบ้านที่มีใบลักษณะใกล้เคียงกับใบชาเขียว ด้วยเหตุนี้ นางสาววราภรณ์ ศรีประเสริฐ และ นายธนกร เก้ายอดสิงห์ นักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ “ชาผักหวานป่า” ที่มีประโยชน์และเพิ่มคุณค่าให้แก่ร่างกาย โดยนำใบผักหวานป่ามาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำชาพร้อมดื่ม เพื่อให้เป็นเครื่องดื่มสุขภาพของคนไทย และเพิ่มมูลค่าผักพื้นบ้านให้เป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น


...โดยใน ผักหวานป่า 100 กรัม มีสาร ต้านอนุมูลอิสระ 5.48 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในด้านแหล่ง โปรตีน และ วิตามิน ใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วย น้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์-โบไฮเดรท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และ ค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ)...


นางสาววราภรณ์ ศรี-ประเสริฐ เล่าว่า ได้ศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของผักหวานป่ามาพอสมควร ก็พบว่า ผักหวานป่าเป็นได้ทั้งอาหารและยาประจำฤดูร้อน บริเวณส่วนของยอดก็นิยมนำมาปรุงอาหารมีรสหวานกรอบ ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ และ ระบายความร้อน หรือใช้ปรุงเป็นยาเขียวเพื่อลดไข้ แก้ตัวร้อน ปัจจุบันมีการนำมาพัฒนาเป็นชาผักหวานป่าทำเป็น เครื่องดื่มต้านอนุมูลอิสระ ส่วนของลำต้น สามารถใช้แก่นต้มรับประทาน เป็นยาแก้ปวดตามข้อ หรือใช้ ต้นผักหวานกับต้นนมสาว เป็นยาเพิ่มน้ำนมสำหรับแม่หลังคลอดทารก ในส่วนของรากก็นำมาต้มรับประทานเป็นยาเย็นแก้พิษร้อนใน แก้น้ำดี และยังแก้ปวดมดลูกได้อีกด้วย

...กรรมวิธีในการผลิตชาผักหวานป่านั้น เริ่มจาก นำใบผักหวานป่าสด จะเป็น ใบอ่อน หรือ แก่ก็ได้ ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้ว นำมาผึ่งลมให้แห้งหมาดๆ จากนั้นนำไปคั่วแล้วจึงอบในอุณหภูมิที่ 60 องศาเซลเซียส ประ-มาณ 7 ชั่วโมง เพื่อทำให้ กรอบ พอได้ผักหวานที่กรอบ แล้ว นำมาบรรจุใส่ภาชนะที่ปิดสนิท สามารถเก็บได้นานกว่า 3 เดือน เสร็จแล้วนำไปชงดื่มกับน้ำร้อนได้เลย ซึ่ง...ชาผักหวานป่าจะมีสีเขียวอมเหลือง และ รสชาติของชาจะหวานปะแล่มๆ คุณค่าทางโภชนาการ ไม่แพ้ชาอื่นๆ เพราะประกอบด้วย วิตามิน เอ บี1 บี2 บี3 ซี และ อี เหมาะกับผู้บริโภคที่รักสุขภาพจะได้รับประโยชน์อย่างสูง...

ปัจจุบัน...ผักหวานป่าเป็นพืชทางเศรษฐกิจซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพ แต่เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรมีการเพาะปลูกแต่ไม่มากนัก จึงทำให้มี ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 150–170 บาท ทีมงาน มทร.พระนคร จึง คิดค้นชาผักหวานป่าที่สามารถเก็บรักษาได้นาน อนาคตอาจจะต่อยอดเป็น...ชาผักหวานป่าพร้อมดื่ม...!!


ไชยรัตน์   ส้มฉุน

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement