advertisement

แปรรูปผลไม้เป็น"ข้าวเกรียบ" เพิ่มวิตามิน-ใยอาหารสร้างรายได้

โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน 26 พ.ย. 2553 05:01

ประเทศไทย...เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผักและผลไม้ที่สำคัญจำพวก ทุเรียน ลิ้นจี่ มังคุด ลำไย สับปะรด ฯลฯผลไม้ที่ให้ผลผลิตในฤดูกาล มักจะออกมามากจนล้นตลาด อีกทั้งยังมีปริมาณเกินความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ราคาตกต่ำเกือบทุกปี เกษตรกรที่ลงทุนค่าปุ๋ย ค่ายา เมื่อขายไม่ได้ราคาก็กลายเป็น หนี้กับธนาคารและสถาบันการเงิน...

เกษตรกรหลายรายต้องเข้า...โครงการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร กับทาง สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ถึงหลุดพ้นมาได้

สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลผลิตเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้จัดตั้ง กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลผลิตเกษตรขึ้น โดยทีมงานของ นางสาวชุติมา อัศวเสถียร นางจิตติมา วรรณแก้ว และ นางนารีรัตน์ สุนทรธรรม เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรในการนำผลิตผลมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเก็บไว้บริโภคเองหรือจำหน่ายออกสู่ท้องตลาดให้ได้นานกว่าผลไม้สด...

นางสาวชุติมา อัศวเสถียร บอกว่า ผลไม้อุดมไปด้วยใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้มากมาย แต่ที่เก็บไว้ได้นานที่สุด ปัจจุบันคือ ผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบ ซึ่งเป็นอาหารว่างที่นิยมกันมากในทุกเพศทุกวัย แต่มีคุณค่าทาง โภชนาการค่อนข้างน้อย ทำให้การรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ...

"...แนวคิดที่ดี ก็คือ การนำเนื้อ ผลไม้เข้าไปรวมอยู่ด้วย กับส่วนประกอบของ เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ เช่น ปลา กุ้ง ฟักทอง เผือก งาดำ งาขาว และยังมีส่วนผสมอื่นๆ เช่น พริกไทย เกลือ แป้งมัน น้ำตาล กระเทียม ผงฟู และ น้ำกับเนื้อผลไม้...เพื่อเป็นการ เพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารให้กับผู้บริโภค..."

น.ส.ชุติมา บอกถึงขั้นตอนการทำว่า...ให้บดผสมน้ำและเนื้อผลไม้ที่ปั่นละเอียด ให้เข้ากับ เครื่องปรุงรส แล้ว จากนั้นนำไปทำให้เป็นรูปทรงตามต้องการ ก่อนจะเข้าเครื่องนึ่งให้สุก  วางทิ้งไว้ให้อุณหภูมิเย็นลง พอนิ่มแต่ไม่ถึงกับแข็งแห้ง ใช้เครื่องมือตัดให้เป็นแผ่นบางๆ นำไปทำให้แห้งอีกครั้งด้วยแสงแดด หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม อาจทอดก่อนบรรจุหรือไม่ก็ได้....

ข้าวเกรียบผลไม้...หากจะมี การเติมกุ้งหรือปลา เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและรสชาติ แต่จะมีผลต่อ ลักษณะเนื้อของข้าวเกรียบจะทำให้การพองตัวเมื่อทอดลดลง ส่วน ข้าวเกรียบมังสวิรัติเสริมสมุนไพรที่ปริมาณ 3 และ 4% โดยน้ำหนัก จะส่งผลให้ข้าวเกรียบมีคุณภาพด้านสีลดลง

ในการผลิตข้าวเกรียบจากผลไม้ชนิดต่างๆ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผลิตผลทางการเกษตร เพื่อการแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

...ดีกว่าปล่อยให้ผลไม้เน่าเสียไป....ตามกาลเวลาอย่างไร้คุณค่า...!!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement